เกินกว่าฝัน กชเบล ภูมิใจได้ปลดล็อคทำลายกำแพงภาษา พร้อมสร้างตำนานท่าซิกเนเจอร์

19.10.25 | 17:32 น.

เกินกว่าฝัน กชเบล คว้ารอง1 มิสแกรนด์อินเตอร์ฯ ภูมิใจได้ปลดล็อคทำลายกำแพงภาษา พร้อมสร้างตำนานท่าซิกเนเจอร์

เปิดใจครั้งแรก กชเบล ศรัณย์รัตน์ หลังคว้าตำแหน่งรองอันดับ1 มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล2025 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ กวาดสองรางวัลสำคัญ ทั้ง ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม และชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม เล่าโมเมนต์จับมือมิสแกรนด์ฟิลิปปินส์ แถมงานนี้เจ้าตัวยังเล่าถึงการต่อสู้กับเส้นทางที่ผ่านมา อุปสรรคทางภาษาที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้เธอหวั่นไหว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มี หนิง ปณิตา และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ท่านั่งฝึกนานไหม?
“2 อาทิตย์ (มีชื่อไหม?) ท่านั่งรอรับมง”

ขอแสดงความยินดีกับ กชเบล ที่คว้ารองอันดับ1 มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล2025?
“ดีใจและภูมิใจที่สุดในชีวิต”

ยังตื่นเต้นอยู่ไหมมันเพิ่งผ่านมาได้ไม่กี่ชั่วโมง?
“รู้สึกได้ใจคนไทยทั้งประเทศ ภูมิใจมากกว่า”

Advertisement

หนูบอกว่าการรับมงไม่สำคัญเท่าการได้ใจคนไทยทั้งประเทศ?
“ด้วยความที่ตอนประกวดแกรนด์ไทย เราใหม่มากๆ กับการประกวดนางงาม แล้วพยายามทำทุกอย่างให้ตอบโจทย์กับสิ่งที่องค์กรอยากได้ ทีนี้แฟนนางงามมองว่ากชเบลแหกกฎกับคำว่านางงาม ในเรื่องของบิวตี้ควีน ความสูง ภาษาที่เราไม่แข็งแรง แล้วไม่ได้เลย เราต้องทะลายกำแพงตรงนี้หนักมาก มันเลยเป็นแผลในใจเรา ตรงที่ เราร้องได้ เต้นได้ เอนเตอร์เทนได้ เราสามารถสร้างความสนุกให้กับคนดูได้ แต่ว่าทำไมเขาถึงไม่รักเรา ก็เลยรู้สึกว่าการที่เราไม่ได้ภาษา มันจะทำให้เราไม่สมมงใช่ไหม แต่ ณ วันนี้ พอเราได้มาเป็นตัวแทนประกวดแกรนด์อินเตอร์ ในฐานะตัวแทนคนไทยทั้งประเทศ โอเค จะเอาแรงผลักดัน แล้วคำพูดทั้งหมดมาพัฒนาตัวเองให้เก่งยิ่งขึ้น”

พอเจอกระแสแบบนี้เราถึงขั้นลงทุนเรียน และอยู่กับมันช่วงเวลานึงเลย?
“ตอนนั้นคิดว่าจะทำยังไงให้เราพูดภาษาอังกฤษป๋อเลย เราต้องทำได้สิ ขนาดเต้นเรายังต้องผ่านการฝึกฝนเหมือนกัน ทุกสิ่งต้องใช้เวลา ก็เลยหาคอร์สลงเรียน แล้วต้องขอบคุณองค์กรด้วย เพราะบอสก็หาคอร์สให้เหมือนกัน”

ถามถึงวินาทีที่ยืนจับมือกับมิสแกรนด์ฟิลิปปินส์ ตอนนั้นความรู้สึกเป็นยังไง แอบหวังมงไหม?
“ตอนนั้นแทบไม่ได้หวัง และไม่ได้คิดอะไรแล้วจริงๆ ใครก็ได้ สำหรับตัวเบลเองคือเกินความคาดหมาย”

