‘อิงฟ้า’ ตอบคนแซะ นางงามราคาถูก รับน้อยใจโดนเปรียบเวข้างบ้าน เผยโหมงานหนักจนหวิดเสียโฉม

7.03.24 | 14:41 น.

‘อิงฟ้า’ ตอบคนแซะ นางงามราคาถูก รับน้อยใจโดนเปรียบเวข้างบ้าน เผยโหมงานหนักจนหวิดเสียโฉม

เติบโตไปอีกหนึ่งขั้นสำหรับนางงามมหาชน ‘อิงฟ้า วราหะ’ ที่ล่าสุดได้ขึ้นแท่นเป็นผู้จัดการกองประกวด มิสแกรนด์ไทยแลนด์เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในบทบาทความปังของเธอที่นอกเหนือจากงานในวงการที่ปังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผลงานที่จ่อให้รอชมอย่างบทบาทโสเภณี จากเรื่องบางกอกคณิกา และภาพยนตร์ที่กำลังถ่ายทำ แต่เบื้องหลังผลงานปังๆ นี้  กลับซ่อนมุมอ่อนไหวจนกระทบต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิตใจจากการโหมงาน โดยเธอได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้ในรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง One31

ล่าสุดได้รับตำแหน่งผู้จัดการกองมิสแกรนด์ไทยแลนด์ เป็นอีกหนึ่งเลเวลของชีวิต ?

“หลังบ้านคิดว่าหนูช่วยเขาได้เต็มที่อยู่แล้ว เมื่อวานก็ประกาศอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่ามีความกดดันเล็กๆ ที่เรารู้สึกว่าคนอาจมองว่างานเราเยอะ เราจะมีเวลาดูน้อง ๆ ทั่วถึงไหม แต่ก็บอกตรงๆ ว่าเราทำเต็มที่หลังบ้าน แม้ออกงานทุกวัน แต่เราก็เช็กตามสื่อ หรือทำตามทีมหลังบ้านตลอด ไม่ต้องกลัวเรื่องเวลา จะทำให้เต็มที่ที่สุด”

Advertisement

ต้องทำอะไรบ้าง ?

“ก็มีส่วนช่วยตัดสินใจเลือกน้องในปี 2024 ว่าใครจะได้มาดำรงตำแหน่ง 1 ใน 10 หรือ 1 ใน 5 ดูหลังบ้านด้วย ช่วยเช็กว่าน้องๆ เป็นยังไงกันบ้าง คอยเพิ่มเอนเนอร์จี้ให้น้องๆ”

รู้มาก่อนไหมว่าจะได้รับตำแหน่งนี้ ?

“ไม่รู้เลยค่ะ คิดในใจว่าน่าจะเป็นอีกคนที่เราเล็งไว้ แต่ตอนเช้าบอสบอกให้เอาชุดมาเปลี่ยนด้วยนะ เพราะจะให้ขึ้นเป็นผู้จัดการกอง บอสก็ไม่ได้ห่วงหนูในเรื่องการทำงาน เพราะตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ทำงานด้วยกัน เขาก็คงเล็งเห็นศักยภาพในการทำงานของเรา ที่เรารับผิดชอบต่องาน รอดูว่าพอเป็นผู้จัดการกองแล้ว เราจะสามารถผลักดันน้องๆ ไปได้ไกลแค่ไหน”

เทคนิคไม่โกรธเวลาเจอคอมเมนต์ลบ ?

“บางครั้งก็ทำได้ บางครั้งก็ทำไม่ได้ แต่ช่วงที่เราทำได้ จะรู้สึกว่าการที่เขาไม่ชอบเรา เขารู้สึกอิจฉา จับผิด หรืออะไร มันเป็นหน้าที่ของเขา ไม่ใช่ของเรา เราอธิบายไป ถ้าคนไม่ชอบ ยังไงก็ไม่ชอบ ถ้ารุนแรงหรือลามปามถึงครอบครัวก็จะตอบกลับบ้าง หรือให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายไป”

มีความรู้สึกอยากด่ากลับไหม ?

