แรงบันดาลใจแห่งการสร้างสรรค์ ‘สิริวัณณวรีนารีรัตนราชพัสตราภรณ์’ สมุดภาพประวัติศาสตร์ 39 พรรษา

29.08.25 | 16:17 น.

แรงบันดาลใจแห่งการสร้างสรรค์ ‘สิริวัณณวรีนารีรัตนราชพัสตราภรณ์’ สมุดภาพประวัติศาสตร์ 39 พรรษา 

ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณและเพื่อเผยแพร่พระวิสัยทัศน์ พระกรณียกิจ และพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเฉพาะด้านการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการฟื้นฟูมรดกภูมิปัญญาผ้าไทย รวมทั้งพระปรีชาสามารถด้านการออกแบบสิ่งทอและแฟชั่น ที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานหัตถกรรมไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับสากล อีกทั้งยังช่วยชุบชีวิตภูมิปัญญาการสร้างสรรค์ผืนผ้าของไทยให้ได้รับการยอมรับในโลกยุคใหม่ได้อย่างภาคภูมิ

กระทรวงมหาดไทย จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว โครงการสมุดภาพประวัติศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 39 พรรษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ประจำปี พ.ศ.2568 ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ผู้ทรงคุณวุฒิ และที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เข้าร่วมแถลงข่าว

Advertisement

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า “พระกรณียกิจของพระองค์ท่านทรงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาชุมชนในทุกระดับ เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงทำ ไม่ได้เป็นเพียงการอนุรักษ์ผ้าไทยให้อยู่ต่อไปเท่านั้น แต่ยังเป็นการต่อยอดคุณค่าของผืนผ้าไทยไปสู่การสร้างรายได้และอาชีพใหม่ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนในท้องถิ่น เมื่อผ้าไทยถูกนำมาปรับรูปแบบให้ร่วมสมัย สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ก็ทำให้ตลาดกว้างขึ้น และช่วยให้ชุมชนผู้ผลิตผ้าไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม”

สมุดภาพประวัติศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 39 พรรษา “สิริวัณณวรีนารีรัตนราชพัสตราภรณ์” แรงบันดาลใจแห่งการสร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัย ได้รวบรวมพระกรณียกิจของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสืบสาน รักษาและต่อยอดพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จย่าของพระองค์ ในการฟื้นคืนภูมิปัญญาพื้นถิ่นด้านการสร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถศิลป์ไทยให้กลับมาสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้แก่ช่างทอผ้าและสมาชิกชุมชน สู่เศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคง

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า จากที่ยูเนสโกประกาศเชิดชูพระเกียรติ และถวายเหรียญสดุดีพระกรณียกิจด้านการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรม และการส่งเสริมงานวิจิตรศิลป์ รวมทั้งการขับเคลื่อนวัฒนธรรม ตลอดจนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทย แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ สำนักงานใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศสนั้น นับเป็นที่ประจักษ์ให้ทราบถึงพระกรณียกิจของพระองค์ในระดับโลก เพราะรางวัลนี้ไม่ได้ให้กับบุคคลทั่วไปได้ง่ายๆ ถือเป็นการถวายพระเกียรติ และถือเป็นจุดหมายในการทรงงานของพระองค์ในระดับสากล ซึ่งเราทุกคนมีส่วนในการถวายพระเกียรติ และร่วมภาคภูมิใจในสิ่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทยที่ได้ถวายงานพระองค์มาตลอดหลายปี

“ในการถวายเหรียญสดุดี มาดามโอเดรย์ อาซูเลย์ ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ได้กล่าวว่า เรื่องแรก เขาประทับใจ ในสิ่งที่พระองค์ทรงประกอบพระกรณียกิจให้กับประชาชน ในด้านวัฒนธรรมหัตถกรรมและสิ่งทอ ซึ่งยูเนสโกมีบทบาทในการรักษาศิลปวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติอยู่แล้ว การที่พระองค์ทรงงานเรื่องของผ้า หรือหัตถกรรม ถือว่าสอดคล้องกับความคิดของยูเนสโกในเรื่องมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ เสมือนการสืบสานและต่อยอด ไม่ได้อนุรักษ์ในสถานที่เป็นพิพิธภัณฑ์ แต่ได้ลงไปกับชีวิตจริงๆ ซึ่งนี่เป็นแนวคิดของยูเนสโกในการให้มรดกวัฒนธรรมต่างๆ ในโลกนี้ได้ฝากไว้กับคน ซึ่งนี่เป็นประเด็นสำคัญมาก”

