‘แอนโทเนีย’ ปังทะลุจักรวาล งานแน่นโกย 21 ล้าน ไม่แคลงใจผลตัดสิน ‘นิการากัว’ สมมงแล้ว

29.11.23 | 18:59 น.

‘แอนโทเนีย’ ปังทะลุจักรวาล งานแน่นโกย 21 ล้าน ไม่แคลงใจผลตัดสิน ‘นิการากัว’ สมมงแล้ว

ไม่มีสิ่งใดจะสามารถฉุดรั้งความปังได้อีกแล้ว สำหรับรองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 อย่าง ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ ขวัญใจชาวไทยทั้งประเทศ ที่ควงคุณแม่มาเปิดใจที่แรกหลังคว้าตำแหน่ง พร้อมเคลียร์ทุกประเด็น ในรายการคุยแซ่บ SHOW โดยมีพีเค ปิยวัฒน์ และหนิง ปณิตา ดำเนินรายการ

แบกความหวังของประเทศ

แอนโทเนีย : ไม่หนักค่ะ เพราะแอนรู้ว่าทุกคนซัพพอร์ตและส่งแรงบันดาลใจให้แอนค่ะ ต้องขอบคุณแฟนๆ มันทำให้แอนลุกขึ้นมาทุกวันต้องสู้เพื่อชาติค่ะ

Advertisement

แฟนคลับไปรอจนสนามบินแตก

แอนโทเนีย : เป็นฟิลลิ่งที่แอนพูดกับตัวเองมาตลอดว่าอยากรู้สึกแบบนี้บ้าง ตอนที่เราติดตามมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เมื่อมันเกิดขึ้น ก็รู้สึกอบอุ่นมาก เหมือนเราอยู่บ้านกับทุกคนที่เรารัก

คนทั้งประเทศฟันธงว่ามงที่ 3 มาแน่

แอนโทเนีย : เป็นความรู้สึกที่ทำให้แอนภูมิใจมากๆที่ทุกคนเห็นความสามารถของแอน เห็นเป็นมง 3 ของประเทศไทย แอนทำให้ดีที่สุดทุกวันอยู่แล้ว เรื่องการไหว้ เรื่องชุด อยากเอาไปโชว์

ประกวดเสร็จแล้วได้ดูไหม ว่าพี่น้องชาวไทยเชียร์ขนาดไหน

แอนโทเนีย : เห็นคร่าวๆ ค่ะ ความรู้สึกที่ทุกคนมีในวิดีโอมันคือความรู้สึกที่อยู่ในใจแอนจริงๆ แต่เราต้องคีพลุค เราไม่เคยคิดว่าจะมีซัพพอร์ตและแรงบันดาลใจเยอะขนาดนี้จริงๆ ค่ะ แอนรู้ว่าทุกคนมีมุมมองที่แตกต่างกัน แต่มันสามารถเอามารวมกันได้เพื่อที่จะเชียร์ไทยแลนด์ ทุกคนร่วมมือกัน เป็นอะไรที่ภูมิใจมากๆ ค่ะ

ตอนนี้ค่าตัวพุ่งไปถึง 21 ล้าน

แอนโทเนีย : ยังไม่ถึงอาทิตย์เลย หวังว่าค่าตัวจะขึ้นอย่างเดียว (ยิ้ม)

ตอนประกาศผลแล้วไม่ใช่เรา ความรู้สึกเป็นอย่างไร

แอนโทเนีย : มันเหมือนตอนเรามีความหวัง ใจเราลุ้นเพื่อที่จะได้ถึงความฝันของเรา อยู่ดีๆ มันไม่ได้เป็นไปตามนั้นใจเราก็จะดรอป ในโมเมนต์นั้นคือทั้งตัวอยากละลายกับพื้นเลย แอนไม่เคยคิดว่าการที่เรามาเป็นนางงามจะมีการเปรียบเทียบความสวยจากภายนอก การที่เรามายืนจุดนี้แล้ว มันมากกว่าความสวยภายนอก มันมาจากความสามารถ และความสวยจากภายใน ตอนที่จับมือกับมิสนิการากัวแอนไม่ได้คิดว่าเราสวยกว่า แอนคิดว่าที่เขาตัดสินใจมันรวมกันหลายอย่าง เขาไม่ได้หาผู้หญิงที่สวยที่สุด เขาหาคนที่เหมาะกับองค์กรในตอนนั้นที่สุด

