เมืองไทย ‘รักทันสมัย’ ประวัติศาสตร์ใหม่ LGBTQIAN+ ‘จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม’

6.12.24 | 16:11 น.

เมืองไทย ‘รักทันสมัย’ ประวัติศาสตร์ใหม่ LGBTQIAN+ ‘จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม’

“ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำ ประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยน เปลี่ยนไปเป็นฉันและเธอเท่าเทียมกัน ประวัติศาสตร์ในวันนี้จะแตกต่างจากวันนั้น รักของเราจะทันสมัย”

เพลงประวัติศาสตร์ ของ คริสติน่า อากีล่าร์ ดังกระหึ่มไปทั้งบริเวณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในงาน “นับถอยหลังสู่วันสมรสเท่าเทียม” (Marriage Equality Day) ที่นฤมิตไพรด์ พร้อมคณะทำงานสมรสเท่าเทียมภาคประชาชน ภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันผลักดันพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม และกรุงเทพมหานคร ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อให้ข้อมูลแก่คู่รัก LGBTQIAN+ สำหรับการจดทะเบียนสมรสวันแรกในประเทศไทย และเฉลิมฉลองความสำเร็จเพื่อความเท่าเทียม พร้อมเตรียมจัดงานใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์จดทะเบียนสมรสคู่รัก LGBTQIAN+ พร้อมกันทั่วประเทศมากกว่า 1,000 คู่ เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์บันทึกสถิติโลกกินเนสส์ (Guinness World Records)

น.ส.อรรณว์ ชุมาพร หรือ วาดดาว ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน “Bangkok Pride” (บางกอกไพรด์) ผู้เสนอแก้ไขกฎหมายสมรสเท่าเทียมภาคประชาชน กล่าวว่า นฤมิตไพรด์ขอเชิญชวนคู่รัก LGBTQIAN+ มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ไปด้วยกัน เพื่อยืนยันให้เห็นว่าคู่รัก LGBTQIAN+ รอคอยและต้องการสมรสเท่าเทียมมานาน โดยการจดทะเบียนสมรสในวันแรกของการบังคับใช้กฎหมายนี้พร้อมกันทั่วประเทศ เป้าหมายของเราคือ 1,448 คู่ ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับกฎหมายมาตรา 1448 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือ “สมรสเท่าเทียม” แต่โดยส่วนตัวได้ 1,000 คู่ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในการยืนยันเจตจำนงในการก่อตั้งครอบครัวแล้ว โดยจัดกิจกรรมพิเศษสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ ที่พร้อมจดทะเบียนสมรสในวันแรกของการบังคับใช้กฎหมาย โดยจะจัดใหญ่ที่พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในวันพุธที่ 22 มกราคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น.

Advertisement
วาดดาว (ซ้าย)

น.ส.อรรณว์กล่าวว่า ในเรื่องของสมรสเท่าเทียม ไม่ใช่แค่กฎหมายไทยยอมรับความรัก การแต่งงาน การสมรสของคู่รัก LGBTQIAN+ เท่านั้น แต่ยังส่งผลในเรื่องของเศรษฐกิจด้วย เพราะเรื่องนี้ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการยอมรับความหลากหลายทางเพศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคที่ให้สิทธิทางกฎหมายแก่คู่รักเพศเดียวกัน และเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชีย ต่อจากไต้หวันและเนปาล ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว LGBTQIAN+ จากทั่วโลกเข้ามาเที่ยว และมาจดทะเบียนสมรสเป็นจำนวนมากแน่นอน

“ตามการวิเคราะห์ของแพลตฟอร์มท่องเที่ยว Agoda กฎหมายใหม่นี้จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQ+ หรือ “Rainbow Tourism”คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่า 4 ล้านคนต่อปี พร้อมสร้างรายได้กว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 31,000 ล้านบาท และเพิ่ม GDP ของประเทศขึ้น 0.3% ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่ยังสะท้อนถึงการก้าวไปข้างหน้าของสังคมไทยในด้านความเท่าเทียมและการยอมรับความหลากหลายที่มากขึ้นในเวทีโลกด้วย” น.ส.อรรณว์กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ ยู่ยี่ อลิสา อินทุสมิต เปิดใจถึงการประกาศนับถอยหลังสู่วันสมรสเท่าเทียม ครั้งนี้ว่า “ยอมรับว่าเป็นความสุขที่สุด ยี่และเอิ้นขอเชิญชวนทุกคู่รักมาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ครั้งนี้ด้วยกันเยอะๆ ถึงเวลาแล้วที่เราจะมีพื้นที่ของความรักอย่างเท่าเทียม เราสามารถสร้างครอบครัวได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยไม่จำกัดเพศอีกต่อไป ขอแค่คุณรักและมั่นใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเท่านั้น”

“สำหรับเรา 2 คน มองว่าความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม ความรักไม่มีเพศ ไม่มีนิยาม แค่คน 2 คน กับใจ 2 ใจ ที่พร้อมจะดูแลกันตลอดไป ท้ายที่สุดชีวิตคนเราไม่สามารถเอาอะไรติดตัวไปได้ นอกจากความรักความห่วงใยที่มอบให้กันในวินาทีสุดท้ายของชีวิต” ยู่ยี่ อลิสากล่าว

เอิ้น-ยูยี่

ทางด้านคู่รักพันล้านสายเฟี้ยว ปีใหม่ ภีมวรา ธารานิติสกุล และ ป๋าต๊อบ ปฏิญญา ควรตระกูล ต้นแบบความรักที่จับมือฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกันมาตลอดหลายปี กระทั่งวันนี้ที่มีแต่ความสุขล้นใจ เผยว่า “ปีใหม่กับพี่ต๊อบขอชื่นชมและขอบคุณทุกความสำเร็จของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทำให้เราได้มาสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน และยังเป็นการสร้างสถิติโลก Guinness World Records ที่ประเทศไทย ตื่นเต้นที่จะได้เห็นมวลมหาชนคู่รัก LGBTQIAN+ จดทะเบียนสมรสพร้อมกันทั่วประเทศ การร่วมสร้างครอบครัวที่ถูกต้องตามกฎหมายคือสิ่งที่ทุกคู่รักต้องการโดยไม่มีข้อจำกัด”

“ทุกคู่สามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียม เป็นการยืนยันความก้าวหน้าทางสิทธิและความเท่าเทียมที่ภาคประชาชนและทุกภาคส่วนได้ร่วมกันขับเคลื่อนตลอดระยะเวลาหลายปี โดยกฎหมายสมรสเท่าเทียมถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่ยกระดับความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนของชุมชน LGBTQIAN+ ประเทศไทย” ปีใหม่กล่าว

ปีใหม่-ป๋าต๊อบ

ความรักที่เท่าเทียม