น้ำผึ้ง-มาลัย-แพรชมพู ฟอร์มแรง! ดวลวิสัยทัศน์เข้มข้น ผงาด 3 คนสุดท้าย รอบ Head to Head

6.05.26 | 21:12 น.

น้ำผึ้ง-มาลัย-แพรชมพู ฟอร์มแรง! ดวลวิสัยทัศน์เข้มข้น ผงาด 3 คนสุดท้าย รอบ Head to Head

 

บรรยากาศการประกวด “มิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2026” เข้มข้นขึ้นอีกระดับ กับรอบ “Head to Head Fast Track: True Face-Off by True 5G” ซึ่งจัดขึ้น ณ True Digital Park ชั้น 6 ท่ามกลางแฟนนางงามที่ลงทะเบียนเข้าร่วมชมแน่นพื้นที่ พร้อมแรงเชียร์ที่ส่งพลังให้ผู้เข้าประกวดอย่างคึกคักตลอดทั้งงาน

รอบ “Head to Head” ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของเวที Miss World ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดได้แสดงศักยภาพด้านความคิด วิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์โครงการเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ซึ่ง 21 สาวงามผู้เข้าประกวด ได้นำเสนอโครงการผ่านการแข่งขันชิงฟาสต์แทร็กรอบที่ 1 “Purpose Presentation & Cross Question” โดยผู้เข้าประกวดจะถูกแบ่งออกเป็นคู่ ซึ่งแต่ละคู่จะผลัดกันถามคำถามเกี่ยวกับโครงการนั้นๆ ที่แต่ละคนนำเสนอต่อคณะกรรมการ นอกจากการนำเสนอที่น่าสนใจแล้ว ยังต้องตอบคำถามเชิงลึกจากคณะกรรมการอย่างเฉียบคม

Advertisement

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” มิสเวิลด์ 2025 นั่งแท่นหนึ่งในคณะกรรมการ ร่วมพิจารณาและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ขณะที่ Special Guest อย่าง “แจสซี่ กิระนา จัสมิน ชูว์เทอร์” ทำหน้าที่ Moderator ช่วยสร้างสีสันและความลื่นไหลให้กับเวที

โดยการชิงฟาสต์แทร็กรอบที่ 1 ผู้เข้าประกวดต่างงัดโครงการที่สะท้อนแนวคิด “Beauty with a Purpose” ออกมาอย่างหลากหลายและน่าสนใจ อาทิ “คิม จิราพัชร” กับโครงการ Rice Save Life ที่มุ่งควบคุมโรคด้วยใบข้าว, “คิม โดเชคาโลวา” เสนอ Melody to Memory ใช้ดนตรีบำบัดผู้ป่วยอัลไซเมอร์, “น้ำผึ้ง กานต์ธีรา” กับ Dare Your Dream ที่มุ่งช่วยเหลือเด็กไร้สัญชาติ ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่น้ำผึ้งทำอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

“มาลัยกะ คาร” นำเสนอโครงการ Center for Girls ที่ต่อต้านความรุนแรงและการค้ามนุษย์ ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิของเด็กและสตรี

ขณะที่ “แพรชมพู นิรดา” กับโครงการ Your Prime is Now ซึ่งเน้นการสร้างคุณค่าในตนเอง มีคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน และยืนยาว ผ่านการสร้างบ้านพักคนชราที่มาพร้อมกับงานอดิเรกและกิจกรรม ที่จะส่งผลให้ผู้สูงอายุรู้สึกไม่เหงาและมีคุณค่า ซึ่งโครงการดังกล่าวของแพรชมพู เป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับคำชื่นชมจากคณะกรรมการเป็นอย่างมาก

หรือ House of Silence จาก “กวางตุ้ง อภิญญา” ที่ต้องการเป็นกระบอกเสียงให้กับสุนัขจรจัด เช่นเดียวกับโครงการ Paws of Hope อุ้งเท้าแห่งความหวัง ของ “จูน บุษบงกช”

อีกหนึ่งโครงการที่เรียกเสียงเชียร์สุดใจคือโครงการของ “จิ๊บ ไอริชธ์ชญา” ที่ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง สู่แนวคิดการวิจัยและพัฒนายาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่น สะท้อนพลังของการเปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นแรงผลักดัน

