เตรียมเปิด 2 ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา วชิรสถิต-วชิรธำรง บนถ.เจริญกรุง

16.01.25 | 16:23 น.

เตรียมเปิด 2 ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา วชิรสถิต-วชิรธำรง บนถ.เจริญกรุง

เมื่อวันที่ 16 มกราคม สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท)และภาคีเครือข่าย โดย คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์ฯ  ร่วมกับ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน ในนามองค์กรชาวไทย เชื้อสายจีนในประเทศไทย, นายชิม ชินวิริยกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ในนามองค์กรชาวไทย เชื้อสายจีนในประเทศไทย ดร.กิตติ อิทธิภากร ประธานสหสมาคมตระกูลแซ่แห่งประเทศไทยในนามองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวพิธีเปิดซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ ห้องประชุม อาคารสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์ฯ กล่าวถึง ที่มาของการจัดสร้าง “ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” ซึ่งกำลังจะกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่อันงดงามที่อยู่เคียงคู่บนแผ่นดินไทยไปชั่วลูกชั่วหลาน เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เริ่มแรกตั้งใจทำงานกาล่าดินเนอร์เบญจกตัญญุตา แต่โดยส่วนตัวคิดว่าจัดงานแล้ว ควรต่อยอดอะไรได้บ้าง เลยคิดว่าน่าจะมีถาวรวัตถุสร้างเฉลิมพระเกียรติในวาระมหามงคลนี้

จึงได้ชวนคุณจรรย์สมรไปกราบนมัสการท่านเจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส พร้อมกับขอคำแนะนำจากท่าน ว่านอกเหนือจากการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและท้องถิ่นด้วย บวกกับได้รับความเห็นพ้องของคณะสมาชิกสมาพันธ์และเครือข่าย จึงเป็นที่มาของจัดงานกาล่าดินเนอร์ “เบญจกตัญญุตา” ภายใต้โครงการ “สสธวท รวมใจเทิดเอกลักษณ์แห่งปัญจมังกร จารึกความกตัญญูต่อแผ่นดิน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสดังกล่าว พร้อมระดุมทุนสำหรับเริ่มโครงการที่สอง คือการจัดสร้าง “ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” 2 แลนด์มาร์คใหม่ บนถนนเจริญกรุง ภายใต้องค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ 1.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระบรมราชสมภพในปีมังกร 2.ปี 2567 ตรงกับปีนักษัตรมังกร 3.มังกร หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน 4.พระคณาจารย์จีน ธรรมวชิรานุวัตร (เย็นงี้) เจ้าอาวาส วัดมังกรกมลาวาส เป็นที่ปรึกษา และ  5.ถนนเจริญกรุง เป็นถนนสายแรกของประเทศไทย ถือว่าเป็นถนนสายมังกร ฉะนั้นเราจึงได้ครบ 5 มังกรที่จะถวายพระมหาจักรพรรดิ์ของเรา

Advertisement

นอกจากนี้ คุณหญิงณัฐิกา เผยถึงเหตุผลว่าทำไมต้องมีซุ้มประตู 2 แห่ง ตอนแรกเล็งพื้นที่ตรงบริเวณ ห้าแยกหมอมี เพราะคิดว่าเหมาะสมที่สุด แต่ได้รับคำแนะนำจากพระคณาจารย์จีน ธรรมวชิรานุวัตร (เย็นงี้) เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาสว่า มีหัวมังกรต้องมีท้ายมังกรจึงจะครบ โดยเฉพาะตรงที่บริเวณ ห้าแยกหมอมี ซึ่ง 5 แยก ก็เหมือน 5 เล็บมังกร และมังกร 5 เล็บ มีความหมายว่า ”จักรพรรดิ” การนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานชื่อ ส่วนหัวมังกรอยู่ที่สะพานดำรงสถิต นามว่า “วชิรสถิต 72 พรรษา” หมายถึง ซุ้มประตูนี้เป็นเอกลักษณ์แสดงถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุยั่งยืน 72 พรรษา ส่วนที่ห้าแยกหมอมีพระราชทานนามว่า “วชิรธำรง 72 พรรษา” หมายถึง ซุ้มประตูนี้เป็นเอกลักษณ์จารึกการเทิดทูนของพสกนิกรขาวไทยในอภิมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 72พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