ชุดประจำชาติฮือฮามาก เหมือนองค์พระแม่ธรณีมาลง

แอนโทเนีย : แอนอยากถามทุกคนว่าการที่องค์ลงมันเป็นความรู้สึกแบบไหนค่ะ ชุดประจำชาติเป็นตอนที่แอนตื่นเต้นที่สุดมากกว่าพรีลิม มากกว่าไฟนัล เพราะแอนรู้ว่าตรงนี้มันเป็นโมเมนต์ที่เราโชว์เพื่อคนไทย โชว์ให้ทั้งโลกเห็นว่านี่คือความเป็นคนไทย

 

ทำไมถึงเลือกชุดพระแม่ธรณี

แอนโทเนีย : มันมีหลายมุมมอง ถ้าเราคิดถึงเรื่องเวที เรื่องไฟ ที่มีการสะท้อนแสงให้ว้าวจริงๆ อีกอย่างคือพระแม่ธรณีเข้าฝันแม่ปุ้ย พระแม่ธรณีบอกแม่ปุ้ยว่าต้องเลือกชุดนี้

แม่ปุ้ย : ไม่รู้ว่าเค้าเลือกชุดประจำชาติ นอนแล้วฝัน ฝันรุ่งสาง เป็นองค์พระแม่ธรณีมาอวยพรอะไรไม่รู้ เราก็ร้องไห้ใหญ่เลย สะดุ้งตื่นมาดูนาฬิกา ตี 5 อดใจโทรหาผู้จัดการ บอกเราต้องไปบวงสรวงสักการะท่านและคิดว่าต้องเป็นชุดนี้แล้วแหละ ไม่รู้เลยว่าเค้าเลือกชุดนี้กันในวันนั้น

แอนโทเนีย : ตอนแอนใส่ฟิตติ้งชุด ชุดมันเหมือนส่งพลังอีกแบบหนึ่ง ถ้าเปรียบเทียบกับอีก 9 ชุด มากกว่าการเป็นคนไทย พระแม่ธรณีเหมือนเป็นของทุกคนที่นับถือศาสนาพุทธ แอนเป็นตัวแทนคนในเอเชีย หรือใครที่นับถือศาสนาพุทธ และมีสตอรี่ที่ดีมากๆ

วางอนาคตอย่างไร

แอนโทเนีย : การที่ผู้หญิงสร้างรายได้ให้ตัวเอง ความมั่นใจในตัวเอง กล้าที่จะไปขอความช่วยเหลือหาเงินมาให้ตัวเอง แอนอยากมาโฟกัสในเรื่องซอฟเพาเวอร์ของวัฒนธรรมไทย อาหาร เห็นว่ารัฐบาลอยากมาร่วมมือในเรื่องของซอฟเพาเวอร์ แอนอยากเป็นแรงบัลดาลใจให้ผู้หญิงที่ตามความฝัน ทำอะไรก็ได้ เหมือนแอนไปประกวดคิดว่าจะชนะ แต่ไม่ชนะ แต่แอนก็พยายามผลักดันตัวเองทุกวัน ทำให้ดีที่สุด ไม่ได้ไม่เป็นไรยังมีอีกหลายอย่างที่เราทำได้อยู่ สุดท้ายแล่วในชีวิตของเรา ก็มีเพียงตัวเองและคนข้างๆ ที่รักเรา ถ้าเรากล้าที่จะทำอะไร กล้าที่จะฝัน ไม่มีใครหยุดเราได้นอกจากตัวเราเองค่ะ

หลายคนยังไม่มูฟออน

แอนโทเนีย : มันไม่มีเหตุผลที่เราจะอยู่ในอดีต เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันทำให้เราสตรองในอนาคต

สำหรับคุณแม่นี ที่ได้เดินทางไปรับที่สนามบิน รู้สึกอย่างไร

คุณแม่นี : ไปค่ะ เห็นคนที่สนามบินเยอะมาก น้ำตาไหล ไม่คิดไม่ฝัน ว่าจะมีคนเอ่ยชื่อลูกสาวเรา