“มีค่ะ ถ้าเราลงไปด่าเขากลับ บางทีก็รู้สึกว่าเราก็ไม่ได้ต่างจากเขาหรือเปล่า คนมาด่าเราแสดงว่าเขาไม่สามารถระงับอารมณ์หรือควบคุมสติของตัวเองได้ที่จะมารุกรานในพื้นที่คนอื่น ต่อให้เป็นคนสาธารณะก็ตาม ถ้าเราไปตอบกลับก็ไม่จบไม่สิ้น”

โกรธกับคำว่าเคอร์รี่มั้ย ?

“จริงๆ คำนี้มาที่เขาเห็นหนูสวมบทบาทเป็นโสเภณีในละครบางกอกคณิกา เราก็รู้สึกว่าเขาคงอินมาก เราเล่นดีขนาดนั้นเลยเหรอ เขาถึงอินขนาดนั้น ก็ไม่ได้โกรธอะไร”

พอเจอคอมเมนต์ดูถูก ?

“มีช่วงเวลาที่เสียใจ แต่เวลาเสียใจจะชอบเก็บไว้เงียบๆคนเดียว พยายามมูฟออน พยายามคิดว่าหนึ่งวันมันผ่านไปเร็วมาก มีเหตุการณ์หลายๆ อย่าง สุดท้ายมันก็ผ่านไป พยายามมองว่าที่ผ่านมาเราผ่านอะไรมาเยอะมากๆ วันนี้เราจะเจออีกก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็คงผ่านไป พยายามอยู่กับตัวเองและมีสติให้มากที่สุด ลำพังว่าเรา เราน่าจะชิน แต่บางทีลามปามไปถึงครอบครัว แม่ พี่สาว ก็จะทำให้เราเซนซิทีฟนิดนึง เราไม่อยากให้คนในครอบครัวมารับรู้ เพราะเขาคงไม่ได้สตรองเท่าเรา”

บอกเป็นนางงามราคาถูก ไม่แพง รู้สึกยังไง ?

“7 หลักนี่ก็ไม่ถูกแล้วนะ (หัวเราะ) หนูไม่รู้ว่าคำว่าถูกหรือแพงเขาวัดจากอะไร แต่ถ้าคำว่านางงามราคาถูก ทำให้หนูมีบ้าน มีรถมีเงินขนาดนี้ มีคนที่รัก มีแฟนคลับโอบอ้อมเราขนาดนี้ เราก็รับกับคำว่าถูกแล้วกัน แต่ถ้ารู้สึกว่าแพงสำหรับเขา คือเราอยู่อย่างสง่าหรือเข้าถึงยากก็ไม่เป็นไร เราก็น้อมรับไว้”

โดนเปรียบเทียบกับนางงามเวทีอื่น ?

“โดนตลอด ไม่จบไม่สิ้น แม้เราจะอำลาตำแหน่งแล้วก็จะมีมาเรื่อยๆ จริงๆ นางงามก็คือนางงาม มีบริบทที่แตกต่างกันออกไป แต่ละเวทีก็จะมีคุณค่าของเขา มีบริบทของเขา เราก็ยืนหยัดในคาแรกเตอร์ บริบทของเรา อยู่ที่ผู้บริโภค เราให้สิทธิ์ผู้บริโภคว่าเขาจะชื่นชอบหรือเลือกแบบไหน การเปรียบเทียบไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร นอกจากความรุนแรงในโซเชียล หนูก็ไม่ได้เห็นด้วยเท่าไหร่”

เวลาคนเอาเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วว่าเรา ?

“บางทีก็น้อยใจเหมือนกันนะ ทุกคนมีความสวย ความสามารถไม่เหมือนกันอยู่แล้ว แตกต่างกันอยู่แล้ว อย่างนางงามเราพยายามผลักดันให้ผู้หญิงมีความมั่นใจ มีความสวย เห็นคุณค่าในตัวเอง ไม่ใช่เราจะมากดกันเอง ซึ่งในสังคมไทยทุกวันนี้ก็ยังเห็นได้ชัด ไม่ว่าเวทีไหนก็ตาม ด้วยความเราสตรองมากๆ เวลาเจอการเปรียบเทียบเราก็จะเน้นที่การพิสูจน์ พูดให้น้อย ต่อยให้หนักดีกว่า”

ทัวร์คอนเสิร์ตมาทั่วประเทศ ต่างประเทศก็ไป มีที่ไหนที่เราประทับใจ ?

