‘แพร วทานิกา’ จาก ‘ตัวแม่แฟชั่น’ สู่ผู้ออกแบบชีวิต ‘อย่าใช้ชีวิตเพื่อให้ดูดี แต่ใช้ชีวิตให้รู้สึกดี’ 

21.05.26 | 15:21 น.

อีกหนึ่งบทใหม่ ‘แพร วทานิกา’ จาก ‘ตัวแม่แฟชั่น’ สู่ผู้ออกแบบชีวิต ‘อย่าใช้ชีวิตเพื่อให้ดูดี แต่ใช้ชีวิตให้รู้สึกดี’

 

ในวันที่โลกหมุนเร็วกว่าเดิม ผู้คนจำนวนมากกำลังใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความคาดหวังอันหนักหน่วง เราถูกสอนให้เชื่อว่า “ความสำเร็จ” ต้องแลกมาด้วยการอดทน ขณะเดียวกัน “การดูแลสุขภาพ” ก็ต้องแลกกับการตัดทอนความสุขบางอย่างออกไป หลายคนใช้ชีวิตราวกับต้องเลือกเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ระหว่างการมีความสุขกับการมีชีวิตที่ดีและยืนยาว

แต่สำหรับ “แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา” หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “แพร วทานิกา” ผู้หญิงที่ถูกจดจำในฐานะตัวแม่แฟชั่นของเมืองไทย เธอกลับมองโลกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ “Equilibrium by VATANIKA” โปรเจ็กต์ใหม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงอีเวนต์ไลฟ์สไตล์หรือพื้นที่ของคนรักสุขภาพ แต่คือการตั้งคำถามครั้งสำคัญกับวิถีชีวิตของคนยุคนี้ว่า “เราจำเป็นต้องเลือกระหว่างความสุขกับสุขภาพจริงหรือ”

คำตอบของแพรคือ “ไม่” เพราะสำหรับเธอ ความสุขกับการดูแลตัวเองไม่ใช่สิ่งตรงข้าม แต่สามารถเดินไปพร้อมกันได้อย่างงดงาม ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชื่อของ VATANIKA ถูกจดจำในฐานะแบรนด์แฟชั่นสุดหรูที่เต็มไปด้วยพลัง ความมั่นใจ และความเป็นผู้หญิงแบบร่วมสมัย แต่วันนี้แบรนด์กำลังก้าวไปอีกขั้น จาก Fashion Brand สู่การเป็น “Experience Architect” หรือ “ผู้ออกแบบประสบการณ์ชีวิต”

Advertisement

โปรเจ็กต์ Equilibrium by VATANIKA จึงไม่ใช่แค่การจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพ หรือ “Wellness Retreat” แต่คือ “การออกแบบชีวิต” ในรูปแบบใหม่ ที่เชื่อว่าการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และการดูแลตัวเองอย่างดี สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ ภายใต้แนวคิด “It’s not how you live your life. It’s how WELL you live it.” หรือพูดให้เรียบง่ายที่สุด คือ หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเรามีชีวิตแบบไหน แต่คือเราใช้ชีวิตนั้นอย่าง “มีคุณภาพ” มากแค่ไหน

แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

คำว่า “คุณภาพ” ในมุมของแพร วทานิกา ไม่ได้หมายถึงความหรูหราเพียงอย่างเดียว แต่มันหมายถึงการมีเวลาให้คนที่รัก การมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง การหัวเราะได้อย่างเต็มที่ และการใช้ทุกช่วงเวลาอย่างมีความหมาย

เบื้องหลังโปรเจ็กต์นี้ แพร วทานิกา เล่าว่า เกิดขึ้นจากความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตแพร เมื่อสองปีก่อน เธอสูญเสียคุณย่า ผู้หญิงคนสำคัญที่เป็นทั้งแรงบันดาลใจและพื้นที่ปลอดภัยของหัวใจ แพรเล่าย้อนถึงช่วงเวลาหนึ่งในวันเกิดคุณย่าช่วงปลายชีวิต วันที่เธอไม่ได้อยู่ด้วย จึงโทรไปอวยพรวันเกิด แต่ปลายสายกลับเงียบงัน มีเพียงเธอที่พูดอยู่ฝ่ายเดียว ไม่มีเสียงตอบกลับ ไม่มีบทสนทนา ไม่มีเสียงหัวเราะเหมือนเดิมอีกแล้ว ถ้าหากได้เห็นหน้า ได้สัมผัส หรือได้นั่งอยู่ใกล้กัน ยังทำให้รับรู้ถึงความรักและความอบอุ่นได้ ในวินาทีนั้น เธอเข้าใจทันทีว่า “สุขภาพ” คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะต่อให้เราประสบความสำเร็จแค่ไหน มีชื่อเสียงเพียงใด หรือมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบในสายตาคนอื่นมากเท่าไร หากวันหนึ่งเราไม่สามารถแบ่งปันช่วงเวลานั้นกับคนที่เรารักได้ ทุกอย่างก็อาจไร้ความหมาย

