‘โอปอล’ สปีชจับใจ พร้อมดันโครงการ Opal for Her สร้างความตระหนักมะเร็งเต้านม เพื่อผู้หญิงทั่วโลก
ดำเนินมาอย่างเข้มข้นสำหรับการประกวดมิสเวิลด์ 2025 ที่สาว “โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” ตัวแทนสายสะพายไทนแลนด์ได้เดินทางเข้ากองฯ ที่เมืองไฮเดอราบัด รัฐเตลังคานา ประเทศอินเดีย โดยในวันนี้ได้มีการสปีชรอบสำคัญที่แฟนๆ นางงามจับตารอชมคือการแข่งขัน Head 2 Head Challenge หรือการพูดในที่ชุมนุมชน ของกลุ่มทวีปเอเชีย & โอเชียเนีย
ซึ่งจะเป็นการแนะนำตัวตนและเล่าถึงโครงการ Opal for Her ของโอปอลสู่สายตาชาวโลกบนเวทีมิสเวิลด์เป็นครั้งแรก

โดยโอปอลได้สวมชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์แทนสัญลักษณ์ของแสงสว่างและความหวัง ติดเข็มกลัดริบบิ้นสีชมพูกลายมาเป็นสัญลักษณ์สากลของโรคมะเร็งเต้านมไว้ที่อกเสื้อ และขอเป็นตัวแทนของผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมกล่าวสปีชที่จับใจคณะกรรมการว่า
“ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ในฐานะตัวแทนของประเทศไทย ด้วยพื้นฐานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดิฉันมองว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เพียงเวทีทางการทูต แต่หากเป็นโอกาส เป็นพื้นที่ที่เปิดให้เราทุกคนได้เป็นตัวแทนของประเทศของเรา พร้อมทั้งเปล่งเสียงในสิ่งที่เราเชื่อและยึดมั่น ดิฉันขอใช้โอกาสนี้พูดในนามของผู้หญิงที่ต้องเผชิญกับโรคมะเร็งเต้านม

ดิฉันเชื่อว่า “บริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน” ไม่ควรเป็นสิ่งที่มีเฉพาะคนที่มีกำลังจ่ายเท่านั้นถึงจะเข้าถึงได้ แต่มันควรเป็นสิทธิที่ทุกคนพึงมี ไม่ว่าจะเกิดมาในฐานะใดหรือมีทรัพย์สินแค่ไหน นั่นคือเหตุผลที่ดิฉันมายืนอยู่ตรงนี้ พูดในนามของพวกเขา ตอนที่ดิฉันอายุ 16 ปี ดิฉันต้องเข้ารับการผ่าตัดนำก้อนเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็งออกจากเต้านม ถึงแม้มันจะไม่ถึงชีวิต แต่ผลกระทบทางอารมณ์นั้นรุนแรงมาก ดิฉันยังจำเสียงเข็มนาฬิกา จำความเย็นในห้องผ่าตัด และน้ำตาที่ไหลลงอาบแก้ม ขณะคิดว่าบางทีเวลาของเราคงมาถึงแล้ว คงต้องเดินต่อไปคนเดียว แล้วดิฉันก็คิดว่าขนาดดิฉันเอง ที่ยังมีทรัพยากร มีระบบสนับสนุนมากมาย ยังรู้สึกกลัวขนาดนี้ แล้วผู้หญิงอีกมากมายล่ะ ที่ไม่มีสิ่งเหล่านั้นเลย ไม่มีแม้แต่โอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานที่พวกเธอควรได้รับ
จากประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้มุมมองของดิฉันต่อโรคมะเร็งเต้านมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้แต่กับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างดิฉันในวันนั้นและเมื่อมันเกิดขึ้น มันไม่ใช่แค่สัญญาณเตือนที่เรากดเลื่อนเหมือนตอนเช้า แต่มันเป็นการสั่นสะเทือนถึงจิตวิญญาณ และยังสั่นถึงจิตใจของคนที่รักเราอีกด้วย ในประเทศอันเป็นที่รักของดิฉัน ประเทศไทยมีผู้หญิงมากกว่า 1,900 คนต่อปีที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม และเกือบ 5,000 คนไม่สามารถเอาชนะมันได้ และถ้าเรายังไม่ลงมือทำอะไร ตัวเลขทั่วโลกอาจเพิ่มเป็น 1.1 ล้านคนภายในปี 2050

