‘น้ำตาล ชลิตา’ รักแฮปปี้ แฟนหนุ่มต่างชาติเปย์รถให้ ยังไม่ลาวงการปากแจ๋ว แต่นิ่งขึ้นเพราะเพื่อนห้าม
เรียกว่าช่วงนี้กำลังอินเลิฟสุดๆ สำหรับ น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 และนักแสดงชื่อดัง ที่หลังจากเปิดตัวแฟนหนุ่มชาวต่างชาติ เจ้าตัวก็ขยันเสิร์ฟความหวานลงในโซเชียลบ่อยๆ ทำเอาคนโสดถึงกับอิจฉาตาร้อนกันทั่วบ้านทั่วเมือง
ล่าสุดเจอน้ำตาลมาร่วมงานบริษัท เบสท์อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวลแอนด์เอเจนซี่ จำกัด X งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 75 และไทยเที่ยวนอก Exclusive ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติศิริกิติ์ Hall 5-6 ก็ได้เล่าโมเมนต์ความรักให้ฟังว่า

หัวใจสีชมพูมากคนอิจฉาทั่วบ้านทั่วเมือง?
น้ำตาล: “บางทีเรามีอะไร เราก็อยากจะอวดให้แฟ่ดไง เพราะเราอัดอั้นตั้นใจอะไรอย่างนี้ ก็บางทีพี่ๆ ถามหนู หนูก็ไม่รู้จะตอบยังไงแต่พอหนูมีแล้ว หนูก็อยากอวดให้โลกรู้บ้าง”
ซึ่งคนเขาก็ชื่นใจกับความรักของเรา?
น้ำตาล: “คือไม่ใช่แค่คนชื่นใจนะหนูก็ชื่นใจมาก (ยิ้ม)”
หลังๆ เริ่มจะมีโมเมนต์เยอะขึ้น เรามีการปรับจูนเยอะขึ้นไหม?
น้ำตาล: “สำหรับคนที่ใช่มันก็ใช่ไปหมดอ่ะค่ะ (หัวเราะ)”
ทริปส่วนใหญ่ใครเป็นคนเลือกว่าจะไปที่ไหนบ้าง?
น้ำตาล: “ส่วนใหญ่หนูก็จะบอกเขาว่าหนูอยากไปที่นี่ เขาก็จะเป็นคนแพลนทุกอย่าง เป็นคนทำทุกอย่างให้หมดเลยเรียกว่า Princess Treatment อะไรอย่างนี้ค่ะ”