ตลอดการแข่งขัน คณะกรรมการได้ตั้งคำถามอย่างเข้มข้น เจาะลึกถึงความเป็นไปได้ ผลลัพธ์ และความยั่งยืนของแต่ละโครงการ ซึ่งแต่ละคำถามเป็นการพิสูจน์ศักยภาพของผู้เข้าประกวดในฐานะ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” อย่างแท้จริง

สำหรับรอบ Head to Head Fast Track ถือเป็นด่านสำคัญที่สามารถส่งผู้เข้าประกวดทะลุเข้าสู่รอบลึกในเวทีระดับโลกได้โดยตรง ยิ่งตอกย้ำว่าการประกวดมิสเวิลด์ ไม่ได้วัดเพียงภาพลักษณ์ภายนอก แต่ให้คุณค่ากับ “ความคิดและการลงมือทำ” ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้อย่างยั่งยืน

ซึ่ง โอปอล สุชาตา ยังได้กล่าวถึงบรรยากาศการแข่งขันรอบ Head to Head ว่า ผู้เข้าประกวดแต่ละคนมีทักษะการสื่อสารที่โดดเด่น กล้าแสดงออก และเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ในขณะเดียวกันยังอยากเห็นการพัฒนาโครงการให้มีความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถต่อยอดและสร้างผลกระทบต่อสังคมได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ โอปอลยังชื่นชมว่าผู้เข้าประกวดทุกคนได้แสดงศักยภาพของตนเองออกมาอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าหลังจากนี้ทุกคนจะยิ่งพัฒนาและดึงศักยภาพออกมาได้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยหนึ่งในโครงการที่เธอประทับใจคือโครงการด้านดนตรีของ “คิม โดเชคาโลวา ” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากคุณพ่อที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ โดยใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการบำบัดและฟื้นฟูผู้ป่วย

พร้อมกันนี้ โอปอลยังเผยถึงความพิเศษในรอบตัดสินวันที่ 10 พฤษภาคม ว่าได้เตรียมเซอร์ไพรส์ไว้ให้แฟนนางงาม โดยเธอมีส่วนร่วมในการออกแบบชุดราตรีร่วมกับดีไซเนอร์ รวมถึงมีโชว์พิเศษที่ตั้งใจจัดเต็มเพื่อเวทีนี้โดยเฉพาะ อีกทั้งยังรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทีมงานมิสเวิลด์ นำโดย “จูเลีย มอร์ลีย์” จะเดินทางมาร่วมชมรอบตัดสินในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพและความงดงามของเวทีประเทศไทยสู่สายตานานาชาติ

หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันรอบที่ 1 เข้าสู่การประกาศผล 10 คนสุดท้าย เพื่อที่จะไปต่อในรอบที่ 2 โดยผู้เข้ารอบ ได้แก่ MTW 11, MWT 15, MWT 18, MWT 21, MWT 16, MWT 17, MWT 04, MWT 07, MWT 10 และ MWT 12

รอบที่ 2  ตอบคำถามเกี่ยวกับ World Knowledge ที่ผู้เข้ารอบทั้ง 10 คนจะต้องเลือกคำตอบที่ถูกต้องระหว่าง A และ B จำนวนทั้งหมด 20 คำถาม โดยสาวงาม 3 คนที่สามารถตอบคำถามได้มากที่สุด คือ น้ำผึ้ง กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล, มาลัยกะ การ และแพรชมพู นิรดา นิลเศรษฐี

ซึ่งทั้ง 3 คน จะต้องไปช่วงชิงฟาสต์แทร็กกันต่อในรอบที่ 3  โดยตอบคำถามจาก True5G ในคำถามที่ว่า

“ถ้าวันนี้คุณสามารถ Prompt อะไรก็ได้กับสิ่งนั้น แล้วสิ่งนั้นจะกลายเป็นนิสัย คุณจะ Prompt อะไรให้กับโลกใบนี้”

โดยผู้ชนะฟาสต์แทร็ก Head to Head จะถูกประกาศอีกครั้งในรอบตัดสินวันที่ 10 พฤษภาคมต่อไป