ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ‘SX 2024’ เอ็กซ์โปความยั่งยืน ส่งต่อทรัพยากรให้ลูกหลาน

2.10.24 | 12:35 น.

ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ‘SX 2024’ เอ็กซ์โปความยั่งยืน ส่งต่อทรัพยากรให้ลูกหลาน

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับงาน Sustainability Expo 2024 (SX 2024) มหกรรมงานเอ็กซ์โปเกี่ยวกับความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) โดยจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

จากการผสานความร่วมมือจาก 5 องค์กรธุรกิจชั้นนำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับสากล ได้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เอสซีจี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมกันไขรหัสค้นหาคำตอบสู่หนทางความอยู่รอดอย่างสมดุลในยุคโลกเดือด (Global Boiling) กับทศวรรษแห่งการลงมือทำของการรวมพลังเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกใบนี้น่าอยู่อย่างยั่งยืน

ในพิธีเปิดงาน SX 2024 อย่างเป็นทางการ จึงจัดขึ้นในรูปแบบการร่วมกันขับร้องประสานเสียงในบทเพลง What a wonderful world อันเป็นสัญลักษณ์ในการเปิดงาน SX 2024 เพื่อสื่อถึงความร่วมมือร่วมใจ ที่จะสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืน โดยมี ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานอำนวยการจัดงาน Sustainability Expo (SX) 2024, ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา, ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประธานกรรมการ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เหรัญญิกสภากาชาดไทย

Advertisement

พร้อมด้วย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ ปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด, คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท., ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และ ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตัวแทนภาคเอกชน องค์กร ผู้ร่วมสนับสนุนการจัดงาน และทูตานุทูต ร่วมในพิธีเปิด

  • ความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ในฐานะประธานอำนวยการจัดงาน Sustainability Expo (SX) 2024 กล่าวเปิดงานว่า งาน Sustainability Expo จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2020 โดยจัดขึ้นต่อเนื่องปีนี้เป็นที่ 5 ซึ่งนับได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่กลายเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือในการจัดงานมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาคอาเซียน ที่ได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการตามพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา ต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางการจัดงานสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs)

“การจัดงานที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างดียิ่ง เพราะสามารถตอบโจทย์ให้กับคนทุกกลุ่มวัยได้มาร่วมหาคำตอบของการสร้างโลกที่ยั่งยืนอย่างสมดุลในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สร้าง ‘สมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีกว่า’ (Good Balance, Better World) ในปีที่ผ่านมามีผู้เข้าชมงานมากกว่า 360,000 คน และสำหรับปีนี้เรายังขยายเครือข่ายพันธมิตรการจัดงานเพื่อร่วมขับเคลื่อนการจัดงานให้ครอบคลุมเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ โดยได้เชิญทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน วิทยากร และผู้เชี่ยวชาญกว่า 600 รายทั่วโลก เครือข่ายธุรกิจยั่งยืนจากบริษัท และองค์กรชั้นนำของไทย และต่างประเทศกว่า 270 แห่ง ที่จะมาร่วมกันแบ่งปันองค์ความรู้ และสร้างแนวคิดที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่สร้างสรรค์ให้โลกเกิดความสมดุล และผลักดันให้เกิดการลงมือทำในทศวรรษแห่งการลงมือทำ หรือ Decade of Action พร้อมทั้งผลักดันแนวทางที่เรียกว่า B2C2B (Business-to-Consumer-to-Business) ที่ยึดผู้บริโภคเป็นแกนกลางในการดำเนินการเพื่อความยั่งยืน เชื่อมโยงระหว่างองค์กรธุรกิจกับผู้บริโภค และผู้บริโภคจะเชื่อมโยงกลับสู่ภาคธุรกิจ เป็นวงจรแห่งความยั่งยืนต่อไป” ฐาปนกล่าว ก่อนทิ้งท้ายว่า

“เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน”

  • การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า โลกเรามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งประชากรของโลกเราต้องรับมือ ปรับตัวร่วมกันทะลุขีดความสามารถในการบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาอันเป็นกติกาสากล อย่าง Sustainable Development Goals ภายในปี 2030

