คุยหลังบ้าน “ผบ.ตร.” นิภาพรรณ สุขวิมล 365×2 ยกระดับ ‘ครอบครัวตำรวจ’

คุยหลังบ้าน “ผบ.ตร.” นิภาพรรณ สุขวิมล 365×2 ยกระดับ ‘ครอบครัวตำรวจ’

เรียกว่า “ไฟแรง” ไม่แพ้ “คุณสามี” สำหรับหลังบ้านของ “บิ๊กต่อ-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล” ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่เมื่อมีเวลาอยู่ในตำแหน่งเพียง 365 วัน ศรีภรรยา “ไก่-นิภาพรรณ สุขวิมล” นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ก็ผุดโปรเจคระดม “คนเก่งจากหลากหลายวงการ” มาช่วยกันทำงานภายใต้กลยุทธ์การดำเนินงาน “จากแม่บ้านตำรวจเพื่อชีวิตครอบครัวตำรวจ เพื่อพัฒนา คน เพื่อสังคม” หรือ “from Her to Our family and People for Embracing our society (Hope)”

พร้อมทั้งยัง “รักษา” โครงการเดิมที่ดีและ “พัฒนา ต่อยอด” ให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่พัฒนาชีวิตครอบครัวตำรวจ พัฒนาทักษะอาชีพให้แม่บ้าน และโครงการที่สร้างโอกาสยกระดับรายได้ ตลอดจนพัฒนาสังคมผ่านกิจกรรมการกุศล การช่วยเหลือประชาชน คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับครอบครัวตำรวจ
“สมาคมแม่บ้านตำรวจ เรามีวิสัยทัศน์ เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการพัฒนาชีวิตข้าราชการตำรวจที่มั่นคงและพัฒนาคนที่เข้มแข็ง และพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งเราเป็นแกนนำในการพัฒนาสังคมอย่างแท้จริง” นายกสมาคมฯ เกริ่นก่อนว่า ตัวเองเป็นคนโชคดี เพราะพี่รุ่นก่อนๆ ได้ทำโครงการไว้ดีแล้ว ซึ่งเธอเข้ามาสานต่อโดยอยากให้เป็นที่รู้จักของสังคมมากขึ้น

Advertisement

โครงการต่างๆ ประกอบด้วย โครงการสินค้นแบรนด์ “ขวัญดาว” และสินค้า “OPOP หรือ โอป๊อป” ซึ่งเป็นการต่อยอดโดยสร้างแบรนด์ขวัญดาวให้มีคุณค่าเพิ่มขึ้น โดยร่วมมือกับศิลปินวาดภาพชื่อดัง “ครูปาน-สมนึก คลังนอก” และดีไซเนอร์ชื่อดัง “หมู อาซาว่า” มาร่วมกันพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น สร้างอาชีพรายได้เสริมให้กับแม่บ้านตำรวจทั่วประเทศ, โครงการครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน สร้างอาชีพเพื่อเด็กพิเศษอยู่ยั่งยืน, โครงการร้านค้าสมคมแม่บ้านตำรวจ “ร้านปันรักษ์” และ “ปันรักษ์ คาเฟ่” โดยในปี 2567 ได้มีการวางแผนการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพเมล็ดกาแฟให้ได้มาตรฐาน พัฒนาแบรนด์ปันรักษ์ คาเฟ่ ขยายเป็นธุรกิจขนาดเล็ก แฟรนไชส์ “อาซ้อ” สร้างอาชีพให้กับครอบครัวตำรวจที่ประสบปัญหา

