ปลัดมหาดไทยพร้อมนายกแม่บ้านบรรยายพิเศษ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ย้ำผู้นำต้องทำก่อน

ปลัดมหาดไทยพร้อมนายกแม่บ้านบรรยายพิเศษ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ย้ำผู้นำต้องทำก่อน

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ร่วมเป็นวิทยากรบรรยาย “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” ตามโครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พลังสร้างสรรค์ เศรษฐกิจชุมชนสู่ความอุดมสมบูรณ์พูนสุขอย่างยั่งยืน โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ดร.ศรินดา จามรมาน ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และคณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ คณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ข้าราชการ หัวหน้าคณะทำงานและคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี คณะผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน พนักงานกองทุนจาก 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 800 คน ร่วมรับฟัง

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้ยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาพบสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ผู้มีความรับผิดชอบ มีวินัยทางการเงิน ช่วยกันดูแลไม่ให้เกิดหนี้เสีย ซึ่งในวันนี้ได้มีโอกาสมาบรรยายในหัวข้อ “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” คำว่า สิ่งแวดล้อมก็คือสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา รวมถึงสิ่งที่เป็นธรรมชาติ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีกับสิ่งแวดล้อมจึงเป็นของคู่กัน เพราะสิ่งแวดล้อมของเราคือ “คุณภาพชีวิตของคนที่อยู่ในครอบครัวของเรา” เราในฐานะสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีผู้เป็นศูนย์กลางของครอบครัว คนที่อยู่รอบตัวเราจะมีความสุขได้จะต้องมาจากการอาศัยอยู่ในบ้านที่มีความอบอุ่น สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย สมาชิกในบ้านเต็มไปด้วยความรักความสามัคคี ดังนั้น สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจะต้องช่วยกันทำให้เพื่อนบ้านและคนในหมู่บ้านได้มีความสุขไปด้วยกัน

“สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีทุกคนในฐานะที่เป็นจุดศูนย์กลาง จะต้องร่วมกันแผ่รังสีรัศมีของความสุขออกไปยังสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากที่ตัวเราก่อน คือ มีจิตใจมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งที่ดี “Change for Good” ให้เกิดขึ้นกับชีวิตของตนเองและครอบครัว ซึ่งการจะทำให้สิ่งแวดล้อมดีเริ่มจากการตั้งมั่นของการอยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ท่านทรงวางกรอบแนวทางในการที่จะทำให้พสกนิกรมีความสุข คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งสิ่งแวดล้อม คือ ประเทศชาติและคนในครอบครัว คนที่เป็นศูนย์กลางจะต้องตรวจสอบคุณภาพชีวิตของสิ่งแวดล้อมทั้งของตนเองและครอบครัวก่อน จากนั้นการจะทำให้ชีวิตมีความสุขได้จะต้องยึดหลักอริยสัจ 4 คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เป็นแนวทางในการมีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงเป็นที่มาของการเป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเพื่อจะได้มีเงินทุนไปสร้างโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตได้ แต่กลับกันหากเรามีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้น รวมถึงรายจ่ายที่จำเป็นในกิจวัตรประจำวันที่มีมากกว่ารายรับ ก็จะส่งผลต่อการมีความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดี เกิดเป็นสาเหตุแห่งความทุกข์” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงต้น

Advertisement

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่ออีกว่า เราจะสามารถลดรายจ่ายได้อย่างไร “บัญชีครัวเรือน” จึงมีความสำคัญ ที่สมาชิกทุกคนจะต้องรู้รายรับ-รายจ่ายในกิจวัตรประจำวัน โดยเริ่มจากที่ตัวเราก่อน ในฐานะเป็นศูนย์กลางของสิ่งแวดล้อม ซึ่งในสังคมไทยผู้หญิงเป็นผู้นำของครอบครัว ดังนั้น “ผู้นำต้องทำก่อน” เริ่มจากที่ตัวเราก่อน ลดความฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย โดยนำหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าคือ “อริยสัจ 4” มาปรับใช้ โดยน้อมนำแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามโครงการ “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” และ ” ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” เราก็จะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายได้ เช่นเดียวกันกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เราช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้สมาชิกมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ผู้บริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จังหวัด อำเภอ ตำบล ต้องมีอุดมการณ์ที่ชัดเจนที่จะกระตุ้นปลุกเร้าให้สมาชิกของเราทำให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยมีคณะกรรมการที่มีความรักความสามัคคี มีความเข้มแข็ง และมีอุดมการณ์ ในการที่จะช่วยกันทำตามวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี นั่นคือทำให้สมาชิกสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อใช้ในการประกอบสัมมาอาชีพ ได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