“จริงๆ เยอะมากๆ แต่ที่รู้สึกว่าเพอร์เฟ็กต์มากๆ คือที่เวียดนาม วันนั้นเรารู้สึกสวยจัง ด้วยภาพรวม ด้วยชุด โชว์เปิดที่หนูร้องเป็นเพลงเวียดนาม เขาก็ร้องช่วยกัน หนูก็คิดว่าเหมือนศิลปินเกาหลีเลย เวลาเขาร้องเพลงจะมีแฟนคลับร้องอยู่ข้างล่าง อันนั้นน่าจะเป็นครั้งที่หนูประทับใจที่สุด”

หวิดเสียโฉมด้วย ?

“เมื่อไม่นานมานี้ เราทำงาน ด้วยความหลังๆ  มีทั้งคิวถ่ายภาพยนตร์ พรีเซนเตอร์ ละคร พอมันติดกันมาก ๆ ก็มีช่วงเวลาที่พักผ่อนน้อย นอนไม่ถึง 5 ชม.หลายเดือนติด พอตื่นมาก็ตกใจเหมือนกัน มีความบวมช่วงปากและคาง รู้สึกหน้าขยับไม่ค่อยได้ ถ้าไม่ดีขึ้นสัก 3-4 วันจะไปหาหมอ แต่พอวันที่ 3 ก็ค่อย ๆ หายไป คิดว่าน่าจะภูมิตกด้วย ก็ยังไม่ได้ไปหาหมอ”

ตื่นมาแล้วเห็นหน้าเราเบี้ยว ตกใจขนาดไหน ?

“ตกใจมาก วันนั้นต้องถ่ายละครด้วย เราพยายามเช็กในมอนิเตอร์ว่าเห็นหรือเปล่า ก็พยายามแจ้งกับทีมงานว่าถ้าวันนี้มีปากไม่ขยับ ไม่ใช่เราเล่นแข็งนะ (หัวเราะ) บอสยังไม่ทราบ คิดว่าถ้าเขาทราบ น่าจะหาวันพักให้เรา”

มีอาการเป็นโรคซึมเศร้า เริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนไหน ?

“จริงๆ พยายามคิดว่าไม่เป็น พยายามไม่ไปหาหมอ แต่มีช่วงที่มีดราม่าหนักประมาณปีที่แล้ว ทุกอย่างของเราก็รวนมากขึ้น ไม่ว่าจะอารมณ์ คำพูดคำจา คนรอบข้างก็เลยบอกว่าต้องไปเช็กแล้วแหละ ก็เลยไป พอวิเคราะห์แล้วคุณหมอบอกว่าเป็นเรื้อรังตั้งแต่คุณพ่อเสีย คือช่วงอายุ 18 ก็ทานยารักษากันไปจนถึงตอนนี้”

ถึงขั้นคิดทำร้ายตัวเองไหม ?

“บ่อยมากๆ มันไปถึงขั้นที่เราคิดว่าการทำร้ายตัวเองหรือการคิดสั้นเหมือนเราคิดมาดีแล้ว แต่แค่ยังรู้สึกว่าเรามองข้ามความเจ็บปวดไม่ได้ แค่กลัวความเจ็บ ถ้าการฆ่าตัวตายแล้วมันไม่เจ็บเลย เราก็คงไปนานแล้ว คงไม่มีอิงฟ้า ณ ตอนนี้แล้ว”

วิธีการดึงสติ ?

“คนในครอบครัวก่อนเลย คุณแม่จะบอกว่าไม่เป็นไร เคารพทุกการตัดสินใจของเราเคยมานั่งเสิร์ชว่าช่วงเรากลัวความเจ็บปวด การฆ่าตัวตายอะไรบ้างที่ไม่เจ็บ ก็ขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ที่ถูกกฎหมาย เราก็คิดว่าโอเค วันหนึ่งเราจะทำงานเก็บเงินเยอะๆ อยากลองไปประเทศนี้ดู เขาบอกว่าคนไปสวิตเซอร์แลนด์จะมีสองแบบ คือคนคิดสั้น กับคนที่ไปเห็นความสวยงามบนโลกแล้วเปลี่ยนใจ อยากมีลมหายใจต่อไป เราเลยรู้สึกว่าเราตั้งเป้าใหม่ ถ้าวันหนึ่งเราไม่ได้อยากอยู่บนโลกนี้แล้วจริงๆ ลองให้ตัวเองได้ไปก่อน ไปเพื่อพบความสวยงาม”

อะไรทำให้ไม่อยากอยู่ ?