ความเจ็บปวดครั้งนั้น กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แพรเริ่มตั้งคำถามกับชีวิต และนำไปสู่การสร้าง Equilibrium ซึ่งหนึ่งในส่วนที่น่าประทับใจที่สุดของเรื่องนี้ คือเรื่องราวของ “หม่อมหลวงเทพิน เทวกุล” คุณยายของแพร แม้อายุจะมากถึง 86 ปี แต่เธอยังคงใช้ชีวิตอย่างสดใส เต้นรำ หัวเราะ และเต็มไปด้วยพลังงานบวก เวลาที่แพรโทรหา คุณยายมักตอบกลับมาด้วยประโยคเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาว่า “ยายปาร์ตี้อยู่” ประโยคธรรมดาๆ นี้ กลับสะท้อนมุมมองการใช้ชีวิตให้กับแพร เพราะมันแสดงให้เห็นว่าการมีอายุยืน ไม่ได้หมายความว่าเราต้องหยุดใช้ชีวิต ไม่ได้แปลว่า เราต้องใช้ชีวิตอย่างเคร่งครัดจนหมดความสุข ตรงกันข้าม คุณยายของแพรเลือกที่จะใช้ชีวิตทุกวันอย่างเต็มที่ และมีความสุขกับมันจริงๆ

หม่อมหลวงเทพิน เทวกุล

 

ที่สำคัญ เธอยังฝากประโยคสำคัญไว้กับหลานสาวเวลาที่เห็นแพรจมกับความเศร้าว่า “You Have To Choose Yourself First.” คุณต้องเลือกตัวเองก่อน กลับมาดูแลหัวใจตัวเอง เยียวยาตัวเอง และเติมพลังให้ตัวเองก่อน เพราะเมื่อเราแข็งแรงพอ เราจึงจะมีพลังไปดูแลคนอื่นต่อได้

สิ่งที่ทำให้แนวคิดของ Equilibrium แตกต่าง คือมันไม่ได้พูดถึงสุขภาพในมุมเดิมๆ ไม่ได้บอกให้คนออกกำลังกายหนักขึ้น ให้เลิกกินของอร่อย ไม่ได้ผลักดันให้ใช้ชีวิตแบบสุดโต่ง แต่กำลังบอกว่า “คุณสามารถมีความสุขได้ พร้อมกับดูแลตัวเองไปด้วย”

หม่อมหลวงเทพิน คุณยายของแพร ย้ำว่า “ชีวิตที่ยืนยาวไม่ได้สำคัญเท่าชีวิตที่มีความสุข” ประโยคนี้อาจฟังดูเรียบง่าย แต่กลับสะท้อนความจริงของโลกยุคใหม่เพราะทุกวันนี้ คนจำนวนมากพยายามมีชีวิตให้นานขึ้น แต่กลับลืมถามตัวเองว่า “เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหรือยัง” บางคนมีสุขภาพดี แต่เต็มไปด้วยความเครียด บางคนประสบความสำเร็จ แต่ไม่มีเวลาให้ครอบครัว บางคนมีทุกอย่าง แต่กลับไม่รู้สึกมีชีวิตชีวา Equilibrium หรือความสมดุล จึงไม่ได้เสนอแค่การมีชีวิตที่ยืนยาว แต่คือการมีชีวิตที่ “รู้สึกดี” จริงๆ

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่แนวคิดนี้ออกมาจากผู้หญิงที่เป็นสัญลักษณ์ของวงการแฟชั่นอย่างแพร วทานิกา ยิ่งทำให้มันทรงพลังมากขึ้น เพราะตลอดเวลา ภาพจำของโลกแฟชั่นมักเชื่อมโยงกับความสมบูรณ์แบบ ความกดดัน และการใช้ชีวิตอย่างสุดขั้ว แต่วันนี้ แพรกลับกำลังนิยามคำว่า Luxury ใหม่ ความหรูหราในยุคนี้ อาจไม่ใช่การมีของแพงที่สุด แต่คือการมีเวลาให้ตัวเอง การได้ทานอาหารดีๆ โดยไม่รู้สึกผิด การได้อยู่กับคนรัก การมีสุขภาพใจที่มั่นคง และการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องวิ่งหนีตัวเองตลอดเวลา นี่คือ Luxury รูปแบบใหม่ ที่ผู้คนยุคนี้กำลังโหยหา

“อย่าใช้ชีวิตเพื่อให้ดูดี แต่ใช้ชีวิตให้รู้สึกดี” อีกหนึ่งประโยคสำคัญที่สะท้อนตัวตนของโปรเจกต์นี้ คือสิ่งที่แพรพูดว่า “อยากให้ทุกคนใส่ใจว่าชีวิตของตัวเอง ‘รู้สึก’ ยังไง มากกว่าที่มัน ‘ดูเป็น’ ยังไง” ประโยคนี้แทบจะเป็นบทสรุปของยุคสมัย เพราะในวันที่โซเชียลมีเดียทำให้ทุกคนพยายามสร้างภาพชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ผู้คนกลับเหนื่อยล้า หลายคนใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับการทำให้ตัวเอง “ดูมีความสุข” แต่กลับไม่เคยถามว่า “มีความสุขจริงหรือเปล่า” Equilibrium จึงเป็นเหมือนการชวนให้ทุกคนกลับมาฟังเสียงตัวเองอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อหลีกหนีโลก แต่เพื่ออยู่กับโลกอย่างสมดุลมากขึ้น

