สรุปดราม่า ‘ณวัฒน์’ ฟาดเดือด หลัง ‘อุ้ม ทวีพร’ แชทหาอย่าพาดพิงพ่อแม่ ลั่นอย่ามาสั่งผม
เกิดเป็นประเด็นใหญ่โต เมื่อ ‘บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล’ หัวเรือใหญ่แห่งบ้าน MGI ได้ออกมาโพสต์สตอรี่ส้มรัวๆ ผ่านอินสตาแกรม nawat.tv ที่เนื้อหาไปในทางตำหนิติเตียนนางงามในสังกัดคนหนึ่ง โดยระบุว่า
“ที่พูดเพราะการเปลี่ยนชื่อไม่เคยขออนุญาตจากองค์กรและชื่อใหม่ก็ไม่เหมาะสม ถ้าเปลี่ยนชื่อแล้วสันดานเปลี่ยนแบบนี้ไม่ต้องทำงานด้วยกันก็ได้ การพูดเรื่องของคุณพ่อคุณแม่คือการยกย่อง พ่อแม่ผมก็ยากจน มาจากชาวสวน ภูมิใจทุกครั้งที่ได้พูดถึง แต่ถ้าพูดถึงไม่ได้แล้วไปปั่นให้เป็นเรื่อง จากนี้ไปคงไม่อยากยุ่งและเกี่ยวข้องด้วย เพิ่งจะรู้ว่าแตะอะไรไม่ได้ ถ้าพูดเรื่องพ่อแม่ไม่ได้ขอพูดเรื่องของเธอได้ไหมครับที่ปกปิดเอาไว้หลายปีแล้ว มีศิลปินท่านไหนที่ไม่ให้พูดถึงเรื่องคุณพ่อคุณแม่อาชีพภูมิหลังหรือความเป็นอยู่ให้แจ้งด่วนภายในวันนี้ ที่บ้านผมยากจนเป็นชาวไร่ชาวนามาก่อน ผมก็ชอบให้คนอื่นพูดเพราะรู้สึกภูมิใจ แต่นี่แปลก ไม่อยากให้พูดอยากปกปิด กรุณาแจ้งล่วงหน้านะครับว่าไม่สะดวกให้พูดหรือให้แซวเรื่องทางบ้าน”
“ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยเอาพ่อแม่เขามาด่า ที่พูดถึงเพื่อให้เขาสำนึก คนเราจะต้องไม่เป็นวัวลืมตีนทำอะไรต้องดูความเหมาะสม แต่เขาไปตีความให้แฟนคลับเขาฟังว่าไปด่าพ่อแม่เขา ผมพูดไปก่อนหน้านี้แล้ว เปลี่ยนชื่อก็แย่แล้ว แต่ไปเปลี่ยนนามสกุล แล้วผมเคยพูดไปแล้ว ไปเอาหลักฐานดูนามสกุลคือความมงคลของพ่อแม่ เราต้องเก็บรักษาไว้เป็นสิ่งสูงสุด”







ก่อนจะโพสต์ต่อว่า “คนไม่กตัญญูต่อวงศ์ตระกูลคบยาก” และ “ถามว่าใครให้เปลี่ยนใครเปลี่ยนให้ ก็ไม่บอก คนทั้งออฟฟิศเฝ้าถามก็ยังไม่ยอมพูด เลยถามบนเวทีก็ยังไม่ตอบ สรุปเรื่องของกูใครอย่ายุ่ง”


ก่อนจะโพสต์สตอรี่ส้มอีกครั้งโดยแปะข้อความที่ส่งมาจาก ‘อุ้ม ทวีพร พริ้งจำรัส’ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2023 พร้อมระบุข้อความว่า “ส่งข้อความมาให้ผมแบบนี้ เวลาบ่าย 2 ผมส่งต่อให้พนักงานดูอึ้งกันทั้งบริษัท” ซึ่งชาวเน็ตก็ถึงบางอ้อทันทีว่านางงามที่ถูกตำหนินั้นคือสาวอุ้ม โดยเนื้อหาภายในแชทระบุว่า
“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ตัวอุ้มไม่รู้ว่ามันเป็นแค่เรื่องแซวเล่นเพื่อสร้างความสนุกของงาน หรือเป็นการตำหนิจริงๆ จากพี่นะคะ แต่หลังจากนี้พี่อย่าเอาพ่อแม่ของอุ้ม ครอบครัวของอุ้มมาพูดถึงแบบนี้ต่อหน้าทุกคนได้มั้ยคะ มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ตัวอุ้มเองรับไม่ไหวค่ะ ถ้าพี่มีอะไรจะว่าหรือด่าอุ้ม ด่ามาที่อุ้มได้เต็มที่เลยนะคะ แต่พอเป็นครอบครัวอุ้ม อุ้มเจ็บมากๆ ค่ะ อุ้มพยายามทำทุกวันนี้เพื่อครอบครัวค่ะ พ่อแม่อุ้มอาจจะไม่ใช่หมอ ข้าราชการ เป็นแค่ชาวบ้าน เกษตรกร แต่พวกท่านเลี้ยงอุ้มมาอย่างดีมากๆ เลยค่ะ อุ้มไม่อยากให้พวกท่านต้องถูกใครต่อใครว่า เพราะท่านทำหน้าที่พ่อและแม่ส่งเสียเลี้ยงดูอุ้มมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการกินอยู่ อาศัย รวมถึงเรื่องการศึกษา และเรื่องนี้มันกระทบกับจิตใจทุกคนในครอบครัวอุ้มทั้งหมดค่ะ”