หมายถึงว่าพอได้เข้าไปถึง top5 มันฟินสุดสำหรับเราแล้ว?
“สุดๆ เลย ต้องบอกก่อนว่าภาษาเราไม่เก่ง ทุกคนพูดอังกฤษได้หมด ยกเว้นคนไทย แล้วเราเป็นคนไทยที่ไม่กลัว ก็ต้องขอบคุณเพื่อนๆ เพราะเขาคือสนามที่ทำให้เราได้ลองภาษาอังกฤษเราได้เก่งมากยิ่งขึ้น จังหวะนั้นเข้า top 20 ก็คือดีใจมากแล้ว พอได้เข้า top10 มีโอกาสได้ตอบสปีดอีก แล้วเราก็ตัดสินใจว่าเราจะตอบภาษาอังกฤษ ยิ่งชนะใจตัวเองเข้าใหญ่ คนไทยเป็นห่วงเรามาก ว่าตอบภาษาไทยเถอะ อยากให้หนูได้เข้าลึกๆ เขาเป็นห่วง”

แต่เราก็มีความมั่นใจว่าเราสามารถทำได้สามารถตอบได้?
“หนูเชื่อว่าการที่หนูได้ชนะใจตัวเอง ถ้าเราทำได้ มันจะปลดล็อคทุกอย่าง แล้วคนไทยทั้งประเทศที่ไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ วันนี้อย่างน้อยได้เห็นเราแล้วว่าเรากล้า”

ตอนจับมือเหมือนมีคุยอะไรกับมิสแกรนด์ฟิลิปปินส์?
“ยูเก่งมาก ใครก็ได้ เป็นฟิลนี้ ก็ยืนกรี๊ดเพราะไม่คิดว่ารูมเมทของเราจะมาเป็นคู่จับมือในวันนี้ แล้วก็เป็นเหมือนที่เราคิดไว้ในห้องดำ เราพูดว่าถ้าสมมติไม่ใช่เราก็จะให้เอ็มม่า ตอนนั้นใครก็ได้ เอ็มม่าก็เก่งแล้วสวยมากๆ”

ตอนประกวดวันแรกคิดไหมว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้?
“เกินกว่าฝัน และเชื่อว่าไม่มีใครทำอะไรไม่ได้ ถ้าเราตั้งใจและเราลงมือ และเราพยายามจริงๆ มันก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า ลองดูสักตั้ง ทำให้สุด ใส่ให้สุด โอกาสมีแค่ครั้งเดียว และ ณ วันนี้ บอส องค์กรเลือกเราแล้ว โอกาสมาอยู่ในมือเราแล้ว ทำให้เต็มที่ที่สุด โอกาสจะไปจบที่เท่าไหร่เราไม่รู้ ผลลัพธ์จะเป็นยังไงเราไม่รู้ แต่เราจะสร้างผลงานไว้ให้ดีที่สุดให้กับประเทศไทย”

นอกจากได้รางวัลรองอันดับ1 ยังได้รางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยม และชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม?
“ชุดผีตาโขน เบลรู้สึกว่าเราถูกโฉลกกับชุดนี้ ด้วยความที่มีลวดลายสีสัน ความสนุกสนานที่เหมือนกับตัวเรา แล้วตัวชุดจะเป็นกางเกง เรารู้สึกว่าอยากพรีเซนต์ชุดนี้ แล้วคนไทยหลายๆ คนก็เห็นด้วยกับเรา”

