‘อาย กัญญาลักษณ์’ แจงยิบ ยันไม่เคยให้ข้อมูลเท็จ ถามกลับถูกปลดเพราะอะไร พร้อมขอโทษหากผิดจริง

15.07.26 | 12:16 น.

‘อาย กัญญาลักษณ์’ แจงยิบ ยันไม่เคยให้ข้อมูลเท็จ ถามกลับถูกปลดเพราะอะไร พร้อมขอโทษหากผิดจริง

หลังจากกรณี แจ็ค ไททัส ตัวแทนผู้เข้าประกวด Mister Supranational Thailand 2026 ได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุผลในการปลด อาย กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว จากตำแหน่ง Miss Supranational Thailand 2026 พร้อมแนบเอกสารรวมถึงข้อความสนทนาที่ระบุว่าเป็นหลักฐานประกอบการชี้แจงนั้น ล่าสุด อาย กัญญาลักษณ์ ได้ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก อาย กัญญาลักษณ์ ถึงเรื่องราวอีกด้าน โดยระบุว่า

เรื่องการดำเนินการขอวีซ่าและการส่งคืนพาสปอร์ต เป็นสาเหตุให้ อายต้องไปถามพาสปอร์ตกับกองประกวด ทำให้กองประกวดเข้าใจผิดว่า อายทำพาสปอร์ตหาย

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 15.30 น. หนูได้ยื่นคำร้องขอวีซ่าตามขั้นตอนที่กองประกวดกำหนด โดยส่งมอบหนังสือเดินทางให้เอเจนซี่ที่กองประกวดมอบหมายเป็นผู้ดำเนินการ

ต่อมา วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 11.10 น. เจ้าหน้าที่ทำวีซ่า (ในที่นี้จะใช้เรียกว่าคุณ A ) ได้แจ้งในกลุ่มไลน์ว่าผลวีซ่าได้รับการอนุมัติแล้ว และแจ้งว่าจะให้พี่เจ้าหน้าที่อีกคน (ในที่นี้จะเรียกว่าคุณ B) เป็นผู้ติดต่อเพื่อจัดส่งหนังสือเดินทางคืน พร้อมขอที่อยู่สำหรับจัดส่ง

ในวันเดียวกัน คุณ B ได้โทรศัพท์มาสอบถามสถานที่จัดส่งหนังสือเดินทาง หนูแจ้งว่าขณะนั้นกำลังฟิตติ้งชุดและไม่มีผู้รับเอกสารที่บ้าน จึงขอให้คุณBเก็บหนังสือเดินทางไว้ก่อน และเมื่อใกล้วันเดินทางจึงค่อยจัดส่งให้ เนื่องจากทั้งหนูและคุณBอยู่ในกรุงเทพมหานคร จึงไม่มีประเด็นเรื่องระยะเวลาในการจัดส่ง และหลังจากนั้นไม่มีการพูดคุยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการส่งคืนหนังสือเดินทาง

Advertisement

– ช่วงเตรียมตัวก่อนเดินทาง หลังจากได้รับกำหนดการเดินทาง

ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 หนูมีภารกิจเตรียมตัวต่อเนื่อง

3 กรกฎาคม งานแถลงข่าว Miss & Mister Supranational Thailand

4 กรกฎาคม ถ่ายทำและซ้อมเดิน

5–8 กรกฎาคม เตรียมชุด อุปกรณ์ และกิจกรรมตามกำหนดของกอง

9 กรกฎาคม ทีมจัดเตรียมสัมภาระสำหรับการเดินทาง

ระหว่างนี้ หนังสือเดินทาง ยังอยู่กับเอเจนซี่ และยังไม่ได้มีการจัดส่ง ตามที่ได้ตกลงกันไว้

– เหตุการณ์วันที่ 9–11 กรกฎาคม

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 หนูมีอาการป่วย มีไข้สูง และเกิดอาการแพ้ยา จนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลลาดพร้าว

ในระหว่างการเตรียมตัวเดินทาง หนูและทีมช่วยกันตรวจสอบสัมภาระและค้นหาหนังสือเดินทาง แต่เนื่องจากสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ มีอาการมึนจากอาการป่วยและยาที่ได้รับ จึงเกิดความสับสนว่า หนังสือเดินทางอยู่กับตัวหนูหรือยังอยู่กับเอเจนซี่

