ฉายภาพ ‘ไทยแลนด์’ เมืองแห่งความหวัง LGBTQIA+ ผ่านตัวละคร ‘สาวทรานส์’ จากซีรีส์ดัง ‘สควิดเกม’

7.01.25 | 16:53 น.

ฉายภาพ ‘ไทยแลนด์’ เมืองแห่งความหวัง LGBTQIA+ ผ่านตัวละคร ‘สาวทรานส์’ จากซีรีส์ดัง ‘สควิดเกม’

ทันทีที่ Netflix ปล่อย “Squid Game : Season 2” ออกฉายสู่สายตาผู้คน หลังตั้งหน้าตั้งตารอชมมากว่า 2 ปี แน่นอนว่าหลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นที่แตกต่างกันออกไป ด้วยผลงานภาคแรกที่ทำไว้ดีเหลือเกิน จนกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของทีมผู้สร้างในการที่จะทำให้ซีรีส์ภาคต่อเรื่องนี้กินใจผู้ชมอีกเช่นเคย

การกลับมาทวงบัลลังก์ของเกมปลาหมึกในครั้งนี้ มีการใส่เสริม เติมแต่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาของเกมใหม่ที่เร้าใจกว่าเดิม หรือตัวละครที่มีคาแร็กเตอร์หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะตัวละครหญิงข้ามเพศ “โจฮยอนจู” ผู้เล่นหมายเลข 120 รับบทโดย พัคซองฮุน ที่หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาจากบทร้ายใน The Glory และ Queen Of Tears ที่ในซีรีส์เรื่องนี้เขาได้ “พลิกบทบาท” สุดเซอร์ไพรส์มาเป็น “ทรานส์สาว” คนหนึ่งที่ต่อสู้ในเกมเลือดนี้เพื่อแลกกับอิสระทางเพศ

ผู้เล่นหมายเลข 120 โจฮยอนจู ตัวละครหญิงข้ามเพศ รับบทโดย พัคซองฮุน

โดยตัวละครฮยอนจู เป็นหญิงข้ามเพศ อดีตทหารหน่วยรบพิเศษ ที่เข้ามาเล่นเกมปลาหมึกเพื่อนำเงินไปผ่าตัดแปลงเพศ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่อง “เหนือความคาดหมาย” ที่เรามีโอกาสได้เห็นตัวละคร LGBTQIA+ เป็นคาแร็กเตอร์หลักในซีรีส์ระดับโลกเรื่องนี้ มากไปกว่านั้นยังเป็นซีรีส์จากประเทศที่ประชากรยังไม่แตกฉานเรื่องความเท่าเทียมทางเพศเท่าที่ควรอย่างเกาหลีใต้ นับเป็น “ความกล้า” ของทีมผู้สร้างที่นำ “สาวทรานส์” มาเป็นตัวละครหลักของเรื่อง ท่ามกลางความปั่นป่วนของคนในประเทศที่เต็มไปด้วยทัศนคติแง่ลบที่มีต่อเหล่า LGBTQIA+ ขนาดที่มีม็อบต่อต้านกลางเมืองก็เคยทำกันมาแล้ว

อีกหนึ่งสิ่งที่ประทับใจ คือ การวางคาแร็กเตอร์ของฮยอนจูที่ต้องบอกว่า “กินรอบวง” โดดเด่นยิ่งกว่าผู้เล่นหมายเลขอื่นเสียอีก ซึ่งสัมผัสได้ทันทีหลังการปรากฏตัวของฮยอนจูว่า นี่ไม่ใช่ตัวละครทรานส์ในบทบาทที่คุ้นเคยจากละคร หรือภาพยนตร์ในอดีตที่ LGBTQIA+ มักเป็นตัวโจ๊กเพื่อเรียกเสียงฮาให้กับผู้ชมเท่านั้น แต่คาแร็กเตอร์ฮยอนจูถูกปั้นมาเพื่อเป็นตัวแทนในการเปลี่ยนทัศนคติของสังคมเกาหลีใต้อย่างแท้จริง และเป็นการสร้างภาพจำใหม่ให้กับตัวละคร LGBTQIA+ ในบทบาทที่โดดเด่นเทียบเท่ากับตัวละครหญิงชาย ที่สุดท้ายแล้วก็มีคนมองเห็นเสียที

Advertisement
ผู้เล่นหมายเลข 120 โจฮยอนจู ตัวละครหญิงข้ามเพศ รับบทโดย พัคซองฮุน

นอกจากเธอจะเป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษที่แม่นปืนอย่างกับจับวางแล้ว เธอยังมีความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด และแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน แม้ภายนอกฮยอนจูจะดูเป็นอย่างนั้น แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากแผลฉกรรจ์ที่ถูกสังคมสาดซัดความเกลียดชังเพียงเพราะ “ความเป็นตัวเอง” ของเธอดันไปขัดแย้งกับขนบของคนในประเทศที่ความคิดถูกฟรีซไปแล้วว่า การเป็น LGBTQIA+ ในประเทศนี้มีความผิดยิ่งกว่านักโทษคดีอาญาเสียอีก