“ผู้บริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในฐานะเป็นศูนย์กลางจะต้องหาวิธีการสร้างความใกล้ชิดกับสมาชิกในพื้นที่ที่เรารับผิดชอบ โดยเริ่มจากการสร้างทีมที่อยู่ใกล้ตัวของสมาชิกในระดับหมู่บ้าน คือ คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล ผ่านทางทีมงานภาคีเครือข่าย มีความเอาใจใส่ในการตรวจสุขภาพของสมาชิกว่ามีสถานะเป็นอย่างไร เช่น รายรับรายจ่าย อุปสรรคในการประกอบอาชีพ ซึ่งการ X-ray จะทำให้เห็นถึงสาเหตุแห่งการเกิดทุกข์ เพื่อน้อมนำเอาแนวหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการดับทุกข์ ตนจึงต้องช่วยกันเตือนสติว่า เป้าหมายของคนไทยทุกคนคือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข” ตนจึงอยากจะมาปลุกเร้าจิตใจกับพวกเราทุกคน สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจะมีความสุขได้ จะต้องช่วยกันทำให้คนในครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดี “แก้ไขในสิ่งผิด” คือ ไม่เป็นหนี้สินล้นพ้นตัวจนไม่มีความสามารถในการใช้หนี้ หากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีมีค่าหนี้เสียต่ำได้ หมายความว่า สมาชิกในกองทุนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลงทุนไม่ขาดทุน “สืบสานพระราชปณิธานภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” จะดีได้ต้องเริ่มจากการนำไปปฏิบัติ โดยผู้นำของสมาชิกต้องช่วยลดรายจ่าย สร้างรายได้เพิ่ม ขยายโอกาสให้คนในครอบครัวและสมาชิกให้มีความสุข คนที่เป็นผู้นำต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ดีขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อสมาชิก” นายสุทธิพงษ์ ฯ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งแวดล้อมที่จะทำให้พวกเรามีความสุข เริ่มจากที่บ้านมีแหล่งอาหาร ทำให้สมาชิกสามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดรายจ่าย โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “ปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ” ไว้รับประทานเองภายในบ้าน ช่วยให้มีสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เป็นผลดีต่อสุขภาพ ตลอดจนจะต้องขยายสิ่งที่ดีไปสู่เพื่อนบ้านและคนในชุมชน รวมไปถึงการสร้างสิ่งที่ดีของการมีส่วนร่วมของคนในครอบครัวและชุมชน ได้มาร่วมกันทำกิจกรรมที่ดี ช่วยกันรดน้ำปลูกผัก นอกจากนี้ครัวเรือนจะมีความสุขได้เราจะต้องมีการบริหารจัดการขยะ หากเรามีการบริหารจัดการขยะที่ดี การจัดทำ “ถังขยะเปียกลดโลกร้อน” สามารถนำเศษอาหารเหลือทิ้งมาเปลี่ยนเป็นประโยชน์ ทำเป็นปุ๋ย เป็นอาหารสัตว์ หรือเปลี่ยนเป็นรายได้ นอกจากนี้ยังทำให้บ้านเมืองสะอาด สวยงาม ทำให้คนในชุมชนมีสุขภาพที่ดีก็จะมีความสุข

“กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจะช่วยทำให้คนในสังคมได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีจากการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จะนำไปต่อยอดประกอบอาชีพบรรลุตามวัตถุประสงค์ได้ ต้องอาศัยผู้บริหารกองทุน ที่จะต้องเป็นจุดศูนย์กลางของสมาชิก มีความเอาใจใส่ มีอุดมการณ์ มี “Passion” มีจิตอาสา มีการพบปะพูดคุยถามไถ่ ทำให้สมาชิกมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทำเป็นตัวอย่าง โดยการปลูกผักสวนครัว คัดแยกขยะ (3R) จัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน พร้อมกับการหารูรั่ว เพื่อแก้ไขในสิ่งที่ผิด ซึ่งเราจะหาข้อเท็จจริงได้จะต้องมีการพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ มีการร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และร่วมรับประโยชน์ ตาม 4 กระบวนการแนวทางการทำงานโครงการในพระราชดำริกว่า 5,000 โครงการ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยเริ่มจากเยี่ยมคนในพื้นที่ของเรา และทำให้ข้อมูลของเราเป็นปัจจุบันอยู่สม่ำเสมอ เพื่อที่จะทราบชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา ทั้งหมดความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ถ้าผู้นำทำก่อน ให้กำลังใจ ให้คำแนะนำ ร่วมกับสมาชิกสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี กองทุนของเราก็จะเข้มแข็ง และจะมีโอกาสช่วยเหลือเกื้อกูลสมาชิกอื่น ๆ ให้มีโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี และขอให้ภูมิใจว่าการเป็น “สตรี” ต้องสู้อย่างเข้มแข็งและเป็นผู้นำ ดังที่มาของการเกิดกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เริ่มจากการทำด้วยมือของท่านให้ดีและต่อยอดไปที่ครอบครัว เพื่อจะทำให้ฝันของพวกเราให้เป็นจริง คือ การมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เปิดเผยว่า กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเป็นกองทุนที่เกิดขึ้นเพื่อให้สตรีได้เข้าถึงแหล่งทุนหรือเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสูงสุดโครงการละ 200,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 0.1 ต่อปี โดยมีกำหนดระยะเวลาในการผ่อนชำระคืนได้ไม่เกิน 2 ปี และชำระอย่างน้อยปีละ 2 งวด เพื่อนำไปประกอบอาชีพ ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ หรือพัฒนาอาชีพ ผ่านการรวมกลุ่มของสตรี โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ให้การสนับสนุน เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งที่มาจากภายในกลุ่มของสตรีเอง ด้วยการเริ่มต้นกิจกรรมจากความต้องการของสตรี บริหารจัดการด้วยสตรี สตรีมีความสุข และสตรีมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนถึงครอบครัว ซึ่งในปัจจุบันมีสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ประเภทบุคคลธรรมดา 16,144,694 คน และประเภทองค์กรสตรี 79,150 องค์กร ขับเคลื่อนการบริหารเงินทุนหมุนเวียน ตามแนวทางพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้

“ความสำเร็จของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของเรา ปัจจุบันได้ช่วยเหลือพี่น้องสตรีทั่วประเทศในการนำทุนจากกองทุนไปพัฒนาอาชีพ ทั้งการต่อยอดทางธุรกิจ และทางรายได้ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการตลาด เสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพ พร้อมทั้งขับเคลื่อนการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้ สร้างภาวะผู้นำ พัฒนาองค์ความรู้ และเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านสังคมให้แก่สตรีและองค์กร ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การบริหารจัดการหนี้ที่เราประสบความสำเร็จ ซึ่งปัจจุบันคงเหลือหนี้ค้างชำระเพียงร้อยละ 18.52” ดร.วันดีฯ กล่าวเพิ่มเติม

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ได้มอบช่อดอกไม้ จำนวน 12 ช่อ ให้กับจังหวัดที่มีการบริหารจัดการหนี้ดีเด่น ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ชัยภูมิ ตาก เชียงราย อ่างทอง พิษณุโลก นครนายก สระแก้ว สระบุรี ชลบุรี อุบลราชธานี และพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นการขอบคุณและสร้างขวัญกำลังใจให้กับคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัด

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image