ด้วยเหตุนี้ เวลา 00.57 น. ของวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 หนูจึงโทรศัพท์สอบถามคุณAด้วยความกังวลว่า หากหาหนังสือเดินทางไม่พบจะต้องดำเนินการอย่างไร

คุณ A ได้แจ้งกลับทันทีว่า หนังสือเดินทางยังอยู่กับคุณB และจะรีบจัดส่งให้ในเช้าวันรุ่งขึ้น พร้อมทั้งแจ้งว่าเห็นหนูเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จึงยังไม่ได้เร่งดำเนินการจัดส่ง

ต่อมา หนังสือเดินทางได้ถูกจัดส่ง และหนูได้รับหนังสือเดินทางในวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.33 น. เพื่อเตรียมเดินทางตามกำหนดใหม่ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นกำหนดการที่ได้หารือร่วมกับกองประกวด

– คำชี้แจงต่อข้อกล่าวหาเรื่อง “ทำพาสปอร์ตหาย” และ “ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ”

หนูขอเรียนว่า หนังสือเดินทางของหนูไม่ได้สูญหายแต่อย่างใด แต่ยังคงอยู่กับผู้ดำเนินการขอวีซ่าที่กองประกวดมอบหมายมาตลอด

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ในช่วงที่หนูมีอาการป่วยและได้รับยา หนูเกิดความสับสนว่า หนังสือเดินทางได้ถูกจัดส่งคืนให้หนูแล้วหรือยัง จึงรีบติดต่อสอบถามเอเจนซี่ทันที เมื่อได้รับคำยืนยันว่า หนังสือเดินทางยังอยู่กับเอเจนซี่ ก็ได้มีการจัดส่งให้ในวันถัดมา

ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงไม่ใช่ว่า “หนังสือเดินทางสูญหาย” แต่เป็นเพียง ความคลาดเคลื่อนในการรับรู้ตำแหน่งของหนังสือเดินทางในช่วงที่หนูมีอาการป่วย

หนูไม่เคยมีเจตนาปกปิด บิดเบือน หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อกองประกวดแต่อย่างใด และเมื่อทราบข้อเท็จจริงแล้ว หนูก็ได้รับหนังสือเดินทางคืนจากผู้ที่ดูแลเอกสารทันที

การที่หนังสือเดินทางไม่ได้อยู่กับตัวหนูในวันที่ 10 กรกฎาคม ไม่ได้หมายความว่าหนูทำหนังสือเดินทางสูญหาย เนื่องจากข้อเท็จจริงคือหนังสือเดินทางยังอยู่กับเอเจนซี่ผู้ดำเนินการขอวีซ่า และสามารถตรวจสอบตำแหน่งของหนังสือเดินทางได้ทันทีเมื่อมีการสอบถาม จนมีการจัดส่งคืนให้หนูในวันที่ 11 กรกฎาคม ดังนั้น ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับผู้ครอบครองหนังสือเดินทาง ไม่ใช่การให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือการจงใจหลอกลวงกองประกวดแต่อย่างใด

เรื่องอาการป่วยของอาย

ในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569 ช่วงเช้า หนูเริ่มมีอาการไข้ และอาการทรุดลง โดยมีไข้สูงขึ้น

เวลาประมาณ 17.00 น. คุณแม่ได้พาหนูเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลลาดพร้าว แพทย์ได้ตรวจอาการและประเมินว่า ควรรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล (แอดมิต) แต่เนื่องจากหนูมีภารกิจต้องเดินทางไปประกวด ทางครอบครัวจึงขอรับการรักษาแบบเร่งด่วนก่อน

ทางโรงพยาบาลได้ให้ยาฆ่าเชื้อชนิดฉีด เซฟเตร็ก ร่วมกับยาสเตียรอยด์ แต่หลังได้รับยาฆ่าเชื้อไม่เกิน 10 นาที หนูเกิดอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง มีอาการคัน บวมแดง และมีผื่นขึ้นทั่วร่างกายและใบหน้า