“ความยิ่งใหญ่ของโครงการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา สัญลักษณ์แห่งความกตัญญู และความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งความเจริญที่มีชาวไทยเชื้อสายจีนผู้มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ไทยมาอย่างยาวนานตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน สามารถจัดสร้างสำเร็จเรียบร้อยได้ระยะเวลาเพียง 8 เดือน ด้วยพระบารมีและบุญญาธิการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้การดำเนินงานทุกขั้นตอนผ่านไปได้อย่างราบรื่น พร้อมด้วยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และอีกหนึ่งวาระสำคัญเนื่องจากความสัมพันธ์ไทย-จีนในปี 2568 จะครบ 50 ปี รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านทางสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้แสดงออกถึงมิตรภาพความสัมพันธ์ทางการทูต ด้วยการได้มอบประติมากรรมมงคลจากหินฮั่นไป๋หวี่ (หินอ่อนหยกสีขาว) ซึ่งเป็นหินชนิดพิเศษของจีน ที่ใช้เฉพาะในพระบรมมหาราชวังจีนเท่านั้น รังสรรค์โดยศิลปินชาวจีน แกะสลักเป็นรูปช้าง สิงโต เป็นตัวแทนประเทศไทยและจีน และกลอง เพื่อประดิษฐานที่ฐานเสาซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ด้วย” คุณหญิงณัฐิกา กล่าว

ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติให้ ททท. มีส่วนสำคัญมาเข้าร่วมโครงการอันเป็นมงคลยิ่งในครั้งนี้ ขณะเดียวกันยัง เสนอให้ ททท. รับบทบาทในการเผยแพร่และเชิญชวนให้ประชาชนชาวไทยและนานาประเทศได้เห็นถึงความงดงามและความสำคัญของ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญูกตเวที และความจงรักภักดีของชาวไทย นอกจากนี้ ททท. ยังเห็นความสำคัญที่จะต้องสร้างเสริมให้ ซุ้มประตูวชิรสถิต 72 พรรษา และ วชิรธำรง 72 พรรษา ทั้งสองแห่งนี้ เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่บนถนนเจริญกรุง อีกทั้งยังเชื่อว่าความพิเศษของแลนด์มาร์กทั้งสองแห่งนี้ จะเป็นทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็กดึงดูดช่วยนักท่องเที่ยวจากทุกภูมิภาคทั่วโลก ให้สนใจเลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในสถานที่ต้องมาเที่ยวให้ได้ ครั้งหนึ่งในชีวิต

“จริงๆ แล้ว ถนนเจริญกรุงเคยมีบทบาทสำคัญทางด้านการค้าระหว่างประเทศในรัชสมัยเมือ เมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีก่อน การมีซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติทั้งสองแห่งนี้บนถนนเจริญกรุงจะเป็นการกฟื้นฟูความสำคัญ และบทบาทของถนนเจริญกรุงให้กลับมาเป็นที่รุ่งโรจน์เฟื่องฟูอีกครั้ง และจะสอดคล้องความสำคัญและยิ่งใหญ่ของถนนเยาวราชที่มีความสำคัญและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน” ผู้ว่า ททท. กล่าวเสริม

 

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  หอการค้าไทยรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่มีโอกาสร่วมดำเนินงานจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567  จำนวน ซุ้มประตู อันเป็นมิ่งมงคลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุกคนปลื้มปีติและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ หอการค้าไทยก่อตั้งขึ้นมา 72 ปี สมัยก่อนชาวจีนอพยพเข้ามาในประเทศไทย ก่อร่างสร้างตัว ประกอบธุรกิจการค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของไทย ทำให้คนไทยที่ทำภาคเกษตร รู้จักการทำมาค้าขาย นำมาสู่การจัดตั้งหอการค้าในแต่ละจังหวัด ก่อนจะรวมกันเป็นหอการค้าไทย  ถือเป็นองค์กรภาคเอกชนและภาคธุรกิจของคนไทยที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ  โดยดำเนินงานเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนปฏิบัติตามพระราชประสงค์เพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม และสนองงานตามแนวพระราชดำริในหลวง

 

“หอการค้าไทยปัจจุบันมีสมาชิกมากถึง 156,000 ราย ประกอบด้วยหอการค้าไทยทุกจังหวัด สมาคมการค้า 174 แห่ง และหอการค้าต่างประเทศอีก 40 ประเทศ พร้อมด้วยเครือข่ายภาคธุรกิจทั่วประเทศ รวมทั้งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติยศ แสดงออกถึงความจงภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ผู้เป็นศูนย์รวมใจของชาวไทยทั้งชาติ และเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคง ร่มเย็น ภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” นายสนั่น กล่าว

นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน ในนามองค์กรชาวไทย เชื้อสายจีนในประเทศไทยกล่าวว่า หอการค้าไทย-จีน ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2453 จากสมาชิกหลักสิบเป็นหลักล้าน ล้วนได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์ไทยทุกยุคทุกสมัย โดยบทบาทของหอการค้าไทย-จีน มุ่งตอบสนองความต้องการของชาวจีนที่อพยพเข้ามาในประเทศไทย ควบคู่การดำเนินกิจกรรมและโครงการต่างๆ ให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการศึกษา การแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม จนกระทั่งการบริจาคช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยธรรมชาติและภัยพิบัติในประเทศไทย กาลเวลาผ่านมาจวบจนถึงปัจจุบันกว่า 115 ปี นายณรงค์ศักดิ์กล่าว

นายชิม ชินวิริยกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ในนามองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย กล่าวว่าหอการค้าไทย-จีน มั่นคงภายใต้ร่มพระบารมี เป็นศูนย์รวมของนักธุรกิจไทยเชื้อสายจีน ชาวจีนโพ้นทะเล และนักธุรกิจชาวจีนที่มาทำการค้าการลงทุนในไทย  ที่อพยพถิ่นฐานเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีบทบาทในฐานะสะพานเชื่อมความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างประเทศไทยและจีนในทุกมิติ  โดยเฉพาะการค้าการลงทุน

ดร.กิตติ อิทธิภากร ประธานสหสมาคมตระกูลแซ่แห่งประเทศไทยในนามองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “หอการค้าไทย-จีน น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ตลอดจนเคารพเทิดทูนพระบรมวงศานุวงศ์เป็นอย่างยิ่ง  เนื่องในโอกาสมหามงคล 72  พรรษา ชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศต่างมีความปลื้มปีติ ทั้งพ่อค้าไทยจีนที่มาตั้งแต่รุ่นแรกๆ จนถึงนักธุรกิจรุ่นใหม่ ผนึกกำลังร่วมสนับสนุนการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญูต่อแผ่นดิน ปรากฏชั่วลูกชั่วหลาน เหนือสิ่งอื่นใดเป็นสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่แสดงความจงรักภักดีต่อในหลวง ศูนย์รวมใจพสกนิกรทุกเชื้อชาติในประเทศไทย” ดร.กิตติกล่าวถึงความยิ่งใหญ่ซุ้มประตูมังกร สัญลักษณ์ที่นำมาซึ่งความสุขและความสงบร่มเย็นของปวงประชา

 

ทั้งนี้ ภายในงาน คุณหญิงณัฐิกา กล่าวเชิญชวนสนับสนุนสั่งจองของที่ระลึกซุ้มประตูมังกร เหมาะสำหรับเป็นของขวัญให้คนพิเศษ ประกอบด้วย 1.ซุ้มประตู (ลงยา) มูลค่าเข็มละ 10,000 บาท 2.ชุดแก้วทรงสูงเมลามีนมี 2 แบบให้เลือกประกอบด้วย ชื่อซุ้มประตูวชิรธำรง และ ชื่อซุ้มประตูวชิรสถิต มูลค่าชุดละ 500 บาท และ 3.ชุดแสตมป์รูปซุ้มประตูวชิรธำรงและซุ้มประตูวชิรสถิต 1 ชุด มี 8 ดวง มูลค่าชุดละ 500 บาท ผลิตตามยอดสั่งจองตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 20 มกราคม 2568

โดยผู้ที่สนใจสามารถจองได้ที่ ธ.กรุงเทพ ชื่อบัญชี สหพันธ์สตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย เลขที่บัญชี  1230980619 สอบถามรายละเอียดและการสั่งจองได้ที่ คุณวรรณาวิภา โทร 0816262560

สำหรับพิธีเปิดซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ทางคณะกรรมการผู้จัดทำโครงการฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดซุ้มประตู “วชิรสถิต 72 พรรษา” บริเวณสะพานดำรงสถิต และ ซุ้มประตู “วชิรธำรง 72 พรรษา” บริเวณห้าแยกหมอมี จึงใคร่ขอเรียนเชิญพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศและชาวไทยเชื้อสายจีน ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ ในวันเสาร์ที่  25  มกราคม 2568 เวลา 17.00 น. ณ ถนนเจริญกรุง กรุงเทพมหานคร