“พฤติกรรมของมนุษย์เป็นผู้สร้างและผู้ทำลาย เราสร้างสรรค์อะไรมากมายก่ายกองเช่น เอไอ แต่สุดท้ายพอเรากลับมาคิดแล้ว ทุกสิ่งที่มนุษย์สร้างนั้นไม่ว่านวัตกรรมหรือการผลิตเพื่อบริโภค เราล้วนต้องเอาทรัพยากรและวัตถุดิบมาจากโลกทั้งนั้น โลกใบนี้ไม่ใหญ่เลย ถ้านับประชากรอีก 10-20 ปีข้างหน้าจะมีจำนวนกระโดดไปถึง 9 พันล้านคน

“วันนี้อยากเรียนถามทุกท่านว่า เราบริโภคด้วยความเป็นเหตุเป็นผลหรือเปล่า หรือเราบริโภคด้วยความโลภ เช่น หากเหลียวมองกลับไปในบ้านของท่านมันไม่มีประโยชน์ให้กับชีวิตเราเลย แต่เรากองมันไว้ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ นักวิทยาศาสตร์เขาเตือนว่า สิ่งของในบ้านกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีความจำเป็นกับการใช้ชีวิตเลย ผมขอเตือนความจำท่านว่า ของแต่ละชิ้นนั้นมันมีทุนของมัน เราต้องเอาอะไรไปแลก ซึ่งสิ่งที่เอาไปแลกก็มาจากแผ่นดิน อย่างน้ำมันเริ่มจะหมดแล้ว เราก็เริ่มกำลังหันมาพูดถึงพลังงานทดแทน” ดร.สุเมธกล่าว และว่า ตอนนี้ชาวโลกมีกระแส ขึ้นมาว่า กรีน zero emissions circular economy ซึ่งเป็นไปในทางเดียวกัน ดังนั้น ถ้าเรายังทำอยู่แบบนี้ เราจะอยู่ไม่ได้ ต้องกลับไปให้พอเพียงกับทุนที่เรามีอยู่ ซึ่งแต่ละประเทศมีทุนไม่เหมือนกัน

“ผมอายุ 86 ปีแล้ว ตายวันนี้พรุ่งนี้ มันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แต่แผ่นดินนี้ลูกหลานเราต้องอยู่ต่อ แล้วเขาต้องส่งต่ออีก เราต้องทำเพื่อตัวเอง และส่งต่อทรัพยากรทั้งหลายให้มันมีพอเพียงถึงลูกเราด้วย แล้วให้ลูกเราทะนุถนอมทุกสิ่งทุกอย่างส่งถึงให้หลานเรา นี่คือคำว่า ยั่งยืน เราต้องเปลี่ยนความปรารถนาให้เป็นการลงมือกระทำให้ได้ คนแก่อย่างผมก็คงตั้งความหวังว่า อยากเห็นแผ่นดินนี้รอด อยากเห็นลูกหลานเรารอดบนแผ่นดินทอง แล้วเราเชื่อมั่นว่าเราสามารถแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ถ้าหากเราร่วมกันได้สปิริตแบบนี้” ดร.สุเมธกล่าว

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
  • เปิดไอเดีย ‘กินกู้โลก’

อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนสามพราน จำกัด และนายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย (Thai Organic Consumer Association) หรือ TOCA บอกในงานเสวนา หัวข้อการสร้างสรรค์เมนูเพื่อเปลี่ยนโลก ที่งาน SX 2024 ว่าทุกวันนี้ผู้บริโภคมีความตระหนักรู้มากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากการระบาดของโควิด ผู้บริโภคตระหนักถึงปัญหาขยะอาหาร และเห็นความสำคัญของห่วงโซ่คุณค่าอาหารมากขึ้น หากต้องการรับประทานอาหารออร์แกนิคจะไปที่ไหน หาแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้และตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่สมาคมของเรากำลังทำอยู่ คือการชี้เป้าแหล่งออร์แกนิคที่แท้จริงให้ผู้บริโภค

ด้าน ริค ดินเจน (Rick Dingen) เชฟ Michelin Green Star แห่งร้านจัมปา (Jampa) จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนลูกค้าที่ร้านอาหารจัมปาเพิ่มขึ้นมากกว่าก่อน สังเกตได้ว่าลูกค้าอยากรู้มากขึ้นว่าเราหาวัตถุดิบจากที่ไหน และให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ เราได้ทำงานร่วมกับชาวประมงออร์แกนิคที่ดีที่สุด เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญในการพัฒนา

