ใจอยู่เม็กซิโก! โอปอล ไม่ตื่นเต้น พร้อมชิงมง3 เตรียมพีอาร์ ต้มยำกุ้ง-หมูเด้ง ให้เพื่อนๆนางงาม
อีกไม่ถึงเดือน ‘โอปอล สุชาตา ช่วงศรี’ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024 ก็จะบินไปชิงมง บนเวที Miss Universe ที่เม็กซิโก
วันที่ 15 ตุลาคม เธอมาร่วมงาน เปิดตัวโครงการ “Princess Collection 2024” โดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI ร่วมกับ Wacoal ณ ตึกจักรพงษ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พร้อมอัพเดตความพร้อมในการไปคว้ามง 3 ให้กับประเทศไทย
ตื่นเต้นไหมไม่ถึงเดือนแล้วจะไปประกวดเวทีใหญ่?
“ไม่เลย งงไหม คือโอปอล อยากที่จะไปเม็กซิโกแล้ว แต่ว่า มันไม่ได้มีความตื่นเต้นสติแตก แต่คือบางทีเราก็งงว่า เฮ้ย หรือว่าที่เรายังรู้สึกไม่ตื่นเต้น เพราะว่าเราทำงานทุกวันหรือเปล่า แต่ว่าโอปอลคิดว่าในแต่ละวัน เรามีสิ่งที่เราต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นงานหรือว่าการเตรียมตัว
มันก็เหมือนว่าเราต้องโฟกัสกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เราไม่มีเวลามานั่งพารานอยด์หรือกังวลกับเรื่องที่จะบินแล้ว แต่ว่าเราตื่นเต้นที่จะไปที่นั่น เพราะเรารู้สึกว่ามันต้องสนุกแน่ๆคือพูดกับทีมตลอดว่าอยากจะไปแล้วอ่ะ แต่ว่าเราก็มีเวลาเหลืออยู่เราก็ใช้เวลาให้คุ้มค่าก่อนที่จะบิน”
ทำการบ้านแอบไปดูคู่แข่งบ้างไหม?
“ส่วนใหญ่เราจะเข้าไปดูว่าเขาชื่ออะไรก่อน อย่างแรกคือเราก็ต้องจำเพื่อนๆให้ได้ครบทุกคน แล้วก็ไปดูว่าเขาอ่ะมีความสนใจในเรื่องอะไร หรือว่าเขาอยากจะเชิดชูเรื่องอะไร ซึ่งที่เหลือเราก็คงต้องไปทำความรู้จักกันที่เม็กซิโกในตอนที่เจอตัวจริง”
เรายังมีความกดดันอยู่ไหม?
”ไม่เลย”
อยากจะเอาอะไรที่ประเทศไทยไปให้เพื่อนๆได้รู้จัก
”ที่โอปอลตื่นเต้นมากที่สุด ก็จะเป็นเรื่องของเสื้อผ้า เพราะว่าปีนี้เราจะเอาผ้าไทยและชุดที่อินสปายร์มาจากความเป็นคลาสสิกของไทยมากๆ และเราเชื่อว่าต่างชาติน่าจะตื่นตาตื่นใจ เชื่อว่าหลายๆชุดที่เราจะเอาไปใส่ที่เม็กซิโกรวมถึงวัฒนธรรมต่างๆของไทย บางอย่างก็เป็นสิ่งที่หลายหลายคนทั่วโลกอาจจะทราบอยู่แล้วว่าเป็นจุดเด่นของไทย แต่ว่าเราเองก็เข้าไปคุยกับทางกระทรวงวัฒนธรรมกับผู้ใหญ่มาเหมือนกันว่าอะไรที่ทางกระทรวงอยากจะให้เราเชิดชู
ซึ่งโอปอลก็ไปคิด เราก็มีความรู้สึกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาอยากให้เชิดชู สุดท้ายแล้ว มันอยู่ที่ตัวคนไทยของเราทุกคนอยู่แล้ว เหมือนอย่างเราเจอเพื่อนๆ การไหว้การทักทาย มันก็เป็นสิ่งที่เราทำประจำอยู่แล้ว เราก็แค่ทักทายทุกคนด้วยการไหว้ อย่างต้มยำกุ้ง ปีหน้าประเทศไทยจะขอยื่นกับยูเนสโก เพื่อจดทะเบียนเป็นมรดกที่จับต้องได้ เราก็อาจจะไปพูดเรื่องนี้ให้เพื่อนๆ ฟัง

ถ้ามีโอกาส ก็คือเอาซุปก้อนไปแจกเลยแล้วให้หล่อนไปทำเองเลย คือมันอยู่ที่จังหวะในแต่ละวัน ด้วยว่าเราทำอะไร อย่างเสื้อผ้าถ้าเรามีโอกาสได้คุยกับเขา เราก็สามารถพรีเซนต์ให้เขาได้ว่าเป็นผ้าไทย มาจากจังหวัดนี้นะ มีความพิเศษยังไง เรารู้สึกว่าทุกอย่างที่เราเป็นทุกอย่าง ที่เราเอาไปมันสามารถที่จะเอาไปเชิดชูได้หมดเลย (อย่างหมูเด้งล่ะ?) ก็อยากพาน้องไปค่ะ แต่สวนสัตว์น่าจะไม่อนุญาต แล้วน้องคงจะไม่เล่นกับหนูเพราะน่าจะเล่นแต่กับพี่เลี้ยงเขา
คือกำลังดูของหลายๆ อย่างที่เราอยากจะเอาไปให้เพื่อนๆ เรารู้สึกว่าอยากให้มีความเป็นจุดเด่นของประเทศไทย ที่เขาได้รับแล้วมันจะเป็นความทรงจำของเขาไปตลอด หรือว่าเขาได้รับแล้วเขาสามารถที่จะเอาไปใช้จริง ที่เขารู้สึกว่าตื่นเต้น โอ้โหอันนี้คืออะไร เพราะว่าเราเองก็อยากจะมอบความสุขให้เพื่อนๆ เหมือนกัน”
โค้งสุดท้ายแล้ว มีอะไรจะต้องเติมไหม ไม่ว่าจะเป็นทักษะการเดินหรืออะไรต่างๆ ?
”ก็อย่างที่บอกว่าเรื่อยๆค่ะ เหมือนเราทำงานในแต่ละวันอย่างเช่นก่อนหน้านี้โอปอลเดินแฟชั่นวีคมา เราก็รู้สึกว่ามันก็เหมือนเป็นอีกหนึ่งการเทรนให้เราเหมือนกันในการที่เราได้เดินจริงๆ ได้เดินอีกแบบนึงที่ไม่ใช่นางงามจัด โอปอลรู้สึกว่ามันก็เป็นการฝึกฝนอย่างหนึ่ง ที่เราได้เอาไปใช้และทำให้ตัวเองคล่องแคล่ว”


