ชโลมจิต สร้างสุข ‘สุนัขบำบัด’ มิติใหม่ เครื่องมือแพทย์ ‘มีชีวิต’
มีแต่มวลความน่ารักลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ True Digital Park สำหรับงาน “First in Thailand, Therapy Dog Thailand Team Debut!” เพื่อเปิดตัว “ทีมสุนัขบำบัด” แห่งประเทศไทย รุ่นที่ 1 ที่ผ่านการอบรม “หลักสูตร Certified Therapy Dog Thailand” งานนี้คราคร่ำไปด้วยเหล่าบรรดาคนรักสุนัขจากทุกสารทิศ ที่พร้อมใจกันมาร่วมงานเพื่อเป็นสักขีพยานต่อทีมสุนัขบำบัดทีมแรกจากประเทศไทย!
ซึ่ง “allfine” เป็นผู้ริเริ่มโครงการและพัฒนาหลักสูตรสุนัขนักบำบัดแห่งประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2563 เพื่อฝึกฝนเจ้าของสุนัข และสุนัขที่มีศักยภาพให้เป็นทีมสุนัขนักบำบัดมาตรฐานระดับโลก ตามแนวทางของ Therapy Dog Association Switzerland VTHS ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยทีมสุนัขบำบัดจากประเทศไทยนั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นน้องหมาพันธุ์ที่เป็นมิตรกับมนุษย์มากที่สุดอันดับต้น ๆ อย่าง โกลเด้น รีทริฟเวอร์, น้องหมาขนาดเล็กพันธุ์ปักกิ่ง ไปจนถึง พันธุ์คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียล และสายพันธุ์อื่น ๆ อีกมากมายที่ล้วนแต่ได้รับการฝึกฝน และผ่านการทำงานมาเป็นที่เรียบร้อย พร้อมประกาศให้โลกได้รับรู้ว่า น้องหมาจากประเทศไทยก็มีศักยภาพไม่แพ้น้องหมาชาติอื่น



“วรกร โอสถารยกุล” ผู้ก่อตั้งโครงการและหลักสูตรสุนัขนักบำบัดแห่งประเทศไทย (Therapy Dog Thailand) และนายกสมาคมสุนัขบำบัด กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2563 allfine ได้มีการเปิดอบรมหลักสูตร Certified Therapy Dog Thailand จนวันนี้ มีทีมสุนัขนักบำบัดแห่งประเทศไทยรุ่นที่ 1 ที่ผ่านการทดสอบและทำงานในฐานะจิตอาสา เพื่อทดลองบำบัดผู้รับบริการกว่า 150 ราย เช่น การบำบัดเด็กหูหนวก, การบำบัดผู้ป่วย ในที่มีภาวะซึมเศร้าของโรงพยาบาล ศรีธัญญา, การบำบัดผู้สูงวัยที่มีภาวะสมองเสื่อม เป็นต้น
“จากนี้ การทำงานของเราจะดำเนินไปแบบคู่ขนานทั้งการฝึกอบรมและการบำบัด ดังนั้นก้าวแรกที่สำคัญ คือ การสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสุนัขนักบำบัด ว่าป็นการฝึกอบรมให้เจ้าของได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผู้รับการบำบัดในแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นภาวะโรค ลักษณะพื้นฐานที่พึงรู้ สภาวะทางร่างกายและจิตใจ การออกแบบการบำบัดซึ่งเป็นหลักสำคัญในการเข้าบำบัดให้เกิดผลสำเร็จได้อย่างดี ทั้งหมดเป็นเหมือนวิชาชีวิต ที่เราสามารถนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต ไม่ว่ากับคนในครอบครัว หรือคนรอบตัว” วรกรกล่าว
ด้าน “วันวิสาข์ ล่ำซำ” ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฏหมาย เจ้าของ “น้องยุ่งยิ่ง” หนึ่งในทีมสุนัขบำบัด สายพันธุ์ คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียล กล่าวว่า เมื่อเห็นว่ามีโครงการสุนัขบำบัดจึงไม่รอช้า รีบตรงปรี่พาน้องมาสมัครอย่างไม่ลังเล ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบสามปีในการปฏิบัติหน้าที่ในนามทีมสุนัขบำบัด กับความรู้สึกอิ่มเอมใจที่มากกว่าการเป็น ‘ผู้ให้’ ขณะเดียวกัน เธอก็ได้ ‘รับ’ พลังงานเหล่านั้นมาหล่อเลี้ยงหัวใจกลับมาเช่นกัน

“เคยมีคนถามว่า เคยถามน้องไหมว่าอยากทำงานนี้หรือเปล่า เราก็ไม่เคยถามหรอก แต่แค่ดูจากปฏิกิริยาของน้องก็รู้ว่าน้องแฮปปี้มาก และเขาอยากที่จะทำงาน ในทุกเช้าเวลาเราตื่นนอน เราจะเห็นน้องทุกวัน และมันทำให้รู้ว่าวันนี้มันก็แค่วันหนึ่ง ขอแค่มีเขาอยู่ด้วยก็พอ กลายเป็นว่าการมีอยู่ของเขาก็ช่วยบำบัดเราไปด้วย โดยที่เขาไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น” วันวิสาข์กล่าว
ในส่วนของนักแสดงสาวลูกครึ่ง “มานิสา อานิต้า” ที่พา “น้องซันเดย์” เข้าร่วมโครงการสุนัขบำบัด พร้อมกับความหวังที่อยากแบ่งปันพลังบวกให้แก่ผู้คน โดยเธอได้เล่าประสบการณ์ช่วงหนึ่งที่ตรึงใจเธอมาจนทุกวันนี้ว่าเธอได้พาน้องซันเดย์ไปทำงานจิตอาสาบำบัดผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า ความพิเศษ คือ น้องซันเดย์สามารถทำให้ผู้ป่วยรายนี้ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมร่วมกันอย่างร่าเริง จากที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างความประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้

“น้องหมาอาจจะไม่ได้รู้สึกมากเท่ากับคน แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เขารู้สึกได้จากเราคือ เรามีความสุขจากสิ่งที่เขาทำให้เรา ซึ่งเป็นธรรมชาติของเขาอยู่แล้วที่อยากจะทำให้เจ้านายรู้สึกแฮปปี้ เมื่อเขาเห็นว่าเรามีความสุข ทำกิจกรรมนั้นๆ แล้วแฮปปี้เขาก็จะรู้ว่าอันนี้ดี ซึ่งนี่เป็นผลพลอยได้ และเคสต่างๆ ที่มิชชั่นมันคอมพลีท แค่นิดเดียวก็แฮปปี้มากแล้ว” มานิสากล่าว
นอกจากสุนัขที่คนนิยมเลี้ยงเพื่อบำบัดจิตใจแล้ว สัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ เช่น แมว ก็เป็นสัตว์ที่ผู้คนนิยมเลี้ยงเพื่อบำบัดจิตใจเช่นกัน ซึ่งเป็นวิธีการที่ทางการแพทย์เคยแนะนำว่าได้ผลในการรักษาโรคซึมเศร้า
นิยามที่ว่า ‘สัตว์เลี้ยงคือเครื่องมือทางการแพทย์’ เป็นข้อความที่ไม่เกินจริงแต่อย่างใด
การกำเนิดทีมสุนัขบำบัดในครั้งนี้จะสร้างการรับรู้ให้สังคมถึงความพร้อม ของทีมสุนัขนักบำบัดแห่งประเทศไทย ในการต่อยอดความรู้ไปสู่การลงมือ ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสร้างความรัก และความสุขให้แก่สังคมไทย





