‘อัญ อัญรัตน์’ เปิดกล่อง ‘เพชรสีชมพู’ หายาก มรดกจากพ่อ ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการส่งต่อคุณค่า

15.10.25 | 12:31 น.

‘อัญ อัญรัตน์’ เปิดกล่อง ‘เพชรสีชมพู’ หายาก มรดกจากพ่อ ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการส่งต่อคุณค่า

ในโลกของเครื่องประดับอันล้ำค่า “เพชร” ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา แต่ยังสะท้อนคุณค่าที่เหนือกาลเวลา และสำหรับ “Jubilee Diamond” แบรนด์เพชรอันดับหนึ่งของไทยที่ยืนหยัดมากว่า 96 ปี พร้อมกับความเชื่อที่ว่า เพชรแต่ละเม็ดไม่ใช่เพียงเครื่องประดับที่ประกายแสงวาววับ หากแต่คือเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และมรดกที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

ในโอกาสครบรอบ 96 ปีของ Jubilee Diamond ในปีนี้ จึงมีความพิเศษอย่างยิ่ง ภายใต้การนำของ “อัญรัตน์ พรประกฤต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหญิงคนเก่ง ทายาทรุ่นที่ 4 แห่งตระกูล “พรประกฤต” ผู้ขับเคลื่อนแบรนด์ให้อยู่ในระดับ World Class ด้วยวิสัยทัศน์ร่วมสมัย แต่ยังคงยึดมั่นในรากฐานแห่งคุณค่าที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ

และสิ่งที่ทำให้การเฉลิมฉลองปีนี้แตกต่างจากเดิม คือการนำ “เพชรสีชมพู” มรดกล้ำค่าที่คุณพ่อของเธอ (วิโรจน์ พรประกฤต) ที่สะสมไว้ตั้งแต่หลายสิบปีก่อน มาประกาศเกียรติคุณให้สาธารณชนได้ชื่นชมเป็นครั้งแรก เพชรสีชมพูขนาด 11 กะรัต ทรงไข่ (Oval Shape) เฉดชมพูเข้มหายาก ที่ไม่อาจประเมินมูลค่าได้ เพราะถ้าหากเอ่ยถึงเพชรสีชมพู นักสะสมและผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพชรย่อมรู้ทันทีว่า คืออัญมณีที่หายากที่สุดประเภทหนึ่งในโลก เพราะความพิเศษไม่ได้อยู่เพียงสีสันที่สะท้อนความงดงามอ่อนหวาน หากแต่อยู่ที่ความยากในการได้มา

Advertisement

อัญรัตน์เล่าว่า ในอดีต เพชรสีชมพูจำนวนมากถูกค้นพบที่ “เหมืองเพชรอาร์ไกล์” (Argyle Diamond Mine) ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งผลิตเพชรสีชมพูที่สำคัญที่สุดของโลก ทว่าการปิดตัวลงของเหมืองเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้เพชรสีชมพูธรรมชาติกลายเป็นสิ่งที่หายากมากขึ้น จนแทบจะกลายเป็น “ตำนาน”

สำหรับตัวอัญรัตน์แล้ว การได้ครอบครองเพชรสีชมพู 11 กะรัต และมีคุณภาพสูง จึงไม่ใช่เพียงการสะสม แต่ยังเป็นการสืบสานเรื่องราวของความเป็น “สมบัติระดับโลก” ที่มีคุณค่าทั้งในเชิงเศรษฐกิจและเชิงจิตใจ

“เพชรเม็ดนี้คุณพ่อเก็บไว้นานมาก เป็นเพชรที่ยังไม่ได้ขึ้นตัวเรือน เราเองก็ทำธุรกิจเพชรมานาน ครอบครัวมักเก็บเพชรสวยๆ ที่หายากไว้สะสม และปีนี้เมื่อ Jubilee ครบรอบ 96 ปี เราจึงตัดสินใจนำเพชรสีชมพูเม็ดนี้ออกมาขึ้นตัวเรือนเป็นแหวนพิเศษ และนำมาโชว์เป็นครั้งแรกในงานวันครบรอบ” อัญรัตน์เล่าด้วยแววตาเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ

โดยในปีนี้ Jubilee Diamond ยังคงสานต่อคอนเซ็ปต์ “The World Class” แต่ยกระดับขึ้นเป็น “World Class Treasure” โดยมุ่งเน้นไปที่การนำเสนอสมบัติอันล้ำค่าแห่งโลก ผ่านเพชรและเครื่องประดับที่มีเรื่องราวและคุณค่ามากกว่าความสวยงาม ซึ่งสอดคล้องกับ 3 เสาหลักสำคัญของ Jubilee คือ 1. Legacy เครื่องประดับที่สามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น 2. Excellent ความดีเลิศในทุกมิติ ตั้งแต่วัสดุ การออกแบบ ไปจนถึงงานบริการ และ 3.Trust ความเชื่อมั่นจากลูกค้าและพันธมิตร ที่ Jubilee สั่งสมมายาวนานเกือบศตวรรษ