“อาจด้วยช่วงที่ชีวิตเราสมบูรณ์ทุกอย่างแล้ว จริงๆ การคิดสั้นมีมาก่อนเป็นนางงาม พอคุณพ่อเสีย ครอบครัวเราแตกหมดเลย เหมือนอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่นมาก พอคุณพ่อเสียครอบครัวกระจายไปหมด แต่ที่เรายังไม่ไปสักทีเพราะเราเป็นห่วงแม่ เป็นคำสั่งเสียของพ่อ เรามีพี่น้องสามคน แต่เขาจะฝากเราแค่คนเดียวว่าฝากแม่ด้วย เราก็ยังไปไม่ได้ แต่ปีที่แล้วที่ดราม่าหนัก เราก็คิดว่าเรามีเงินจำนวนหนึ่งที่แม่เราคงไม่ลำบากแล้ว ไม่มีอะไรที่เราต้องเป็นห่วงแล้ว ณ ตอนนั้นที่เราคิดว่าเราอยากคิดสั้น เรารู้สึกว่าเราใช้ชีวิตทำไมมันเหนื่อยจังเลย เหมือนเราต้องพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลา เมื่อไหร่เราจะได้หยุดนิ่งใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปสักที ต่อให้อยู่ในวงการหรือทำงานอะไรก็แล้วแต่ เราสามารถอยู่ด้วยความสุข  แต่พอผ่านตรงนั้นมาได้ เราก็ภูมิใจ และดีแล้วที่เราไม่ได้ตัดสินใจในวันนั้น”

ในข้อสัญญา 7 ปี ห้ามมีแฟน จริงไหม ?

“เขาก็มองในเชิงธุรกิจ ที่มองเหมือนเด็กคนหนึ่งที่อยากให้เราไปได้ไกล เขามองว่าการมีแฟนจะทำให้อยู่ในวงการได้ไม่นาน หรือเสียสมาธิในการทำงาน ก็ไม่ได้รับปากว่าจะทำได้ 7 ปีอยู่แล้ว เพราะมันเป็นไปได้ยาก คนเราบางทีใช้ชีวิตก็ต้องดำเนินไปด้วยความรักอยู่แล้ว แต่ ณ ทุกวันนี้เราก็ยังโฟกัสกับงาน ใน 1 วันเวลาได้นอนคือน้อยแล้ว ตอนนี้เราก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรกับสิ่งที่เขาต้องการ แต่ถ้าต่อไป 30 อัพไปแล้ว เราอยากมีใครสักคนแล้วอยากทำงานไปด้วย อันนั้นเราก็ต้องพิจารณากันอีกที ตอนนี้เหลืออีก 5 ปี (หัวเราะ) ทุกวันนี้ทำงานก็แทบไม่ได้เช็กข้อความในโซเชียล จะได้เจอเฉพาะคนทำงานที่เราเจอกันจริงๆ”

5 ปีก็นาน จะครองโสดได้ครบเทอมไหม ?

“ไม่ครบหรอกค่ะ (หัวเราะ) เป็นไปได้ยาก หนู 35 ตามหลักของผู้หญิงน่าจะเป็นไปได้ยาก ยิ่งเราทำงานเยอะ เราก็ยิ่งต้องการกำลังใจ ต้องการความรัก แต่ ณ ตอนนี้ด้วยความที่เรายังมีกำลังใจจากแฟนคลับมากมาย เราไม่ต้องไปโหยหาที่ไหน ได้จากพวกเขาก็อิ่มแล้ว ก็ยังไม่ได้ซีเรียสอะไรตรงนั้น”

อยากส่งแมสเสจอะไรถึงบอส ?