ซึ่งในตอนหนึ่งของซีรีส์ก็ได้ฉายภาพความเจ็บปวดตลอดการใช้ชีวิตเป็นหญิงข้ามเพศของเธอไว้ว่า “ฉันใช้ชีวิตมีความสุขดีก่อนจะเปิดเผยว่าตัวเองเป็นคนแบบนี้ แม้คนรอบข้างจะมองแปลกๆ แต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ แต่ว่าหลังสารภาพว่าอยากเป็นผู้หญิง และเปลี่ยนมาเป็นแบบนี้ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปค่ะ แม่ฉันร้องไห้หนักมาก พ่อก็ตัดการติดต่อ ฉันถูกไล่ออกจากงาน เพื่อนๆ ก็ตีตัวออกห่าง ฉันสบายใจขึ้นก็จริง แต่ชีวิตยากกว่าเดิมมากค่ะ” เพียงแค่ซีนนี้ซีนเดียวก็สั่นสะเทือนไปทั้งแผ่นดินเกาหลีใต้ เป็นอีกหนึ่งซีนที่สะท้อนชีวิต LGBTQIA+ ในเกาหลีใต้ ที่ถูกมองว่าเป็นกลุ่ม “คนชายขอบ” ที่สังคมไม่เหลียวแล หนำซ้ำยังมีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นแม้จะไม่เคยบาดหมางกันมาก่อนก็ตาม ซึ่งมันน่าใจหายตรงที่ว่า คนส่วนใหญ่กลับมองว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่อง “ปกติ” และ “เหมาะสมแล้ว” ที่จะโดน

ผู้เล่นหมายเลข 120 โจฮยอนจู ตัวละครหญิงข้ามเพศ รับบทโดย พัคซองฮุน

และอีกหนึ่งซีนไวรัลที่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในแง่บวกและลบ ขณะที่ฮยอนจูถูกถามว่าจะนำเงินที่ได้จากเกมไปทำอะไร หลังจากที่เธอเลือกโหวตเพื่อเล่นเกมต่อ ซึ่งเธอตอบอย่างหนักแน่นด้วยนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความหวังว่า

“ฉันตั้งใจจะไปประเทศไทย”

“ฉันจะเล่นเกมอีกแค่รอบเดียว และนำเงินไปผ่าตัดต่อให้เสร็จที่ไทย ซื้อบ้านเล็กๆ สักหลัง แล้วลองใช้ชีวิตที่นั่นดูค่ะ” ก่อนที่พัคยงชิก ผู้เล่นหมายเลข 007 (รับบทโดย ยางดงกึน) พูดเสริมว่า

“ผมเคยไปประเทศไทยนะ ที่นั่นมีสาวๆ แบบคุณฮยอนจูเยอะเลย พวกเขาผอมสวยกว่าผู้หญิงทั่วไป เกลื่อนเมืองไปหมด” เรียกได้ว่าเป็นประโยคที่ฉายภาพความคิดของชาวเกาหลีใต้ที่มีต่อประเทศไทยได้อย่างชัดเจนที่สุด ในการเป็นพื้นที่ที่พร้อมจะโอบรับทุกความหลากหลายทางเพศ และสะท้อนทัศนคติต่อเพศทางเลือกในเชิงบวก

ผู้เล่นหมายเลข 120 โจฮยอนจู ตัวละครหญิงข้ามเพศ รับบทโดย พัคซองฮุน

นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่คนไทยได้เห็นฉากนี้ในซีรีส์ระดับโลก แม้ความรู้สึกแรกจะเป็นความ “ประหลาดใจ” แต่ก็อดไม่ได้ที่จะ “ชื่นชม” ผู้ชายอย่างผู้กำกับ “ฮวังดงฮยอก” ที่เห็นความสำคัญ และมองประเทศไทยในเลนส์ที่เป็นมิตรต่อชาว LGBTQIA+ แม้จะมีหลายเสียงวิจารณ์ให้แซ่ดว่าเป็นซีนที่ดูประดักประเดิดไม่เป็นธรรมชาติ หากกระนั้นก็ถือเป็นก้าวสำคัญ ที่ไม่ใช่ส่งผลแค่กับสังคมในเกาหลีใต้ แต่ยังสำคัญกับในอีกหลายๆ ประเทศที่ยังคงติดหล่มทางความคิด อย่างน้อยๆ ก็เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้เห็นคุณค่าของ LGBTQIA+ ว่าพวกเขาก็คือมนุษย์ที่เท่าเทียมกับทุกคนบนโลก