“เราได้ครูปานมาออกแบบโลโก้ให้ใหม่เป็นรูปผู้หญิงใส่ชุดแม่บ้านตำรวจ โดยเป็นโลโก้ที่อยากให้ทุกคนมองครอบครัวตำรวจหรือแม่บ้านตำรวจ ในอีกภาพลักษณ์หนึ่ง เป็นภาพลักษณ์ที่เฟรนด์ลี่ น่ารัก เราพร้อมพัฒนาชุมชนไปด้วยกัน เติบโตไปด้วยกันกับสังคม และต้องขอบคุณนมตรามะลิ ที่ให้อนุเคราะห์ ‘กาแฟอาซ้อ’ ซึ่งเราริขึ้นมา เพื่อกระจายรายได้ให้กับตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ โดยทำเป็นคีออส เพื่อให้ครอบครัวตำรวจมีโอกาสเป็นเจ้าของแฟรนไชส์โดยไม่ต้องเสียเงิน เบื้องต้นมอบให้ครอบครับตำรวจที่ลำบาก ทุพพลภาพ 10 คีออสทั่วประเทศ ตั้งใจไว้ว่า อย่างน้อยจังหวัดละ 1 คีออส ถ้าอย่างมาก อำเภอละ 1 คีออส เพื่อเป็นการกระจายรายได้ ส่วนชื่ออาซ้อ มาจากคำเรียกภรรยานายตำรวจ ที่นายร้อยตำรวจจะเรียกรุ่นพี่ว่า ‘เฮีย’ และเรียกสะใภ้ว่า ‘ซ้อ’ เราจึงนำชื่อนี้มาใช้ให้ดูน่ารัก และเป็นตัวแทนของแม่บ้านตำรวจ อยากทำให้สำเร็จ เพราะจะกระจายรายได้อย่างทั่วถึง”

“นอกจากนี้ เราจะยกระดับผลิตภัณฑ์แบรนด์ขวัญดาว และ OPOP ให้ทุกอย่างสวยงามให้ต่างจากสินค้าชุมชน ให้คนอยากหยิบมาใส่มาใช้ ไม่อยากให้ซื้อเพราะสงสาร แต่อยากให้ซื้อเพราะสินค้าดี มีคุณภาพน่าใช้ ซึ่งเราได้รับความกรุณาจากผู้บริหารเอ็มควอเทียร์ให้พื้นที่นำสินค้า OPOP ที่เราคัดสรรสินค้าเด่นและดังประจำจังหวัดไปออกบู๊ท เพื่อให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป”

ไม่หมดเพียงเท่านี้ นิภาพรรณ ยังให้ความสำคัญกับการ “ยกระดับ” แม่บ้านตำรวจ ทั้งด้านบุคลิกภาพ และทักษะการขายออนไลน์ด้วย
“ทุกคนจะได้เห็นแม่บ้านตำรวจโฉมใหม่ โดยเราให้มืออาชีพมาสอนบุคลิกภาพเพื่อยกระดับมาตรฐานแม่บ้านทุกคนทั่วประเทศ ให้ออกสังคมไม่อายใคร และเรามีโครงการอีเลิร์นนิ่งให้ความรู้ในการขายของผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งติ๊กตอก เฟซบุ๊ก และยูทูป ซึ่งนี่จะเป็นมิติใหม่ และทุกคนตื่นเต้นทั่วประเทศ เพราะจะได้ไปแสดงสินค้าที่เอ็มควอเทียร์”

อีกเรื่องที่ ผู้หญิงคนนี้ทุ่มสุดตัวอยากทำมากที่สุด นั่นคือ การ “ช่วยเหลือ” ตำรวจลำบากประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และสร้าง “ที่พัก” สำหรับตำรวจหลังเกษียณ
“ตำรวจที่ลำบากมีเยอะมาก โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น เหยียบกับระเบิด และอีกโครงการคือ โครงการที่พักสำหรับตำรวจหลังเกษียณ บางคนอาจจะมองว่า ก่อนเกษียณทำไมตำรวจไม่เตรียมตัว คุณอาจจะลืมว่า เค้าต้องเลี้ยงลูก เลี้ยงครอบครัว ค่าใช้จ่ายเยอะ บางทีเงินเค้าไม่เหลือที่จะมานั่งสร้างอะไร ทำให้เรามีปัญหาตำรวจเกษียณแล้ว ไม่คืนแฟลต ทำให้แฟลตไม่พออยู่ นี่คือเหตุผลที่อยากจะระดมทุนทุกอย่าง เพื่อทำตรงนี้ เหมือนโฮมแคร์ เหมือนบ้านพักคนชราหลังเกษียณให้กับครอบครัวตำรวจ เค้าอุตส่าห์เสียสละชีวิตมาทั้งชีวิตแล้ว แต่วันที่เค้าเกษียณ เค้าไปอยู่ตรงไหนไม่รู้”