ฝึกนานไหม?
“2 วัน (แล้วน้ำหนักชุดล่ะ?) หนักมาก กางเกงกับชุดตรงนี้อาจจะไม่หนักมาก แต่หน้ากากกับตัวปีกข้างหลังที่เราจะต้องกาง ถ้ากางไม่ดีลมจะตีแล้วจะทิ้งลงไปข้างหลัง ทุกอย่างจะต้องผ่านการฝึกซ้อม คิดท่า คิดโชว์ คิดจังหวะออกมาเป๊ะๆ เบลเป็นคนที่ชอบการฝึกฝน เราต้องดูมุมกล้องว่าเราจะเปิดมาตอนไหน จังหวะไหน พูดตรงๆ ตอนใส่หน้ากาก แล้วตอนปิดหน้า เกือบเป็นลม เพราะไทยแลนด์อยู่ท้ายๆ ด้วย นั่งไม่คุยกับใครเลยเพราะมันปิดอยู่ ทวนท่าในหัวเอา แต่พอจังหวะจะถึงประเทศไทย มันแค่ครั้งเดียว เอาให้สุด กลับมาดูแล้วจะต้องไม่เสียใจ มีแต่ความภูมิใจ ประเทศไทยทั้งประเทศเขารอดูอยู่กับชุดผีตาโขน เราอยากสร้างตำนาน และอยากเผยแพร่วัฒนธรรมผีตาโขน ของชาว จ.เลย ให้เขารู้สึกภูมิใจ และให้ชุดนี้มันกลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านการแสดงของกชเบล เราไม่มีทางได้เห็นตัวเองเพราะเราอยู่ภายใต้หน้ากาก อินเนอร์ล้วนๆ”

ชุดว่ายน้ำก็เป็นไวรัลมาก ทำไมวันนั้นถึงเลือกสกิล นั่งบนรองเท้าส้นสูงแล้วเดินถอยหลังอีกแล้วเวทีลื่น แล้วถ้ามันพลาดสักนิด มันคือการเดินเราทั้งรันเวย์เลย?
“ถามเหมือนบอสเลย ว่าทำไมถึงกล้าทำ เพราะนี่คือการโชว์จริง ถ้าพลาดมาคือจบ แสดงว่าต้องชัวร์ คือเราต้องตั้งที่มายด์เซ็ทเราว่าเราออกมาโชว์ ให้ทุกคนได้เห็น ว่านี่แหละไทยแลนด์ มีกี่ประเทศมาดูไทยไทยแลนด์ วันนี้ชาวโลกต้องได้เห็นสายสะพายไทยแลนด์ ยูทำได้ไง ทำได้อย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้ความกล้าด้วย หนูรู้สึกว่าควบคุมสติ แล้วค่อยๆ ใจเย็นๆ”

ยิ่งเดินถอยหลังอีกไม่มีนางงามคนไหนทำ?
“เวทีลื่นใช่ไหม เราใช้รองเท้าของสปอนเซอร์ แล้วพยายามฝึกซ้อมอยู่อย่างนั้น เราซ้อมตั้งแต่ประมาณ 8-9 โมง ถึงบ่าย2 อยู่อย่างนั้น ซ้อมจนกว่าเรารู้สึกว่าเราชัวร์”

ตอนประกาศรางวัลชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม หน้าเรายังเอ๊ะ ตอนนั้นงงจริงไหม เขาประกาศชื่อเราจริงหรือเปล่า?
“จุดที่เบลยืนอยู่ไม่ค่อยได้ยินมอนิเตอร์ คือเพื่อนหันมาบอก แล้วก็ไม่คิดว่าจะเป็นไทยแลนด์ที่ได้”

คิดว่าเป็นเพราะลีลา ท่าทางเราไหม จากท่านั่งแล้วลุกขึ้นยืน แล้วมันเป็นคำถามมาก ทำไมกชเบลต้องเดินถอยหลัง?
“เบลตั้งใจเสิร์ฟในทุกวัน แพชชั่นจากที่เราเป็นเจ้าภาพ อยากดูแลเพื่อนด้วยความจอย ความสนุก ดังนั้นเราต้องเป็นตัวอย่าง และเป็นต้นแบบของคำว่าเอนเตอร์เทน ทำให้เพื่อนเห็นจริงๆ ว่านี่คือโชว์ ใช่มันคือการประกวด แต่คนดูต้องการความสนุก ดังนั้นอะไรก็ได้ที่เป็นความแปลกใหม่ และเราอยากเป็นตำนานในการสร้างซิกเนเจอร์”