หลังจากนั้น แพทย์ได้ให้ยาแก้แพ้เป็นครั้งที่ 2 แต่อาการผื่นยังไม่ลดลง จึงได้ฉีดยาสเตียรอยด์เพิ่มเติมเป็นเข็มที่ 3 ทำให้อาการของหนูดีขึ้น อย่างไรก็ตาม แพทย์ยังคงประเมินว่าควรอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดและแนะนำให้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล

แต่ทางครอบครัวยืนยันว่าจะกลับไปพักรักษาตัวที่ห้องพักเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทาง และในเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 (เข้าสู่เช้าวันที่ 10 กรกฎาคม) หนูได้กลับมารักษาตัวต่อที่ห้องพัก

ในช่วงเวลาดังกล่าว ทางกองประกวดได้ส่งตัวแทน (ND กองประกวด) มาติดตามอาการและประเมินความพร้อมในการเดินทาง ก่อนจะมีการตัดสินใจร่วมกันว่า หนูจะไม่เดินทางตามกำหนดการเดิม เพื่อให้มีเวลารักษาตัวอย่างเต็มที่

จึงมีการเลื่อนกำหนดการเดินทางจากวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เป็นวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 โดยค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน ทีมของอายเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนค่าน้ำหนักกระเป๋า ทางกองประกวดเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้ กองประกวดจะเป็นผู้ดำเนินการออกตั๋วเครื่องบินทั้งหมด และทางทีมของหนูจะนำเงินไปชำระให้ในวันเดินทาง

เรื่องสปอนเซอร์ของทางกองประกวด

หนูไม่เคยได้รับตารางงานที่เป็นการว่าจ้างงานจากสปอนเซอร์อย่างเป็นทางการ หากมีงานของกองประกวดที่หนูต้องเข้าร่วม หนูก็ไปปฏิบัติหน้าที่และให้ความร่วมมือเสมอมา ดังนั้น หนูจึงไม่เข้าใจว่าทางกองประกวดไม่พอใจหนูในประเด็นใดเกี่ยวกับเรื่องนี้

เรื่องความพร้อมในการเดินทางไปประกวด

หนูและทีมยังคงมีความพร้อมที่จะเดินทางไปประกวด แม้ภายหลังจากที่กองประกวดได้ประกาศปลดหนูพ้นจากตำแหน่งในคืนวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569

ต่อมา ในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 ได้มีบุคคลที่สาม (คนกลางที่เข้ามาพยายามไกล่เกลี่ยเรื่องราวภายหลังการประกาศปลด) ติดต่อเข้ามา โดยมีเงื่อนไขให้หนูไลฟ์สดร่วมกับคนกลาง เพื่อกล่าวขอโทษในเรื่องพาสปอร์ต และชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ที่สังคมกล่าวหาหนู

เรื่องการขอโทษ

หนูสามารถกล่าวขอโทษได้ค่ะ แต่หนูต้องการทราบก่อนว่า ความผิดที่กองประกวดได้ระบุไว้ในหนังสือประกาศให้หนูพ้นจากตำแหน่งนั้น คือความผิดในเรื่องใดบ้าง

เนื่องจากในประกาศระบุว่า “พบว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ระเบียบ และเงื่อนไขของกองประกวด รวมถึงการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อองค์กร อันถือเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขของผู้ดำรงตำแหน่งอย่างร้ายแรง ส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนประเทศไทยต่อไปได้”

ซึ่งหนูไม่เข้าใจว่าข้อความดังกล่าวหมายถึงการกระทำใดของหนู และหนูได้กระทำความผิดในเรื่องใดบ้าง หนูไม่ทราบจริง ๆ ว่า สิ่งที่กองต้องการให้หนูขอโทษนั้นคือเรื่องอะไร หากต้องขอโทษจริง หนูก็สามารถขอโทษได้ และพร้อมที่จะยอมรับหากได้กระทำผิดจริง

แต่หากเป็นความผิดที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ และกองประกวดเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม กองก็ควรมีหนังสือเตือนหรือแจ้งให้หนูทราบในประเด็นนั้นก่อน เพื่อให้หนูได้รับทราบและมีโอกาสปรับปรุงแก้ไข

อย่างไรก็ตาม หากหนูไม่ได้กระทำความผิด และยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าตนเองผิดในเรื่องใด แต่กลับถูกปลดออกจากตำแหน่ง หนูรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่เป็น ธรรมสำหรับหนูค่ะ