“เป็นโครงการในฝันมากๆ เลย เราจะสู้” กล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น ก่อนว่า

“ไก่บอกน้องๆ เสมอว่า เราจะโตไปด้วยกัน เราจะโตไปกันเองไม่ได้ ครอบครัวตำรวจเราต้องรักกัน และที่สำคัญเราต้องเผื่อแผ่ความรักไปสู่ชุมชน และเมื่อชุมชนเข้มแข็ง และชุมชนรักเรา ชุมชนนั้นก็จะเป็นเกราะป้องกันให้เราอีกทางหนึ่ง โดยที่เราไม่ต้องไปจ้างเค้า หรือขอร้องเค้า ซึ่งนี่เป็นนโยบายของท่านผบ.ตร.ที่ท่านมีไว้”

เมื่อเอ่ยถึง ผบ.ตร. นิภาพรรณ ก็เผยว่า ก่อนทำงานอะไรจะฟังนโยบายท่านก่อน และปรึกษากันเรื่อยๆ
“เรามีโอกาสตรงนี้แล้ว เราจะใช้ระยะเวลา 1 ปีให้เกิดประโยชน์มากที่สุดสำหรับครอบครัวตำรวจ และประชาชนทุกคน ท่านผบ.ตร. ต้องการให้ตำรวจอยู่กันเป็นครอบครัว อย่างที่ท่านพูดเสมอว่า ท่านอยากให้ตำรวจทั่วประเทศอยู่กันแบบ Home คือ อยู่กันด้วยความรักความอบอุ่น พอเรามีความรักความอบอุ่นกันแล้ว เราก็เผื่อแผ่ความรักความอบอุ่นนั้นไปให้กับสังคม เราสร้างครอบครัวเราให้ดีก่อน และเราก็ไปช่วยสร้างสังคมเราให้ดีขึ้น”

ซึ่งตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งแม่บ้านตำรวจ “ชีวิตก็เปลี่ยนไปเยอะ”

“พี่ต่อเป็นตัวแทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไก่เป็นตัวแทนของแม่บ้านตำรวจ เพราะฉะนั้นการจะทำอะไรแต่ละอย่าง เราต้องคิดก่อนทำเสมอ ทั้งคิด ไตร่ตรอง คิดให้ดี คิดให้ถ่องแท้ กลยุทธ์ของเราคือ Hope มาจากคำว่า from Her to Our family and People for Embracing our society เราเป็นความหวังของทุกคน จะทำอะไรก็ตามต้องคิดให้ดีก่อนทำ คิดให้ดีก่อนพูด และคิดให้ใหญ่ คิดให้กว้าง คิดให้เผื่อแผ่ ไม่ได้คิดให้แค่ครอบครัวตำรวจขอเรา คิดเผื่อไปถึงชุมชนและสังคม”

แม้จะ “ตื่นเต้น” กับงานที่ทำ เพราะรุ่นพี่ทำไว้ “ดีมาก” แต่เธอก็ “ทุ่มเท” และ “พยายาม” ผลักดันให้งานทุกอย่างออกมาเป็น “รูปธรรม”

“สมาคมแม่บ้านตำรวจ เราทำงาน 365 วัน ไม่ต่างจากท่านผบ.ตร. เพราะเรามีเวลาน้อย เราก็อยากทำทุกอย่างให้มากขึ้น ช่วยกันทุกภาคส่วน แต่การทำงานของเราคูณ 2 เป็น 365 วัน คูณ 2 เพราะเรามีงานเช้าและงานเย็น ซึ่งตอนนี้เรากำลังจะร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยทำเกี่ยวกับงานผ้าไทย สนับสนุนงานผ้าไทย ซึ่งจะเป็นอีกด้านหนึ่งที่เป็นซอฟเพาเวอร์”