ซึ่งก่อนหน้านี้อุ้มได้เปลี่ยนชื่อเป็น ‘เฌอลินน์ พิบูลชัยสิโรธร’ โดยเธอได้ชี้แจงเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนชื่อว่าเกิดจากปัญหาสุขภาพที่ทำการรักษามาอย่างยาวนานแต่ไม่ดีขึ้นสักที จึงตัดสินใจขอใช้อีกวิธีหนึ่งคือการเปลี่ยนชื่อ นามสกุลเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ
ขณะที่ชนวนเหตุของดราม่าทั้งหมด เกิดจากที่ บอสณวัฒน์ แซวอุ้มในงาน X-mas Party-Cozy Christmas งานปาร์ตี้วันคริสต์มาสขององค์กร MGI ที่เปิดจำหน่ายบัตรให้แฟนคลับเข้าร่วมกิจกรรมได้ ซึ่งบอสณวัฒน์ก็ว่า “คิดดูนะเกิดจากตำบาลบ้านนา พ่อก็ไถนา แม่ก็หาบของเรียนโรงเรียนวัด ช่วยไปทำสำรวจเถอะ ทั่วประเทศไทยลักษณะแบบนี้ไม่มีชื่อเฌอลินณ์หรอก”

ซึ่งหลังจากที่คลิปวิดิโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูในโซเชียล ถึงคำพูดที่ดูรุนแรงที่ณวัฒน์ใช้พาดพิงสาวอุ้ม ทั้งจากในสตอรี่ส้ม และคลิปที่เป็นประเด็น จนแฮชแท็ก #อุ้มทวีพร ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ X (ทวิตเตอร์) ประเทศไทยจนถึงเช้าวันนี้ (วันที่ 24 ธันวาคม) โดยชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นกันไปต่างๆ นานา แต่ส่วนใหญ่ให้กำลังใจสาวอุ้มหลังจากเผชิญปัญหาที่เกิดขึ้น
หลังเกิดประเด็นดังกล่าว ณวัฒน์ก็ได้ออกมาไลฟ์ผ่าน TIKTOK ในคืนวันที่ 23 ธันวาคม โดยฝากถึงชาวเน็ตว่า ไม่ต้องไปสงสารอุ้ม เขาทำตัวเอง เธอจะสงสารทำไม มีวีรกรรมมากกว่านี้อีกที่ไม่พูด แต่เดี๋ยวจะส่งไปให้พ่อแม่เขาอ่าน คนอื่นไม่ต้องรู้ อุ้มไม่เห็นหัวใครเลยสักคน แม้กระทั่งหัวผม เปลี่ยนชื่อไม่แจ้ง ไม่บอกใคร แม้แต่คนขายงาน เฝ้าถามตลอดว่าเปลี่ยนทำไม ใครให้เปลี่ยน ไม่ยอมตอบ บอกแต่สุขภาพไม่ดีก็เลยเปลี่ยน ชื่อทวีพรกำลังไปได้ดี วางซีรีส์วางอะไรได้หมด ทุกอย่างกำลังขาย

เอาแต่ใจตลอดเวลา จะเปลี่ยนชื่อก็เปลี่ยน อยากทำอะไรก็ทำ คนข้างตัวก็แสบพอกัน ลากกันไป ไม่รู้ว่าพระองค์ไหน หรือชีองค์ไหนดลบันดาลใจ หมอคนไหนเปลี่ยนยังไม่ยอมบอกกันเลย ตกลงทำงานกับบริษัทหรือจะอยู่กันสองคน เวลาไปก่อเหตุก็ไปกันสองคน อย่าให้พูดมากกว่านี้เลย ในงานบรรยากาศเป็นกันเอง ไปว่าพ่อแม่เขาตรงไหน ที่พูดถึงพ่อแม่อยากให้สำนึก พ่อแม่ปากกัดตีนถีบ เป็นคนชนบทแบบนี้ ควรเก็บนามสกุลไว้
ก่อนจะบอกอีกว่า คนในออฟฟิศเอือมระอากันหมด พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเกินเยียวยา คิดดีแล้วเหรอที่พิมพ์มาแบบนั้น เป็นใครถึงมาออกคำสั่ง ถ้าพูดแบบนี้ตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์ ตกรอบแรก บอกเลย หยุดลามปามได้แล้ว อย่ามาสั่งผม ผมไม่ใช่เพื่อนเล่นคุณ




