เปิดสถิติ หญิงไทยโทรปรึกษาทำแท้งปีละ 1.8 แสนราย สายด่วน 1663 ห่วง ไม่ครอบคลุมประกันสังคม
สมวงศ์ อุไรวัฒนา ผู้รับผิดชอบโครงการให้คำปรึกษาเรื่องท้องไม่พร้อม (สายด่วน 1663) และผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ เปิดเผยตัวเลขในรอบ 4 ปีของผู้รับบริการปรึกษายุติการตั้งครรภ์ผ่านสายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม 1663 ตั้งแต่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 28 เพื่อปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำแท้งเพื่อให้ผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมมีทางเลือกและได้รับบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยว่า มีจำนวนคนปรึกษาท้องไม่พร้อมกว่า 183,888 คน โดยส่วนใหญ่ หรือ 145,150 คนตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ และเป็นผู้รับบริการที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ร้อยละ 56.47 สิทธิประกันสังคม ร้อยละ 35.69 และอื่นๆ อีกร้อยละ 3.59
ผู้รับผิดชอบโครงการสายด่วน 1663 ให้ข้อมูลว่า ทุกวันนี้ผู้หญิงไทยที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์จะใช้สิทธิของบัตรทองจากงบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคระดับประเทศ (P&P) ซึ่งหมายถึงผู้หญิงที่เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมด้วย ทำให้สำนักงานประกันสังคมไม่ออกประกาศว่าการยุติการตั้งครรภ์เป็นหนึ่งในสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลเสียที ทั้งที่อ้างว่าสิทธิการรักษาพยาบาลของประกันสังคมไม่ด้อยกว่าสิทธิบัตรทอง
“ผู้ประกันตนที่จะยุติครรภ์แล้วอายุครรภ์ใหญ่ และจำเป็นต้องแอดมิทตามเงื่อนไขของโรงพยาบาล ต้องจ่ายส่วนต่างค่าห้องเอง เพราะประกันสังคมไม่จ่ายให้ ซึ่งทำให้ผู้หญิงจำนวนหนึ่งต้องแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลในส่วนนี้ แต่หากใช้สิทธิบัตรทอง แม้ไม่ได้รับบริการในโรงพยาบาลตามสิทธิ แต่โรงพยาบาลที่ให้บริการยังมีช่องทางอื่น ที่สามารถเก็บค่าบริการผู้ป่วยในจากบัตรทองได้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีแรงงานข้ามชาติอีกจำนวนมากที่ได้ร่วมจ่ายเงินสมทบให้สำนักงานประกันสังคม และไม่สามารถใช้สิทธิยุติครรภ์จากงบส่งเสริมป้องกันได้ เนื่องจากเป็นคนต่างชาติ”
สมวงศ์ กล่าวต่อไปว่า เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม ถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้ตระหนักถึงสิทธิของผู้หญิงที่เท่าเทียม ซึ่งหมายรวมถึงสิทธิด้านสวัสดิการด้วย แต่ผู้หญิงจำนวนหนึ่งเข้าไม่ถึงสิทธิในการยุติครรภ์ เพียงเพราะเป็นผู้ประกันตน ในขณะเดียวกันประเทศไทยได้ปรับปรุงกฎหมายและรับรองว่า การทำแท้งเป็นสิทธิและทางเลือกด้านสุขภาพสำหรับผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม เพื่อให้เข้าถึงบริการที่ปลอดภัย ลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งมีข้อมูลเชิงประจักษ์ยืนยันชัดเจน และผู้หญิงเกือบทั้งหมดที่ประสบปัญหาอยู่ในวัยทำงาน
“ดังนั้น สำนักงานประกันสังคมต้องสนับสนุนสิทธิของผู้หญิงในการยุติครรภ์ โดยอาจจะออกเป็นประกาศ หรือตั้งงบประมาณสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการยุติครรภ์เหมือนที่สนับสนุนให้มีการตรวจสุขภาพฟรีของผู้ประกันตนก็ได้ สำนักงานประกันสังคมไม่ควรเอาเปรียบผู้ประกันตน หรือให้บัตรทองแบกรับภาระค่าใช้จ่าย เพราะเก็บเงินจากผู้ประกันตนและนายจ้างทุกเดือน ทั้งนี้ หากไม่สามารถทำได้ ก็ควรยกสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาไปให้บัตรทองดูแลแทน เพราะทางเครือข่ายคนทำงานท้องไม่พร้อมเคยยื่นข้อเรียกร้องไปยังสำนักงานฯ แล้ว แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใด”