ไม่นานมานี้ ดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับตัวแทนจากองค์การอนามัยโลก ซึ่งทำให้ดิฉันได้รับรู้ความจริงที่น่าเศร้า ผู้หญิงที่อยู่ในพื้นที่รายได้น้อยมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม ไม่ใช่เพราะโรคนี้รักษาไม่ได้ แต่เพราะการตรวจพบในระยะแรกและการเข้าถึงการรักษานั้นอยู่ห่างไกลเกินเอื้อม มันกลายเป็นเรื่องของความช่วยเหลือที่มาช้าเกินไป หรือบางครั้งไม่เคยมาถึงเลย
แม้แต่ในประเทศไทย มีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับการตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก น้อยกว่า 5% และเบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้น ไม่ใช่แค่ตัวเลขนะคะ แต่คือมนุษย์ คือแม่ พี่สาว ลูกสาว ที่เป็นทั้งโลกของใครบางคน และวันหนึ่ง อาจเป็นโลกของคุณเช่นกัน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ “Opal for Her” หรือ “ความงามเพื่อจุดมุ่งหมาย” ของดิฉันถือกำเนิดขึ้น เราไม่ได้แค่สร้างความตระหนักรู้ แต่เรากำลังสร้างอนาคต ที่ความกลัวและอุปสรรคไม่สามารถขวางกั้นเราไว้ได้เราได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โรงพยาบาล ภาคเอกชน ภาครัฐ และองค์กรไม่แสวงหากำไร จนสามารถระดมทุนได้มากกว่า 1 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนระบบการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม และจัดให้มีบริการตรวจเต้านมฟรีทั่วประเทศ
เรายังได้สร้างพอดแคสต์ชื่อ “Brave Heart” ที่บอกเล่าเรื่องจริง สัมภาษณ์แพทย์ ผู้ป่วย และผู้รอดชีวิต เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและสร้างการรับรู้ รวมถึงส่งกำลังใจให้ผู้หญิงที่อยู่ระหว่างการต่อสู้ได้รู้ว่า พวกเธอไม่ได้สู้เพียงลำพังในอนาคตอันใกล้ ดิฉันตั้งใจจะมอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาแพทย์ เพราะดิฉันเชื่ออย่างแรงกล้าว่า ชีวิตของแพทย์หนึ่งคน สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้นับร้อยนับพัน
เรากำลังสร้างสะพานเชื่อมโยง ระหว่างชุมชนท้องถิ่นกับระบบสาธารณสุขของชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใคร มาจากที่ใด จะได้รับการดูแลรักษาที่พวกเธอสมควรได้รับและนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ภายใต้ตำแหน่ง Miss World วิสัยทัศน์ของดิฉันคือการขยาย “Opal for Her” ออกไปไกลกว่าประเทศไทย สู่เอเชีย และไปทั่วโลก เพราะนี่คือสิ่งที่เราทุกคนเป็นหนี้ต่อผู้หญิงทุกคน เด็กหญิงทุกคน และคนรุ่นหลังของเราทุกคน และก่อนที่ดิฉันจะจากไป ดิฉันอยากมอบเข็มกลัดสัญลักษณ์มะเร็งเต้านมให้กับคุณ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่า “ชีวิตของคุณ และชีวิตของคนที่คุณรัก มีความสำคัญเสมอ”
นับเป็นสปีชที่จับใจคณะกรรมการ แฟนนางงาม พร้อมทั้งแสดงความมุ่งมั่นต่อโครงการ “Opal for Her” ได้อย่างดงามอย่างถึงที่สุด

อย่างไรก็ตามการแข่งขันรอบ Head2Head Challenge ในการประกวดมิสเวิลด์ครั้งที่ 72 ได้แข่งขันรอบแรกเสร็จสิ้นลงแล้ว ผู้เข้าประกวดที่ทำผลงานได้โดดเด่น ได้แก่ สาวงามจากประเทศ โซมาเรีย ทีพูดถึงเรื่องการถูกกักขังและทรมาน สาวงามจากจาไมก้า ที่พูดถึงเรื่องความรุนแรงในชุมชน ฝรั่งเศษที่พูดเรื่องมะเร็งในช่องท้องเช่นเดียวกับโอปอล ยังมีสาวงามฝั่งเอเชียไม่ว่าจะเป็น ศรีลังกา อินโดนิเซีย มาเลเซีย อินเดีย ล้วนแต่ทำผลงานได้ดีทั้งสิ้น
ร่วมลุ้นตัวแทนสาวไทยน้อง “โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” ในการคว้าแชมป์ Head2Head ซึ่งจะประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 20 คนจาก 108 สาวงามก่อนจะไปตัดสินรอบ Head2Head ในวันที่ 23 พฤษภาคมต่อไป
ทั้งนี้ การประกวดรอบไฟนอลที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ แฟนๆ รอบลุ้นกันได้เลยว่าสาวโอปอลจะสามารถคว้ามงฯ ฟ้ามาครองได้สำเร็จหรือไม่