ความรู้สึกตอนประกาศผล

คุณแม่นี : ตอนนั้นหูไม่ได้ยินเลยค่ะ จับมือกับคุณพ่อ

กับเรื่องที่มีคนบุลลี่ลูกสาว คิดอย่างไร

คุณแม่นี : อ่านค่ะ ก็เจ็บ มีหลายคำ แต่เราก็ต้องมูฟออน สิ่งไหนที่เขียนมา ก็ขอให้กลับไปถึงตัวก็แล้วกัน

ย้อนกลับไปมีคนตั้งกลุ่มบูลลี่

แอนโทเนีย : มันไม่ควรเป็นอะไรที่ปกติ เราไม่ควรตัดสินคนที่เราไม่เข้าใจ หรือเราไม่ชอบ เพราะมนุษย์แต่ละคนในโลกใบนี้ไม่เหมือนกัน ทำไมต้องเอาเวลาของเราไปยึดติดกับสิ่งที่เป็นลบ บูลลี่มันมาจากจิตใจภายในและไม่ได้รับการระบายออกมาไม่ชอบแอนไม่เป็นไร เพราะแอนรู้ว่ายังมีอีกหลายคนที่รักแอน และผลักแอนไปถึงเป้าหมาย

เหมือนสตรองแต่เซนซิทีฟมาก

คุณแม่นี : ใช่ค่ะ เล็กๆ น้อยๆ ก็น้ำตาไหล ถ้าที่สุดจะเป็นเรื่องสัตว์

แอนเคยบอกแม่ไหมว่าอยากเป็นนางงาม

คุณแม่นี : ไม่เคยพูดเลยค่ะ ตอนนั้นอยู่เดนมาร์ก บอกแค่ว่าจะไปประกวดเวทีนางงามนะ เขาบอกจะลองเราก็บอกลองดูลูก

 

คุณแม่อยากให้เป็นหมอหรือเป็นครู

คุณแม่นี : หมอต่างจังหวัดขาดแคลน

แอนโทเนีย : หนูชอบเด็ก แต่แพชชั่นสำหรับเด็กไม่มี

อยากรีบกลับเมืองไทยเพราะอยากกินอาหารฝีมือแม่

แอนโทเนีย : บอกทีมงานว่าไม่มีอะไรดีกว่าอาหารประเทศไทยแล้ว

สยบสงครามนางงามระหว่างฟิลิปปินส์กับไทย กลายเป็นคู่จิ้น

แอนโทเนีย : นางงามทุกคนรักกันหมดเลย มีแค่แฟนนางงามที่ชอบตีกัน เราถ่ายรูปให้ดูว่าเราไม่ได้เกลียดกัน เราเป็นเพื่อนกัน ที่มิเชลเป็นแด็ดดี้ แฟนนางงามก็จัดมาเอง

มีโอกาสที่จะได้ร่วมงานกันไหม

แอนโทเนีย : แน่นอน แอนพูดกับมิเชลมีอะไรเรียกได้เลยนะ เดี๋ยวแอนขึ้นเครื่องบินไปหาเลย

แฟนตัวจริงว่าอย่างไรที่เรามีคู่จิ้น

แอนโทเนีย : เขาบอกว่าอย่าลืมฉันแล้วกันนะ

เขาดีใจขนาดไหนตอนวันประกวด

แอนโทเนีย : เขาดูกับเพื่อน ตอนนั้นอยู่เกาหลีไปแข่ง เขาบอกว่าตอนที่แอนแข่งอยู่เขาร้องไห้ ภูมิใจมากๆ ที่มาถึงจุดนี้ เขาอยู่กับแอนตั้งแต่ก่อนแอนเข้าประกวด เห็นความพัฒนาของแอน เห็นตอนที่ร้องไห้ ตอนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง อยู่ข้างๆ แอนคอยผลักดันแอน ภูมิใจมาก

เมื่อถามว่า แม่นีเคยเจออิรฟานแฟนหนุ่มของแอนโทเนียหรือยัง แม่นีก็ว่า “เคยเจอแล้ว เขาเป็นคนที่โอเค”