“นอกจากนี้ สิ่งที่พระองค์ทรงปฏิบัติยังสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน Sustainable Development Goals (SDGs) ซึ่งพูดถึงประเด็นต่างๆ หลายเรื่อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้การทรงงานของพระองค์ตอบโจทย์แทบจะทุกข้อของ SDGs ทั้งเรื่องของการสร้างรายได้ และการให้โอกาสคน”

ผศ.ดร.อนุชากล่าวอีกว่า ในประเด็นต่อมาที่มาดามโอเดรย์ อาซูเลย์ ให้ความสำคัญมากคือ การที่พระองค์ทรงเล่าว่า ในแต่ละปีได้ทรงนำเอาผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ โดยเฉพาะดีไซเนอร์ตัวท็อปของประเทศไทยให้มาพบกับชาวบ้าน และทำงานแบบชนิดที่เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ไม่ได้เอาความคิดของคนหนึ่งไปกดทับคนหนึ่ง แต่เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และศึกษาว่าอันไหนได้ อันไหนไม่ได้ และจะปรับอย่างไร และมีการมอบการบ้านให้ไปทำในแต่ละปี ซึ่งอันนี้ทางมาดามโอเดรย์บอกว่า เป็นการนำโลกที่กว้างกว่าไปสู่ชุมชน ขณะเดียวกันเมื่อผลงานเสร็จแล้ว ก็นำเอางานของชุมชนไปปรากฏในสายตาชาวโลก เรียกว่า Bring the village to the world มาดามโอเดรย์ก็ประทับใจในสิ่งเหล่านี้ เพราะตลอดระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเป็นเชิงประจักษ์อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องลายผ้า เรื่องของสี

“ซึ่งอันนี้ก็นำสู่ประเด็นที่ 3 ในเรื่องการทำสื่อสิ่งพิมพ์ที่พระองค์ทรงเป็นอิดิเตอร์เอง ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์บุ๊ก ตำราการย้อมผ้าต่างๆ ที่ได้ประมวลองค์ความรู้ในพื้นที่ เทรนด์บุ๊กก็ไม่ได้ทำออกมาแจกอย่างเดียว แต่ทรงบรรยายเสริมว่าควรจะใช้อย่างไร ทำอย่างไร ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ทรงเน้นและทรงอยากให้ยูเนสโกทำหนังสือแบบเดียวกันนี้ ด้วยทรงเล่าว่าสมัยทรงเป็นนักศึกษา หนังสือเหล่านี้มีราคาแพงมาก และเป็นเรื่องยากมากที่จะเข้าถึง เพราะหนังสือราคาสูง เมื่อพระองค์ทรงทำสิ่งนี้ขึ้นมาก็ทรงต้องการให้คนเข้าถึงได้ง่าย สิ่งนี้คือสิ่งที่ มาดามโอเดรย์ประทับใจมาก ซึ่งก็เป็นที่มาของการถวายเหรียญรางวัลแด่พระองค์” ผศ.ดร.อนุชากล่าว

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์

ขณะที่ ดร.ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา รับสั่งเสมอว่า ไม่เคยคิดที่จะไปเปลี่ยนแปลงลวดลายโบราณแต่อย่างใด รับสั่งเสมอว่าอะไรที่เป็นสมบัติของชาติจะต้องคงไว้ แต่ว่าจะทำยังไงให้คนรุ่นใหม่กลับมามองให้ความสนใจลวดลายโบราณเหล่านี้ ดังนั้น การที่จะเชื่อมโยงคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่เข้าด้วยกันเราต้องเข้าใจเขาก่อน ก่อนที่จะนำพาความทันสมัยมาใช้กับพวกเขา ซึ่งตั้งแต่ทรงงานมาค่อนข้างหนักหน่วง ใน 5 ปี ในด้านวิชาการ เราจะเห็นว่ามีการอ้างอิงในศิลปนิพนธ์ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท โดยการอ้างอิงงานของพระองค์เยอะมาก ซึ่งมาจากหนังสือของกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด อย่างหนังสือเล่มนี้จะเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ บันทึกว่าแต่ละปีพระองค์ทรงงานอะไรบ้างในแต่ละภูมิภาค ซึ่งมีทั้งฮาร์ดก๊อบปี้และซอฟต์ก๊อบปี้ ซึ่งนี่คือการเก็บองค์ความรู้ที่จะต่อยอดไปเรื่อยๆ เพราะองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นในแต่ละปีจะมีองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นใหม่เสมอ

ดร. ศรินดา จามรมาน

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด หนังสือเฉลิมพระเกียรติ 39 พรรษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “สิริวัณณวรีนารีรัตนราชพัสตราภรณ์ : แรงบันดาลใจแห่งการสร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัย” ฉบับดิจิทัล ได้ที่ https://thailandotop.org/39_years