นอกจากความหวานแล้วเขาก็เหมือนเป็นคนถ่ายคลิปให้ด้วย?
น้ำตาล: “ใช่ จริงๆ เขารู้อยู่แล้วว่าหนูเป็นคนที่ทำคอนเทนต์ ชอบถ่ายรูป ชอบทำคอนเทนต์ เขาก็จะแบบว่าอย่างนี้โอเคไหม เขาไม่ได้แบบรู้สึกรำคาญหรืออะไรอย่างนี้ เขาก็อยากถ่ายจนหนูบอกว่าพอแล้ว เขาก็ถ่ายอีกๆ เผื่อไว้ เขาก็จะเหมือนคอยปรับว่าแบบนี้ชอบไหม เขาก็จะคอยเหมือนดูในฟีดหนูว่าหนูถ่ายรูปประมาณไหนบ้างแล้วก็ชอบยังไง เขาก็ทำการบ้านมาตลอดค่ะตั้งแต่ตอนจีบละ (หัวเราะ)”
ไหนๆ เรามีเราก็ขิงเลยหรือเปล่า?
น้ำตาล: “จริงๆ พอมีแล้วมันก็ต้องเปิดให้โลกรู้นิดนึง”
ส่วนใหญ่เวลาทำคอนเทนต์เหมือนเขาจะออกกล้องเราบ่อยมาก เขาก็ชอบที่จะอยู่ในคอนเทนต์เรา?
น้ำตาล: “ทุกครั้งที่ทำหนูก็จะขอเขาก่อนว่าถ้าหนูทำอย่างนี้จะโอเคไหม เขาก็โอเค ไม่เป็นไร ทำได้”
เขาเริ่มชินกับการออกกล้อง หรือการพบเจอเพื่อนๆ เราหรือเปล่า?
น้ำตาล:”เขาก็สนิทกับเพื่อนๆ หนูหมดเลย เขาเป็นคนที่สนิทกับคนง่ายมาก แล้วก็ชอบคุยกับคนอะไรอย่างนี้ (คือฮอตกว่าเราไปแล้ว?) จริง คือเหมือนสนิทกับเพื่อนไปหมด หนูก็งงว่าสนิทกันได้ไง ก็คือคุยไปเรื่อยเปื่อย”
เพื่อนเราจ้องแฟนเราตาเป็นมันเลย?
น้ำตาล: “ไม่ได้จ้องแฟนเรา แต่เขาจ้องจะจิกหัวหนู (ใครบ้าง?) ทุกคน โดยเฉพาะอินทนนท์ แต่อินทนนท์คือตลอดเลยนะไม่ว่าหนูจะลงอะไรก็จะทักตลอด (ก็คืออิจฉา?) หนูก็เลยบอกว่าแม่ท้องอยู่จะเป็นอย่างนี้ได้ยังไง (เห็นว่าประกาศหย่าด้วย?) ประกาศหย่าแล้ว แต่เห็นเขาบอกว่าแฟนมาตามหาอีกแล้ว หนูก็บอกว่าเอาไปเหอะแฟนให้เงินเยอะขนาดนั้น เอาไปเลย ใครมันจะมาเปย์เราขนาดนี้”
ด้วยความที่คู่เราหวานแบบนี้มีเพื่อนเหม็นความรักเราบ้างไหม?
แนท อนิพรณ์ : “ไม่เหม็นความรักเพราะว่าได้อานิสงส์ตลอดเลย ขอเมาธ์นิดนึง ไม่ใช่เรื่องตัวเอง คือล่าสุดแฟนเขาซื้อรถให้ใช่ไหม แล้วแนทโชคดีตรงที่ไหนรู้ไหม แนทก็ขึ้นรถฟรีเลยไม่ต้องเติมน้ำมัน แล้วรู้สึกว่าใช้ชีวิตได้ดีขึ้น ก็ได้อานิสงส์ด้วย”
เรื่องนี้ยังไงน้ำตาล รถหรู?
น้ำตาล: “ไม่ได้รถหรูอะไรขนาดนั้น คือมันเหมือนเราทำงาน เขาก็ทำงานด้วย เขาก็เลยซื้อรถให้ไปทำงาน แต่เหมือนพี่แนทคืออยู่กับหนูตั้งแต่ตอนที่เขาจีบแล้วก็เลยสนิทกัน เขาก็เหมือนแบบว่า พี่แนทล่ะ พี่แนทนู่นนี่นั่น”

แล้วที่ให้ของขวัญเนื่องในวันอะไร?
น้ำตาล: “อยากจะให้”
แนท: “แล้วหนูโชคดีมากเลย คือเขาชอบพาไปกินข้าวอร่อยๆ น้ำตาลก็จะแบบพี่แนทว่างไหม เราก็คือเกรงใจไง แต่ในใจก็คือเป็นห่วงเพื่อน หนูกินฟรีฉ่ำ”
แอนนา เสืองามเอี่ยม : “พูดเลยนะ หัวเราะทีหลังดังกว่า อันนี้โชว์แล้วใช่ไหม (ชี้ไปที่น้ำตาล) หนูนะ จะไข่ปลา ไข่กุ้ง ไข่ปลาแซลมอน เจอแน่ ในสตอรี่ ซื้อรถเหรอ เอ่อ ลานจอดเครื่องบินเลยนะคะ เจอเลย”
มีแบบขอให้เพื่อนๆ แนะนำให้ไหม?
น้ำตาล: “ตอนนั้นอยากลองกินองุ่น 12 ลูก 1 นาที จริงๆ นะ ตอนปีใหม่”
แอนนา: “โอเค เจอกันเลย”
เราทำเหรอ?
น้ำตาล: “หนูทำ แต่ว่าตอนนั้นหนูก็ไม่ได้คาดหวังแต่มันได้ไง”

