ทำดีมากแล้ว! ‘โอปอล สุชาตา’ คว้ารองอันดับ 3 มิสยูนิเวิร์ส ตอบ 2 คำถามทัชใจคนไทย
สิ้นสุดการรอคอย! สำหรับการประกวดนางงามระดับโลก ‘มิสยูนิเวิร์ส 2024’ ครั้งที่ 73 ณ ประเทศเม็กซิโก ที่เดินทางมาถึงรอบตัดสิน เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พร้อมกับสาวงามตัวแทนประเทศไทย ‘โอปอล สุชาตา ช่วงศรี’ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024 ที่ได้ทำผลงานในรอบพรีลิมฯ และรอบชุดประจำชาติที่ผ่านมาได้อย่างดีเยี่ยม สร้างความประทับใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ
ขณะนี้ทำเอาคนไทยนั่งไม่ติดเก้าอี้กันแล้ว มีลูกบอกลูก มีหลานบอกหลาน เพราะไทยแลนด์เข้าสู่รอบ 5 คนสุดท้ายเพื่อไปตอบคำถามได้สำเร็จ!
โดยสาวโอปอลนั้นเป็นที่ประจักษ์ในเรื่องการตอบคำถาม เป็นสาวงามที่ไม่ตายไมค์ แม้จะเจอคำถามที่ยากเกินใจมากแค่ไหนก็ตาม และในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน

เธอตอบคำถามที่ว่า “คุณสมบัติอะไรที่ทำให้คนๆ นั้นเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จ”
โดยเธอตอบว่า “คุณสมบัติที่ผู้นำควรมีคือความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหนจบการศึกษาอะไรมา สุดท้ายแล้วคุณต้องมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นในการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของคนอื่นๆ ไม่ใช่แค่ผู้นำแต่ทุกคนบนโลกควรมีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน และนั่นคือหนทางที่เราจะสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกันได้”
เมื่อสิ้นประโยคสุดท้ายของเธอ เสียงปรบมือ และเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มฮอลล์ เพราะถ้านี่ไม่ใช่คนมง แล้วใครจะมง เพราะความเริ่ด ความปังสะเทือนจักรวาลขนาดนี้


แต่โอปอล ยังเสิร์ฟความปังอย่างต่อเนื่อง กับการตอบคำถามครั้งสุดท้าย ก่อนจะประกาศผลผู้ชนะ กับคำถามที่ว่า “มิสยูนิเวิร์สจุดแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงมาจากรุ่นสู่รุ่น คุณอยากจะบอกอะไรกับคนที่กำลังดูอยู่ตอนนี้”
โอปอล สุชาตา ตอบว่า “ฉันอยากจะบอกทุกคนว่าให้เชื่อมั่น มีความหวังไว้เสมอ เมื่อตอนที่ฉันทำโปรเจ็กต์ ‘โอปอลฟอร์เฮอร์’ ฉันต้องทำงานกับผู้ป่วยมะเร็งและทีมแพทย์ เราทุกคนรู้ว่ามันยากมากที่จะเอาชนะโรคร้ายนี้แต่สิ่งที่ฉันสัมผัสได้คือทุกคนมีความหวัง ทุกคนเชื่อว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ดีกว่า ตราบใดที่คุณมีความเชื่อมั่น พลังของคุณจะไม่มีจำกัด ตราบใดที่คุณมีความหวัง จิตวิญญาณของคุณจะมีพลังและเปล่งประกายออกมา”

เพียงเท่านั้น เสียงปรบมือก็ดังเกรียวกราวทั่วทั้งฮอลล์ มาถึงตรงนี้แล้ว คำว่าเผื่อใจคืออะไรคนไทยคงไม่รู้จัก คงมีแต่คำว่ามงเท่านั้นที่จะคิดออกในวินาทีนี้
และก็เดินทางมาถึงช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปีที่สายสะพายไทยสามารถทะลุเข้ารอบลึกได้สำเร็จ ซึ่งครั้งนี้เป็รการหวนกลับมาจัดงานที่ประเทศเม็กซิโกอีกครั้ง หลังจากที่ ‘ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก’ คว้ามงกุฏที่ 2 ให้กับประเทศไทย ที่ประเทศเม็กซิโก เมื่อปี 1988 และครั้งนี้แฟน ๆ ก็ลุ้นว่าสาวโอปอล จะสร้างประวัติศาสตร์คว้ามงที่ 3 ที่เม็กซิโกอีกครั้งได้หรือไม่

ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่ยังไม่สามารถคว้ามง 3 มาได้สำเร็จ โดยโอปอลเต็มที่ที่สุดแล้ว คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 3 มาครอง
ขณะที่สาวงามเจ้าของมงกุฏมิสยูนิเวิร์ส 2024 คนใหม่คือ ‘วิคตอเรีย เคียร์’ สาวงามจาก ‘ประเทศเดนมาร์ก’ อายุ 21 ปี ปัจจุบัน ผู้ประกอบการ นักเต้น และครูสอนเต้น การศึกษา


แม้ภารกิจพิชิตมง 3 จะยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ทำเต็มที่ในฐานะตัวแทนประเทศ สร้างความประทับใจ และความภาคภูมิใจให้กับคนไทย กลายเป็นขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศภายในชั่วข้ามคืน
ขณะที่ รองอันดับ 1 ได้แก่ ไนจีเรีย, รองอันดับ 2 ได้แก่ เม็กซิโก, รองอันดับ 3 ได้แก่ ประเทศไทย และรองอันดับ 4 ได้แก่ เวเนซุเอลา

สำหรับ ประวัติ ‘โอปอล สุชาตา ช่วงศรี’ เกิดเมื่อ 20 มีนาคม 2546 (ปัจจุบัน อายุ 21 ปี) เติบโตที่จังหวัดภูเก็ต บุตรสาวของ ธเนศ ดอนกำเนิด กับ สุพัตรา ช่วงศรี ด้านครอบครัวทำอาชีพธุรกิจส่วนตัว เป็นธุรกิจโรงแรมชื่อ “โฮมเพลส โฮเตล” อยู่ใจกลางเมือง จังหวัดภูเก็ต
โอปอล ในวัย 16 ปี มีปัญหาด้านสุขภาพ ตรวจพบก้อนเนื้อที่บริเวณหน้าอก และเข้ารับการผ่าตัดก้อนเนื้อส่วนเกินบริเวณหน้าอก ซึ่งก้อนเนื้อมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 10 ซ.ม. อยู่ในเต้านมทั้งสองข้าง แต่โชคดีที่หลังจากนำไปตรวจยังไม่ถึงขั้นเป็นมะเร็ง เพราะเอาออกได้ทัน ซึ่งเรื่องนี้ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้เธอตัดสินใจคว้าโอกาสก้าวสู่การประกวดนางงาม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักถึง “โรคมะเร็งเต้านม” และริเริ่มโครงการ “Opal for Her”

“โอปอล” สุชาตา ช่วงศรี ปัจจุบันอายุ 20 ปี เติบโตที่ จ.ภูเก็ต จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และกำลังศึกษาที่คณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครอบครัวทำอาชีพธุรกิจส่วนตัว ในใจกลางเมืองเก่า จ.ภูเก็ต
“โอปอล” สามารถพูดได้ถึง 3 ภาษา “ไทย-อังกฤษ-จีน” ด้วยความสูงถึง 180 ซม. ทำให้เธอก้าวเข้าสู่วงการนางแบบ จากนั้นเริ่มเข้าสู่เวทีนางงาม ประเดิมเวทีแรกการประกวดนางงามรัตนโกสินทร์ เวทีต่อมา Miss Universe Thailand 2022 เธอสามารถเอาชนะใจกรรมการจนได้ครองตำแหน่งรองอันดับ 3 มาได้สำเร็จ (และขึ้นเป็นรองอันดับ 2 ในเวลาต่อมาเพราะมีผู้สละสิทธิ์ 1 คน) กระทั่งในปีนี้ ความฝันของเธอเป็นจริง โอปอลกลับมาคว้ามงกุฎสู่จักรวาลได้สำเร็จ