ซึ่งตัวละครฮยอนจู คล้ายกับเป็นตัวแทนมุมมองของชาวโลกที่มีต่อประเทศไทย ในฐานะจุดศูนย์กลางของความหลากหลาย และความเป็นอิสระทางเพศว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงสวรรค์ของ LGBTQIA+ เท่านั้น แต่เป็น “สัญลักษณ์แห่งความหวัง” ที่ทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ ซึ่งเป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าประเทศไทยเป็นเมืองของ LGBTQIA+ ที่แข็งแรง แม้จะจริงอยู่บ้างที่ยังมีคนไทยบางส่วนยังทำใจยอมรับได้ยาก แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยแตกต่างจากที่อื่นอย่างสิ้นเชิง คือ “การเคารพสิทธิและเสรีภาพซึ่งกันและกัน” จากพัฒนาการวัฒนธรรมไทยที่ให้การยอมรับเพศทางเลือกค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ โดยเฉพาะในช่วงสิบกว่าปีให้หลังมานี้ คนไทยให้การยอมรับอย่างมีนัยสำคัญ คำว่า LGBTQIA+ เป็นคำที่คนไทยรู้จักกันอย่างแพร่หลาย

เรียกได้ว่า จิตวิญญาณของคนไทยมีความเป็นมิตรและยอมรับความแตกต่างอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย และอบอุ่นสำหรับชุมชน LGBTQIA+ โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชุมชน LGBTQIA+ ทั้งในด้านการท่องเที่ยวและบันเทิง จะเห็นได้จากเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่อย่างพัทยาและภูเก็ต ต่างก็เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว LGBTQIA+ จากทั่วโลก ด้วยบรรยากาศที่เปิดกว้างและงานอีเวนต์เฉพาะกลุ่ม เช่น งานประกวดมิสทิฟฟานี่ในพัทยาที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจอย่างล้นหลาม หรือเทศกาลสำคัญ เช่น Pride Month ในกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัดที่จัดขึ้นในเดือนมิถุนายน โดยปีล่าสุดมีผู้เข้าร่วมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ 200,000 ราย ซึ่งงาน Pride Month ไม่ได้เป็นแค่การเฉลิมฉลองความหลากหลาย แต่ยังสะท้อนถึงการต่อสู้เพื่อสิทธิเสมอภาคทางเพศในสังคมไทยที่มีมาอย่างยาวนาน

เทศกาล Pride Month ใจกลางกรุงเทพมหานคร กับผู้ร่วมงานกว่า 200,000 คน

ด้านสื่อบันเทิงไทย ไม่ว่าจะเป็นละคร ภาพยนตร์ และรายการทีวี ปัจจุบันมีการนำเสนอเรื่องราวของตัวละคร LGBTQIA+ อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ซึ่งการมีตัวแทนของชุมชน LGBTQIA+ ในวงการสื่อและวงการบันเทิง เช่น ซีรีส์วาย (Boys Love, Girls Love) และบุคคลสาธารณะข้ามเพศที่ประสบความสำเร็จ เป็นตัวอย่างสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนมุมมองของสังคม และมีส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในฐานะประเทศที่ยอมรับ และสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ

การประกวดเฟ้นหาหญิงข้ามเพศ เวทีมิสทิฟฟานี่ ณ โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา
โยชิ รินรดา ธุระพันธ์ นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์หญิงข้ามเพศของประเทศไทย
ซีรีส์ Boys Love แปลรักฉันด้วยใจเธอ แจ้งเกิด บิวกิ้น พุฒิพงศ์ และพีพี กฤษฏ์
ซีรีส์ Girls Love ใจซ่อนรัก แจ้งเกิด หลิงหลิง คอง และออม กรณ์นภัส

จากข้อมูลทั้งหมดทั้งมวล สามารถยืนยันได้จากการที่ไทยจะเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียน และเป็นประเทศที่ 38 ของโลกที่มี “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” ซึ่งกฎหมายสมรสเท่าเทียมจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 มกราคม 2568 อันเป็นผลพวงจากการต่อสู้มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ทำให้ประเทศไทยเป็นชาติแรกในอาเซียน และเป็นประเทศที่ 3 ในทวีปเอเชียที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม ที่ถูกกระหน่ำทั้งเสียงต่อต้านและสนับสนุน กระทั่งวันที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 400 ต่อ 10 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และสามเดือนให้หลัง ที่ประชุมวุฒิสภาก็เห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 130 เสียง ต่อ 10 เสียง ท่ามกลางความยินดีปรีดาของพี่น้อง LGBTQIA+ ที่สามารถผ่านปราการด่านแรกได้เป็นที่เรียบร้อย แม้จะยังคงมีอีกหลายเรื่องให้ต้องร่วมกันผลักดันต่อไป

เทศกาล Pride Month ใจกลางกรุงเทพมหานคร กับผู้ร่วมงานกว่า 200,000 คน

ประเทศไทยไม่เพียงแต่เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นที่ที่ผู้คนจากทุกเพศสภาพสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเสรี ด้วยวัฒนธรรมการยอมรับความแตกต่างที่ฝังลึกในสังคมไทย สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างแรงบันดาลใจให้กับโลกใบนี้ แม้ว่ายังมีสิ่งที่ต้องพัฒนาและร่วมกันผลักดันต่อไป แต่ประเทศไทยได้พิสูจน์แล้วว่าความหลากหลายไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นสิ่งที่ทำให้สังคมแข็งแกร่งและงดงาม