เดินถอยหลังยากนะ เพราะเดินถอยไปเราต้องตรงมาร์คด้วย?
“เราทำการบ้าน พอเราดูกล้องเสียไทม์มิ่งนะเนี่ย จังหวะโพสต์ปุ๊บเราต้องเดินเข้าไปมาร์ค คนจะรอดูแค่ตอนเสิร์ฟ ตอนเดิน ทีนี้เรารู้สึกว่าเราต้องพลิก ทำให้คนดูรู้สึกว่าเรามีเซอร์ไพรส์”

ดูแล้วเหมือนดูโชว์จริงๆ?
“เนี่ยเขาเรียกว่าสะใจ แล้วก็ได้ใจหนูมากๆ หนูถึงบอกว่าความพยายาม และกาลเวลาทั้งหมดมันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าวันนี้เราพร้อมแล้วที่จะโชว์ ไม่มานั่งพูดว่า ให้กำลังใจหนูเถอะ เราทำให้เห็นไปเลย”

อีกหนึ่งกำลังใจที่สำคัญในการประกวดครั้งนี้ คือคุณแม่?
“แม่ภูมิใจมากๆอยู่แล้ว แม่ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย แม่ภูมิใจตั้งแต่ประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์แล้ว นั่นคือของขวัญที่ใหญ่ที่สุด เราไม่ได้แค่ให้ตัวเอง แต่ให้กับแม่และครอบครัวด้วย มาถึงวันนี้แม่ไม่มีความกดดันเลย ส่งกำลังใจให้ และพิมพ์ข้อความมา เพราะไม่ค่อยมีเวลาคุยกับแม่เท่าไหร่ แม่ก็บอกว่า เบลพรุ่งนี้ทำให้เต็มที่ และมีความสุขที่สุด สิ่งที่แม่อยากเห็นที่สุดคือรอยยิ้มของลูก ทุกๆก้าวที่ลูกเดินออกมา อยากเห็นลูกมีความสุข ลูกจะได้ที่เท่าไหร่แม่ก็ภูมิใจมากที่สุดแล้ว และวันนี้ก็เป็นวันเกิดของคุณแม่”

อยากพูดอะไรกับคุณแม่ไหม?
“รักแม่มากๆ มากที่สุดในชีวิตเลย ขอบคุณที่เลี้ยงหนูมาเป็นอย่างดี แม่เป็นตัวอย่างของผู้หญิงที่สู้ชีวิต คนที่อดทน และไม่เคยท้อ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ทุกอย่างที่แม่เป็น เหมือนเป็นเส้นทางให้หนูได้ก้าวเดินตามแม่ เลยทำให้หนูมีวันนี้ หนูอยากจะบอกว่าความสำเร็จที่หนูได้มาทั้งหมดที่เป็นหนูในวันนี้ นี่ก็คือของขวัญที่หนูตั้งใจทำให้แม่ทั้งหมด ตอบแทนเพื่อจะเป็นลูกที่ดีให้กับแม่นะคะ มงกุฎนี้ไม่ใช่แค่ของหนู แต่เป็นของแม่ด้วยนะ รักแม่มากๆ”