พระแม่ไม่ได้ช่วยเหรองานนี้?
น้ำตาล: “ไม่รู้ หนูขอเยอะเหมือนกัน”
แนท: “ไม่ คือประเด็นเหมือนแฟนคนปัจจุบันเหมือนจีบเขามานานแล้ว สักพักนึงแล้ว แต่ด้วยโอกาสต่างๆ มันก็โอเค คือเขาอยู่ในสายตานี่ตลอดเวลา ไปไหนแนทก็ไปด้วย คือแนทจะรับรู้ตลอด มันถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมก็เลยเป็นแฟนกันแค่นั้น”
น้ำตาล: “มันก็เลยกลายเป็นเราสองสามคน คือเวลาหนูไปข้างนอกไปกินข้าวหนูก็จะไปกับพี่แนทแล้วก็มีแฟนหนูไปด้วย แล้วเวลาเดินจับมือก็จะเดินจับมือกัน 3 คน แล้วแฟนหนูก็บอกว่า My Girlfriend have Girlfriend อีกทีนึง
คือหนูรู้สึกว่าทุกวันนี้หนูพูดภาษาอังกฤษรู้เรื่องมากขึ้น ก็ได้จากเขาด้วย เหมือนเวลาเราพูดผิดเขาก็จะคอยเติมคอยเสริมให้ตลอด ถ้าไม่ได้เราก็ใช้บอดี้เอา ชอบติดสกินชิพ”
น้ำตาลอยากจะบอกอะไรกับคนโสดบ้าง?
น้ำตาล: “โสดก็เหนื่อยเลยนะ (หันไปหาแอนนา) ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่หาให้”
อย่างโซเชียลก็จะมีแบบว่า อวดจังเลย น่าหมั่นไส้ มันมีมาแล้วแหละเพียงแต่ว่าเราเจอมาตลอด?
น้ำตาล: “จริงๆ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเจออย่างนั้นนะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบว่า อุ้ยถึงเนื้อถึงตัวแล้วนู่นนี่นั่น ก็เรียกว่ามันเป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน พอเราได้ปรับได้จูนกันก่อน พอแบบปุบปับแต่งงาน แล้วเราไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไงมันก็จะไม่รู้ไง อย่างนี้เราก็รู้ทุกอย่างว่าเขานิสัยยังไง เราเป็นยังไง เราจะได้รู้ซึ่งกันและกัน จริงๆ ทุกวันนี้มันอยู่ที่เรามากกว่าว่าเราจะเลือกไปยังไง แต่ว่าทุกวันนี้หนูปล่อยผ่านเรื่องคอมเมนต์เยอะมากๆ แล้ว แบบไม่ค่อยมานั่งตอบโต้อะไรมากมาย เพราะว่าชีวิตแฮปปี้ดีค่ะ”

เราลาวงการปากแจ๋วแล้วเหรอ?
น้ำตาล: “ยังค่ะ ก็นิ่งขึ้น เพราะว่าพี่แนทห้ามไว้เยอะอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเพราะมีแฟนนะ”
แนท: “เพราะว่าบางคนมันไม่คู่ควรกับการไปต่อปากต่อคำ มันเสียเวลาชีวิต สุขภาพจิตของเราสำคัญที่สุดค่ะคุณผู้ชมขา สุดท้ายแล้วถ้าเราเป็นบ้าไม่มีใครพาเราไปโรงพยาบาล นอกจากแนทและน้ำตาลกัน 2 คน ดังนั้นตัดปัญหาไม่ไปโรงพยาบาล ไปหาของอร่อยกินดีกว่า”
น้ำตาล: “ใช่ แต่ว่าหนูก็รู้สึกว่าชีวิตแฮปปี้ดี ที่เราไม่ได้มานั่งโฟกัสคอมเมนต์อะไรอย่างนี้ พอมีอะไรเราก็ลบ หรือไม่ก็บล็อกแค่นั้นเลย แต่ว่าถ้าเหลืออดจริงๆ เจอกัน”


