‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ เปิดใจครั้งแรก ไม่หวั่นแรงกดดัน หลังรับช่วงต่อ ‘โอปอล’ มองเป็นแรงผลักดัน ขอลุยล่า ‘มงฟ้า’ อีกสมัย
ทันทีที่ชื่อของ “น้ำผึ้ง กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล” ถูกประกาศว่าเป็นผู้คว้ามงกุฏ Miss World Thailand 2026 เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ดังกึกก้องทั่วทั้งฮอลล์เพื่อเป็นการต้อนรับผู้ครองมงกุฏคนใหม่ของประเทศ โดยเจ้าตัวเปิดใจครั้งแรกว่า รู้สึกทั้งดีใจและภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะทุกย่างก้าวที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความพยายามและการพิสูจน์ตัวเอง
“น้ำผึ้งรู้สึกดีใจมาก และภูมิใจมาก เพราะความพยายามตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อที่จะมาประกวด กระทั่งได้รับตำแหน่งมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2026 เราพยายามเต็มที่กับมันมากๆ และวันนี้ความพยายามของเรา รวมถึงความหวังของทุกคนในโครงการ Dare Your Dream ก็เป็นจริงแล้ว”

เธอยอมรับว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้สามารถครองมงกุฎในปีนี้ได้ ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่คือ “ความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และความจริงใจ” ที่มีต่อเวทีแห่งนี้
“สำหรับน้ำผึ้ง เวทีมิสเวิลด์ไม่ใช่แค่พื้นที่ของการแข่งขัน แต่มันคือ ‘โอกาส’ ที่เปิดให้เราได้พัฒนาตัวเอง และในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างโอกาสให้กับผู้อื่นผ่านตัวเราได้ด้วย ความศรัทธาในสิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้น้ำผึ้งชนะในวันนี้”

แม้ปลายทางจะงดงาม แต่ระหว่างทางกลับเต็มไปด้วยบททดสอบที่หนักหนา เจ้าของมงกุฎคนล่าสุดเผยว่า ทุกด่านของการประกวดล้วนยากและเข้มข้น เพราะเวที Miss World ไม่ได้ตัดสินกันเพียงความสวย แต่คัดเลือกจากศักยภาพ ความสามารถ และทัศนคติของผู้หญิงในทุกมิติ


“ผู้เข้าประกวดทุกคนเก่งมากจริงๆ เราให้กำลังใจกันทุกวัน เพราะในแต่ละกิจกรรม ทุกคนเต็มที่และสู้กันอย่างหนักมาก”
เมื่อถูกถามถึงคู่แข่งที่น่าจับตามอง น้ำผึ้งตอบอย่างถ่อมตัวว่า เธอไม่เคยมองใครเป็นคู่แข่ง เพราะผู้เข้าประกวดทุกคนต่างมีศักยภาพเพียงพอที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวแทนประเทศไทยได้ทั้งหมด
“น้ำผึ้งเชิดชูและให้เกียรติเพื่อนผู้เข้าประกวดทุกคน เรามาที่นี่เพื่อแสดงศักยภาพของตัวเอง และเรียนรู้ร่วมกันมากกว่า”

อีกหนึ่งโมเมนต์ที่หลายคนจดจำได้ คือช่วงเวลาการประกาศผลรอบสุดท้าย ระหว่างเธอกับ “มาลัยกะ คาร” รองชนะเลิศอันดับ 1 ที่ยืนจับมือกันเป็น 2 คนสุดท้ายบนเวที ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความตื่นเต้นและแรงกดดันมหาศาล
“ตอนนั้นมือสั่นมาก ใจเต้นแรง และเราสองคนก็ร้องไห้กันมาตั้งแต่หลังเวทีแล้ว น้ำผึ้งบอกกับมาลัยตลอดว่า ไม่ว่าใครจะได้ตำแหน่ง เราจะเดินไปด้วยกันและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด”

เธอยอมรับตามตรงว่า ในวินาทีนั้นลึกๆ ก็ภาวนาให้ชื่อที่ถูกประกาศเป็นชื่อของตัวเอง เพราะทุกคนต่างมีความฝันเดียวกันคือการเป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์
“ในหัวตอนนั้นคิดว่า ขอให้เป็นเรา แต่ถ้าวันนี้ไม่ใช่วันของเรา เราก็ยังจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดต่อไป”
นอกจากนี้ หลายฝ่ายต่างจับตาว่า การรับหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยต่อจาก “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” มิสเวิลด์ 2025 ผู้สร้างประวัติศาสตร์คว้ามงแรกให้ประเทศไทย จะกลายเป็นแรงกดดันหรือไม่ ซึ่งน้ำผึ้งตอบอย่างมั่นใจว่า เธอไม่ได้รู้สึกกดดัน แต่กลับมองว่านั่นคือแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่

“ความสำเร็จของโอปอล คือแรงบันดาลใจที่ทำให้เราอยากพัฒนาตัวเองมากกว่า มันทำให้เราเห็นมาตรฐานของการเป็นมิสเวิลด์ว่าเป็นอย่างไร และเราก็แค่ทำตามมาตรฐานนั้นให้ดีที่สุด พร้อมส่งต่อโอกาสดีๆ ให้กับผู้คน และนำสิ่งดีๆ กลับมาสู่ประเทศของเรา”

ท้ายที่สุด น้ำผึ้งยังกล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันความฝันของเธอให้เป็นจริง ทั้ง จูเลีย มอร์ลีย์ ผู้สร้างแพลตฟอร์มการประกวดเพื่อส่งต่อคุณค่าให้กับสังคม รวมถึง TPN Global และ Tero Entertainment ที่มองเห็นศักยภาพของผู้หญิงไทย
ร่วมส่งกำลังใจให้ “น้ำผึ้ง กานต์ธีรา” ในภารกิจสำคัญบนเวที Miss World 2026 ครั้งที่ 73 ที่ประเทศเวียดนาม วันที่ 5 กันยายนนี้ กับความหวังในการพา “มงฟ้า” กลับสู่ประเทศไทยอีกครั้ง