(ขวา) แอน พิณทิพา เทวกุล

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจ คือเสียงสะท้อนจาก “แอน พิณทิพา เทวกุล” คุณแม่ของแพร เธอพูดถึงความท้าทายของผู้หญิงยุคใหม่ได้อย่างตรงไปตรงมาว่า วันนี้ ผู้หญิงต้องเก่งรอบด้าน ต้องทำงาน ต้องดูแลครอบครัว ต้องดูแลลูก ต้องดูแลตัวเอง และยังถูกคาดหวังให้ดูดีอยู่เสมอ ทั้งหมดนี้ทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยแรงกดดัน สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่การพยายามทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ แต่คือ “การจัดลำดับความสำคัญ” ของชีวิต รู้ว่าอะไรสำคัญจริง อะไรควรปล่อยผ่าน และอะไรคือสิ่งที่หัวใจต้องการที่สุด นี่คืออีกหนึ่งแก่นของคำว่า “สมดุล”

แอน พิณทิพา เล่าว่าคุณตาของแพรจะสอนเสมอว่า “ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ไหนที่แย่ๆ ให้เรามองหาสิ่งที่ดีที่สุดที่อยู่ตรงหน้า และหาทางออกให้กับมัน” ซึ่งเธอจะนำมาบอกกับแพรเสมอว่า ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่มันง่าย อยู่ที่ว่าเราจัดลำดับความสำคัญ สิ่งที่ทำให้โปรเจ็กต์นี้น่าจับตา คือวิธีคิดของ VATANIKA ที่ไม่ได้ต้องการสร้างเพียงแค่แคมเปญสวยๆ หรือไวรัลบนโลกออนไลน์ แต่ต้องการสร้าง “ประสบการณ์จริง” ซึ่งแพร วทานิกาพูดไว้อย่างน่าสนใจว่า “สิ่งที่เราสร้างขึ้นด้วยกัน ไม่ใช่แค่คอนเทนต์แต่คือการสร้างความทรงจำ” นี่คือเหตุผลที่ Equilibrium ถูกออกแบบให้เป็น Experiential Lifestyle Platform ที่ผสมผสานผู้คน แบรนด์ พื้นที่ และประสบการณ์เข้าด้วยกันอย่างตั้งใจ ทุกองค์ประกอบถูกคัดสรรเพื่อให้ผู้คนไม่ได้แค่ “เห็น” แต่ต้อง “รู้สึก” เพราะบางครั้ง ช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดในชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่โพสต์ลงโซเชียล แต่คือโมเมนต์เล็กๆ ที่ยังอบอุ่นอยู่ในความทรงจำ แม้เวลาจะผ่านไปแล้ว

โดยจุดหมายแรกของโปรเจ็กต์ Equilibrium by VATANIKA จะเกิดขึ้นที่ภูเก็ต ในรูปแบบ Private Experience ซึ่งถูกออกแบบขึ้นเพื่อถ่ายทอดแนวคิดของการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และการดูแลตัวเองอย่างดี ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สามารถสัมผัสได้จริง โดยรายละเอียดจะถูกส่งตรงถึงแขกผู้ได้รับเชิญในลำดับถัดไป แต่เพียงแนวคิดเหล่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้โปรเจ็กต์นี้ถูกจับตามองอย่างมาก เพราะมันไม่ใช่แค่ทริปหรูริมทะเล แต่คือการทดลองใช้ชีวิตในแบบที่ “Live Fully” และ “Live Well” สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้จริง

เพราะท้ายที่สุด ชีวิตไม่ใช่การแข่งขัน สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของ Equilibrium สัมผัสใจผู้คน อาจไม่ใช่ความหรูหราของแบรนด์ หรือภาพลักษณ์อันสมบูรณ์แบบของแพร วทนิกา แต่คือความจริงที่ว่า แม้แต่ผู้หญิงที่ดูประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งในประเทศ ก็ยังเคยเผชิญความสูญเสีย ความเจ็บปวด และคำถามเกี่ยวกับความหมายของชีวิตไม่ต่างจากทุกคน เราไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตที่ยาวนาน แต่ต้องการชีวิตที่มีความหมาย ไม่ได้ต้องการแค่ความสำเร็จ แต่ต้องการใครสักคนให้กลับไปกอดในวันที่เหนื่อย ไม่ได้ต้องการแค่ภาพชีวิตที่ดูดี แต่ต้องการให้หัวใจสัมผัสถึงความร็สึกดีๆ นั้นได้จริงๆ

บางที “ความสมดุล” อาจไม่ใช่การทำทุกอย่างให้เท่ากัน แต่คือการรู้ว่าอะไรสำคัญกับชีวิตเราจริงๆ และเลือกใช้เวลาอันมีค่าของเรา กับสิ่งนั้นอย่างเต็มหัวใจที่สุด