“ให้เป็นเรื่องธรรมชาติแล้วกัน ณ ตอนนี้เราก็ทำหน้าที่ของเรา เป็นอิงฟ้า มิสแกรนด์ให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ อยากให้เป็นกำลังใจให้กันดีกว่า อยู่กันด้วยความอบอุ่นและความรักแบบนี้ตลอดไป เพราะเขาพูดและทำทุกอย่างด้วยความรักและห่วงเรา”

ยังยืนยันกับคำว่า LGBT ?

“ยืนยันค่ะ เราก็คบได้ทุกเพศ อยู่ที่ความสบายใจ เข้าใจ ยิ่งอยู่ตรงนี้ด้วย ความเข้าใจก็มาเป็นนัมเบอร์วันเลย ที่ผ่านมาคบหลากหลายแล้ว ทั้งเรื่องหน้าตา ฐานะ หรือเพศ สุดท้ายแล้วผู้หญิงเราก็ต้องการความสบายใจ อยู่ด้วยแล้วแฮปปี้ ไม่สร้างความหนักใจให้เราก็พอแล้ว”

ค่าตัวแรงมากๆ ขึ้นค่าตัวแบบก้าวกระโดด ?

“จริงๆ เราแทบไม่ได้ทราบอะไรเท่าไร ส่วนมากจะมีกองที่เขามีหน้าที่ในการรับงาน ขึ้นค่าตัว แต่พอได้ทราบจากการสัมภาษณ์ของบอส เราอาจเด็กเกิน ไม่รู้ว่าช่วงไหนควรขึ้น เขาอาจมองในพาร์ทธุรกิจที่ดีแล้ว เราก็จะทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ให้คุ้มค่ากับที่เขาบอกว่าแพง แต่จ้างเรา

บทบาทการเป็นโสเภณี กับบางกอกคณิกา ล่าสุดเปิดตัวอลังการ ?

“ผลตอบรับดีมาก เกินที่คาดคิด จริงๆ ละครเรายังไม่ได้ออนเลย แต่ยอดวิวที่คนดูในติ๊กต๊อก 100 ล้านแล้ว ไวรัลที่เขาไปเล่นกันก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ถ้าละครออนก็คงมีอะไรให้เล่นเยอะมากๆ จริงๆ”

ยากขนาดไหน ?

“มันเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์มากๆ มีอุปนิสัยเค้าโครงมาจากเราด้วย เพราะมีการคุยกับผู้ใหญ่ ว่าละครเรื่องแรกของเราจะเป็นแนวไหน ก็ค้นหาบุคลิกก็ลงตัวที่แม่กุหลาบ ความยากคือพี่สันต์ ศรีแก้วหล่อเป็นผู้กำกับ เขาเป๊ะมากๆ เขาอยากให้ทุกอย่างออกมาดีมากๆ จนเราอินกับคาแรกเตอร์นั้นมากๆ จนรู้สึกว่าเข้มข้นและสนุก”

ประกบดาราแต่ละคนเจ้าบทบาทและเคี่ยวมาก ?

“ไม่รู้เราทำบุญด้วยอะไร ละครเรื่องแรกก็ได้เจอแต่คนที่น่ารักมากๆ ทีมงานทุกคน ไม่ว่าจะพี่อ้อม พี่นก พี่ตอง เราเจอกันทุกครั้งไม่เคยสร้างความกดดันอะไรให้เลย โดยเฉพาะพี่อ้อม เวลาเข้าฉากด้วยกันเขาจะทำการบ้านว่าแฟนคลับเรียกเราว่าอะไร (หัวเราะ) เขาจะรู้ว่าแฟนคลับเรียกเราอิงอิง เขารู้ได้ไง (หัวเราะ) เขาน่ารักมากจริงๆ ทำให้ทุกครั้งที่เราเข้าการถ่ายทำ หรือตื่นไปถ่ายละครก็จะมีเอนเนอร์จี้ที่สนุก เรื่องนี้เป็นซีรีส์มี 8 ตอน แต่เนื้อเรื่องมีความเป็นพีเรียดก็อยากใช้คำว่าละครเข้าไปด้วย”