ถือว่ากชเบลสร้างประวัติศาสตร์ให้กับแฟนนางงาม ในเรื่องเพอร์ฟอร์แมนซ์ จากวันแรกที่ประกวดแล้วได้มง มันก็มีกระแสดราม่าต่างๆ แล้วหนูก็หายไปจากหน้าสื่อพักนึง แล้วหนูก็มาฝึกฝนจนทุกคนคอยลุ้น คอยเชียร์ จนถึงวินาทีนี้แล้วรู้สึกยังไงบ้าง?
“ภูมิใจ จริงๆ กระแสก็เป็นเรื่องที่ดี เป็นแรงผลักดันให้เรากลับมารีเช็คตัวเองว่า จุดไหนที่ยังคงต้องเรียนรู้และพัฒนา เพื่อเสริมให้เราปิดจุดที่ไม่แข็งแรง อย่างเช่น เรื่องความสวย ภาษา หรือเรื่องอะไรที่เราแก้ได้และแก้ไม่ได้ และนำทุกอย่างมาเป็นแพชชั่นและแรงผลักดัน เชื่อเสมอว่าความตั้งใจและความพยายามของเรา บวกกับเรารู้ตัวดีว่าเราเริ่มมาจากตรงไหน แล้ววันนี้เราเดินมาถึงจุดนี้ เราภูมิใจมากๆ แล้ว ใครจะไม่เห็นไม่เป็นไรเลย แล้วเบลก็ไม่เคยโกรธนะคะ ทุกวันนี้เบลภูมิใจมากที่สุดเพราะเบลได้พิสูจน์ให้คนไทยได้เห็นแล้ว อย่างที่เบลบอกไปมงกุฎมงนี้ มีความหมายกับเบลมาก เพราะเราก็อยากพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นเหมือนกันว่า เราเดินมาไกลได้มากน้อยแค่ไหน สามารถสร้างตำนานให้กับประเทศไทยได้ไหมกับมงแรก ที่ไม่ใช่เราเป็นเจ้าของเวที หรือเป็นเจ้าภาพในปีนี้ แต่พิสูจน์ทุกอย่างและได้มาด้วยความสามารถของตัวเองจริงๆ ได้ใจคนไทยทั้งประเทศคือที่สุดของหนูแล้ว”

เห็นว่าอยากขอบคุณชาวเน็ตที่กดดันเราในเรื่องของภาษาอังกฤษ และเราพยายามที่จะไปเรียนเพิ่มเติมจนสามารถสื่อสารได้ วันนี้เป็นยังไงบ้างในเรื่องของภาษา?
“กำแพงความกลัวมันหายไปหมดเลย ถ้าเมื่อวานหนูเลือกตอบภาษาไทย มันก็จะมีอะไรบางอย่างติดอยู่ วันนี้เรียกว่าไม่มีอะไรค้างคา การจะไปพูดหน้าเวทีด้วยความตื่นเต้น คนทั้งโลกจับตาดูเราอยู่ เราคือคนเดียวที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ ไม่กล้าบวกกับคำดูถูกมันเหมือนแรงทวีคูณหลากหลายอย่าง แล้วนี่แหละคือโมเมนต์ที่เราจะได้พิสูจน์ตัวเองว่า คุณทำได้แล้ว จังหวะนั้นคือตั้งสติ และค่อยๆ พูด พูดออกมาจากใจ รอบสปีดหลายคนบอกว่าท่องมา ท่องค่ะ เพราะว่ารอบสปีดทุกคนได้เตรียมตัวเหมือนกันหมด ในหัวข้อเดียวกัน อยู่ที่ว่าใครจะคุมสติได้มากกว่ากัน เนื้อหาของใครจะโดนใจคณะกรรมการ”

เราใช้เวลาฝึกภาษา 4 เดือน?
“4 เดือน ไปเรียนคุณครูบอกว่าอยู่เกรด 1”