“เพชรสีชมพูเม็ดนี้ตอบโจทย์ทั้งสามแกนเลยค่ะ มันคือมรดกตกทอดที่คุณพ่อส่งต่อให้ เป็น Excellent ที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ในความงดงามและความหายาก และยังเป็น Trust ที่ตอกย้ำให้เห็นว่า Jubilee มีของจริงอยู่ในมือ” และนอกเหนือจากนั้น เพชรสำหรับเธอยังเป็นมากกว่า “เครื่องประดับ” แต่คือ “ภาพสะท้อนความเป็นหญิง”

“เพชรมีทั้งความระยิบระยับที่สะท้อนความอ่อนโยน ความหวาน แต่ขณะเดียวกันเพชรคือแร่ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เหมือนผู้หญิงที่แม้จะดูอ่อนโยน แต่ก็แข็งแกร่งและทรหดอย่างไม่น่าเชื่อ” เธออธิบายต่อว่า เครื่องประดับเพชรเสริมความมั่นใจให้กับผู้หญิงทุกคนอีกทั้งยังเผยเสน่ห์ในแบบของตนเองได้ “เสื้อผ้าอาจทำให้เราดูดี แต่เมื่อเติมเพชรเข้าไป ภาพลักษณ์ก็จะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น”

ก่อนที่จะพูดคุยกันต่อเกี่ยวกับเพชรสีชมพู โดยอัญรัตน์บอกกับเราว่า Jubilee Diamond ไม่ใช่เพียงธุรกิจครอบครัว แต่คือเรื่องราวที่สืบทอดต่อเนื่องมาแล้วถึง 4 รุ่น กว่าเกือบศตวรรษ เพชรนับไม่ถ้วนได้ผ่านมือครอบครัวพรประกฤต แต่ละเม็ดต่างบรรจุเรื่องราวแห่งยุคสมัย เป็นดั่งมรดกที่สืบทอดมากว่า 4 รุ่น

“ของที่เป็น Legacy มันมีคุณค่าทางใจเสมอค่ะ เราไม่ได้ส่งมอบเพียงความสวยงามหรือความหายาก แต่เราส่งต่อเรื่องราว ความทรงจำ และความภาคภูมิใจของครอบครัวไปพร้อมกันด้วย” ซึ่งเพชรสีชมพูมรดกจากคุณพ่อครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับ หากแต่คือสัญลักษณ์แห่งการส่งต่อเจตนารมณ์ ของคนรุ่นก่อนสู่คนรุ่นปัจจุบันและต่อไปในอนาคต สำหรับเธอเพชรมีเสน่ห์เหนือกาลเวลา เพราะ “ความไม่เหมือนใคร” เธออธิบายว่าเพชรทุกเม็ดเกิดจากธรรมชาติ ไม่มีเม็ดใดบนโลกที่จะเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก สีสัน หรือลักษณะภายใน

ความยูนีคของเพชรเปรียบได้กับมนุษย์ “เราเกิดมาพร้อม DNA ที่ไม่เหมือนใคร เช่นเดียวกับเพชรที่ไม่ซ้ำกันเลยสักเม็ด” และนั่นทำให้เพชรแต่ละเม็ดกลายเป็นสิ่งสะท้อนตัวตนของผู้ครอบครองได้อย่างชัดเจน แม้ Jubilee จะยืนหยัดมาเกือบศตวรรษ แต่เส้นทางยังคงเดินต่อไปอย่างมั่นคง ภายใต้การนำของอัญรัตน์ที่ไม่เพียงรักษามาตรฐานเดิม แต่ยังมองการณ์ไกลในการพัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่อง

ในวาระครบรอบ 96 ปี การเผยโฉมเพชรสีชมพูมรดกจากคุณพ่อ ไม่เพียงทำให้ Jubilee Diamond เปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความเป็น “World Class Treasure” ที่แท้จริง เป็นเรื่องราวที่สะท้อนความหายาก ความสวยงาม และคุณค่าที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เปรียบเสมือนเพชรที่แข็งแกร่งและงดงามในเวลาเดียวกัน

เพราะสุดท้ายแล้ว เพชรไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับที่สวมใส่เพื่อความงาม แต่คือ “สมบัติของหัวใจ” ที่ผูกพันผู้คนเข้าด้วยกัน เป็นเครื่องยืนยันว่าความรัก ความภาคภูมิใจ และคุณค่าที่แท้จริงนั้น สามารถถ่ายทอดและคงอยู่ได้ตลอดไป เช่นเดียวกับเพชรนี้ ที่จะยังคงส่องประกายเป็นสัญลักษณ์แห่งการส่งต่อจากอดีต สู่ปัจจุบัน และอนาคต