ทั้งนี้ เชฟริคและอรุษ ซึ่งคนหลังเป็นผู้ริเริ่มและขับเคลื่อนแนวคิดการทำธุรกิจที่เกื้อกูลสังคมอย่าง “สามพรานโมเดล” เห็นตรงกันว่า ต้องเพิ่มจำนวนผู้บริโภคที่มีส่วนร่วมมากขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรในภาคส่วนอื่นๆ เป้าหมายเพื่อให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ และซื้อหาสินค้าเกษตรอินทรีย์ได้อย่างสะดวกสบาย เป็นการทำงานที่ประสานทั้งซัพพลายเช

“ชัดเจนว่าเรื่องออร์แกนิคเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ขณะนี้ในประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวออร์แกนิคประมาณ 1 ล้านไร่ ซึ่งน้อยกว่า 1% ของพื้นที่เกษตรทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าว” อรุษบอก

  • สุดยอดเทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าสนใจของงาน SX 2024 คือ การนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนยุคใหม่ ให้ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายและยั่งยืน

“หุ่นยนต์ดินสอ” ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยลดความเสี่ยงในบ้านที่มีผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่ขาดคนดูแล หุ่นยนต์รุ่นนี้ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจในการดูแลสุขภาพ ทั้งยังสามารถเคลื่อนไหวในที่พักอาศัยได้อย่างคล่องตัว พร้อมฟังก์ชั่นเสริมที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุไม่รู้สึกเบื่อหน่ายหรือเหงา ที่สำคัญคือยังสามารถเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลเพื่อให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งคืน

“AI เป่าลมตรวจมะเร็ง” นวัตกรรมเครื่องเป่าลมตรวจมะเร็ง ด้วยลมหายใจ ฝีมือคนไทย เครื่องแรกของโลก ซึ่งเครื่องนี้มีระบบข้อมูล AI และตัวเซ็นเซอร์ที่ใช้แยกกลิ่นของคนที่ป่วยมะเร็งและคนปกติได้ โดยวัดจากผลการตรวจมะเร็งที่เป็นมาตรฐานสากล ตามสถาบันมะเร็งแห่งชาติที่มีความแม่นยำในมะเร็งเต้านม มากถึงราว 80% ผู้ที่สนใจสามารถรับการตรวจฟรีได้ภายในงานนี้เท่านั้น!

“เครื่องกายภาคศาสตร์เสมือนในไฮโลเลนส์” เทคโนโลยีสร้างภาพเสมือนจริง 3 มิติผ่านแว่น MR ที่สามารถให้ผู้ใช้ทดลองทำหัตถการได้จริง ซึ่งในเบื้องต้นใช้ในการประชุมแพทย์ทางไกลเพื่อสอนนักศึกษาแพทย์ นับเป็นก้าวสำคัญต่อการพัฒนาและขยายศักยภาพสู่การประยุกต์ใช้ศึกษาองค์ประกอบทั้งหมดของร่างกายมนุษย์ต่อไปในอนาคต

“เครื่องแจ้งเตือนอากาศร้อนจัด” อุปกรณ์เฝ้าระวังและเตือนภัยสภาพอากาศร้อน ที่จะถูกนำไปติดตั้งตามชุมชนต่างๆ เครื่องนี้สามารถแสดงค่าดัชนีความร้อนแบบ real-time พร้อมทั้งเปลี่ยนสีตามระดับความรุนแรงที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ ยิ่งไปกว่านั้น ยังเชื่อมต่อกับระบบ IoT ทำให้สามารถแสดงผลข้อมูลผ่าน Dashboard ได้อย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ

  • ‘ไก่แก้บน’ นวัตกรรมสายมูรักษ์โลก

เมื่อ “ความยั่งยืน” เป็นเรื่องใกล้ตัว ไม่เว้นแม้แต่สายมู ใน Sustainability Expo 2024 (SX 2024) จึงเห็นผลิตภัณฑ์เก๋ๆ แก้บนได้ แถมยังรักษ์โลกอีกต่างหาก