เมื่อทำงานเยอะ หลักการทำงานจึงไม่ใช่ “one-man show” แต่ใช้หลัก “ทำงานเป็นทีม”

“การทำงานของไก่ ไก่ไม่ทำงานคนเดียว ไก่มีทีมงานที่ทำงานแต่ละภาคส่วนร่วมกัน และเรากระจายทุกอย่างไปทั่วประเทศ นี่คือจุดแข็งของเราให้เราทำงานได้ดียิ่งขึ้น เพราะทุกคนคือพลังขับเคลื่อนที่ดี ไก่เชื่อว่า การทำงานอะไรก็ตาม เราจะทำงานและเก่งคนเดียวไม่ได้ แต่ถ้าเรามีทีมงานที่เก่ง จะทำให้เราทำงานที่ยิ่งใหญ่ได้สำเร็จ ภายในระยะเวลา 365 วัน ซึ่งตอนนี้ผ่านไป 1 เดือนกว่า แต่เราทำอะไรหลายๆ อย่างที่เป็นรูปธรรม”
บริหารงานนอกบ้านได้ดี เรื่องในบ้านก็ไม่มีพร่อง แม้จะแยกกันทำงาน แต่ครอบครัวก็ยัง เหนียวแน่นหนึบ

“เราไปอยู่ใต้ เค้าไปอยู่เหนือ เราแยกกันไป ซึ่งเป็นการแยกกันด้วยหน้าที่ แต่เวลากลับบ้าน เราก็ดูแลซึ่งกันและกัน ปรึกษาซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเรื่องลูก ครอบครัว เรื่องงาน และการวางแผน การทำเพื่อลูกน้อง หรือทำเพื่อสังคม ไก่จะยึดหลักว่า เราไม่รู้ว่าวันนี้ สามีเราก้าวออกจากบ้านไป เค้าจะได้กลับมามั้ย เพราะหน้าที่การงานของเค้ามันอันตราย วันก่อนไก่ทำงานตรงนี้ แล้วเกิดเหตุที่พารากอน เราก็ตกใจ แต่ก็โทรหาให้กำลังใจกันตลอดเวลา เราจะใช้การโทรศัพท์เป็นหลัก และก่อนออกจากบ้าน สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือ การกอดและหอมแก้ม ไม่ว่าอะไรก็ตาม เราแค่คิดว่า วันนี้เราได้อยู่ด้วยกัน นี่คือ สิ่งที่เราโอเคที่สุดแล้ว เพราะเราไม่รู้ว่า เค้าก้าวออกไป เค้าจะเป็นอะไรหรือเปล่า นี่จึงเป็นหลักการว่า เราจะไม่ทะเลาะ ไม่ว่าอะไรคุยกัน ถ้าทะเลาะกัน เราก็เดินแยกกันก่อน เพราะเราต้องคิดเสมอว่า เราไม่รู้จะอยู่ด้วยกันนานแค่ไหน เราก็พยายามเข้าใจซึ่งกันและกันให้มาก”

ตลอด 1 เดือนที่ดำรงตำแหน่ง “นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ” ยอมรับว่า “เหนื่อย” แต่ก็ฮึดสู้เสมอเพื่อความฝันอันยิ่งใหญ่

“ได้อ่านพระราชดำรัสในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงอวยพรปีใหม่ให้กับคนที่ตั้งใจทำงานแล้วมีกำลังใจทำงาน แม้เราจะดูเหมือนเป็นคนโลกสวย หรือเป็นความฝัน แต่เราก็อยากให้ฝันนั้นเป็นจริง ถ้ามันไม่มีใครฝันขึ้นมาสักคนหนึ่ง ก็คงไม่มีใครพยายามทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาได้ ก็เลยพยายาม อยากทำให้เกิดขึ้น กล้าที่จะมุ่งมั่นต่อไป เชื่อว่า 1 ปีได้ สำเร็จแน่นอน” นิภาพรรณ กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image