ตอนนั้นทำไมไม่ตอบภาษาไทย?
“ช่วงเก็บตัวบอสจะเรียกไปขายของบ่อยมาก ND เราเลิศนะ ขณะเก็บตัวเรียกออกไปไลฟ์ขายของ พอเราทำยอดให้บอสได้ปุ๊บ เราก็ถาม หนูมีคำถามจะถามบอส 12 ปีมันถึงเวลาหรือยัง ซึ่งประเทศไทยยังไม่เคยเป็นมงแรก เราเลยรู้สึกว่าการที่กชเบลทำทุกอย่าง มันถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะเป็นมงแรกคาบ้าน จัดที่ไทย ประกวดที่ไทย แล้วเป็นมงแรกที่ไทย บอสก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ทีนี้หนูก็เลยถามต่อว่า ถ้าตอบภาษาไทย บอสว่าได้ไหม จะทำให้ไม่มงไหมถ้าตอบภาษาไทย แกก็เลยบอกว่าตอบได้ก็ใช้ล่าม แต่ทำไมไม่ตอบอังกฤษล่ะ ก็พูดได้นิ กับเพื่อนพูดปร๋อเลย มั่นใจ ผมก็ไม่ได้เก่ง แค่สื่อสารได้ แล้วคนฟังรู้เรื่อง เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้หนูรู้เลยว่า แค่มั่นใจ แล้วกล้าที่จะพูด ไม่มีใครบูลลี่เราเลย”

กลายเป็นว่าเพื่อนนางงามให้กำลังใจเราด้วย?
“ให้กำลังใจ เมื่อวานเป็นภาพที่ประทับใจมาก เรารับมงเสร็จ เพื่อนๆ เข้ามากอด กชเบลตอบภาษาอังกฤษ นี่คือที่สุดแล้ว ทุกคนภูมิใจมากๆ และหนูก็ภูมิใจในตัวเองมากๆ เหมือนกัน หนูรู้สึกว่ามงคือมงที่เหมาะกับหนูมากที่สุด มันเหมือนเรามงแล้วจริงๆ เพราะว่าเราจะทำงานในประเทศและหาเงินให้บอสต่อไป”

สามารถทำลายความกลัว กล้าที่จะตอบภาษาอังกฤษ แถมยังจับใจด้วยเพลงชาติไทย พอได้ย้อนกลับมาดูเป็นยังไงบ้าง หรืออยากกลับไปแก้ไขอะไรไหม?
“ไม่มีเลย คำเดียวเลยที่หนูคิดไว้ก่อนขึ้นเวที จะไม่มีวันไหนที่ฉันกลับมานั่งดู วันนี้จะเป็นวันที่ภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต เป็นดิจิตอลฟุตปริ๊นที่กลับมาดูแล้วรู้สึกว่าเลิศ ทำไว้เลิศมากกชเบล นี่แหละกชเบลตัวจริง ไม่แบกความกดดันออกไปขึ้นเวที จังหวะที่ออกไปสปีดคือมันมั่นใจ และออกไปพูดให้เขาฟัง”

ภูมิใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแค่ไหน?
“ภูมิใจมากที่สุด ที่สุด ที่สุดแล้วจริงๆ ไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจหรือเสียดายเลย หนูได้พิสูจน์ตัวเองแล้วและชนะใจตัวเอง คำนี้เกินจริง การที่เราได้ชนะใจตัวเองและได้พิสูจน์เส้นทางนางงาม กับการประกวดนางงามครั้งแรก หลังประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์จบ เราออกไปเป็นนักแสดง เล่นภาพยนตร์ ออกอีเวนต์ ทำงานไลฟ์สดขายของ พอถึงจุดที่เราจะต้องกลับมาประกวดนางงามอีกครั้ง กับคนไทยที่ไม่ได้คาดหวังกับกชเบลมาก คิดว่าเข้า top20 คือหรูแล้ว ดีมากเลยที่เป็นแบบนี้ เพราะว่ามันทำให้เรารู้สึกว่า โอเค เราจะทำให้เต็มที่ คิดดีกว่าว่าจะให้ของขวัญอะไรกับเพื่อนในทุกวัน วันนี้ให้พัด พรุ่งนี้ให้ยาดม อีกวันให้ขนม อีกวันเลี้ยงชานม วันพรีลิมแจกกระจกสลักชื่อ”