ทั้งนี้ “ไก่แก้บน” เป็นนวัตกรรมจากร้าน “บนบาน ของแก้บนรักษ์โลก” ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากเห็นไก่แก้บนจำนวนมหาศาล ที่ผู้ศรัทธานำไปไหว้และแก้บน “ไอ้ไข่” วัดเจดีย์ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช วางไว้โดยไม่ได้นำไปทำอะไรต่อ จึงเกิดไอเดียทำของแก้บนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในที่สุดก็ออกมาเป็นไก่แก้บนหลากสีสัน มีทั้งสีกระดาษตามธรรมชาติ และสีประจำวันเกิด ทำจากกระดาษที่สามารถย่อยสลายได้ใน 1 เดือน ข้างตัวไก่มีแถบให้ขูดลุ้นตัวเลขสนุกๆ ส่วนในตัวไก่บรรจุเมล็ดพันธุ์ดอกไม้มงคล ทั้งปอเทือง ดาวเรือง ทานตะวัน เมื่อกระดาษย่อยสลายแล้ว เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ก็จะเติบโตเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลกได้ต่อไป

แม้จะเป็นสินค้าใหม่ ชิมลางตลาดไปเมื่อปีที่แล้ว แต่กระแสตอบรับถือว่าดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้นที่ร้อยกว่าบาท ลูกค้าจึงมีทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้สูงวัย ที่มักซื้อไปไหว้หรือแก้บนสมเด็จพระนเรศวร พระเจ้าตาก ไอ้ไข่ ฯลฯ

นอกจากไก่แก้บนแล้ว ในอนาคตทางร้านคิดจะขยายไปทำสัตว์แก้บนอื่นๆ ด้วย อย่าง ช้าง ที่ก็ฮอตฮิตไม่แพ้กัน

  • เคล็ดลับครัวรักษ์โลก

ในนิทรรศการโซน Better Living โซน Better Living นำเสนอการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมีสาเหตุเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ค้นพบวิธีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปจนถึงเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับปรากฏการณ์โลกร้อนและการจัดการขยะ โดยระบุว่า 34 เปอร์เซ็นต์ของก๊าซเรือนกระจก มาจากการผลิตอาหาร โดยเฉพาะเนื้อวัวที่มีการปล่อยคาร์บอนมากกว่าการผลิตไก่ถึง 8-10 เท่า และมากกว่าการผลิตพืชตระกูลถั่วถึง 20 เท่า

ในหลายประเทศจึงมีการรณรงค์การบริโภคมังสวิรัติ ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อวัวและเนื้อหมู

สำหรับวัตถุดิบที่ปล่อยคาร์บอนต่ำที่สุด 5 อันดับ คือ พืชตระกูลถั่วเปลือกแข็ง, พืชตระกูลส้ม, พืชใต้ดิน หรือพืชหัว แอปเปิล และกล้วย

เคล็ดลับครัวรักษ์โลก มีดังนี้

1.ไม่ใช้บรรจุภัณฑ์และภาชนะที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

2.วางแผนในการซื้อของ และซื้อสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น

3.จดบันทึกวันหมดอายุของสิ่งของในครัว เพื่อจะได้นำมาบริโภคก่อนหมดอายุ

4.คัดแยกขยะในครัวเพื่อการจัดการที่มีประสิทธิภาพ

5.นำขยะเศษอาหารไปทำปุ๋ย

การคัดแยกขยะช่วยลดโลกร้อน วิธีการง่ายๆ “แยกใหญ่” ไป “แยกเล็ก”

“แยกใหญ่” ให้แยกแบบ “ขยะเปียก” และ “ขยะแห้ง”

“แยกเล็ก” ให้แยกแบบ ขยะที่เป็นแก้ว, ขยะที่เป็นกระดาษ, ขยะที่เป็นพลาสติก, ขยะที่เป็นอะลูมิเนียม, ขยะที่เป็นเครื่องดื่ม

“เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน” พบกันในงาน Sustainability Expo (SX 2024) ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 ตุลาคม เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ SX ได้ทาง Facebook Page : Sustainability Expo, www.sustainabilityexpo.com และ Line OA @sxofficial