สาขาแรกในไทย! ข้าวหน้าปลาดิบพรีเมียม ร้าน Tsujihan ต้นตำรับจากญี่ปุ่น
หากพูดถึงอาหารญี่ปุ่น “ข้าวหน้าปลาดิบ” หรือ ไคเซ็นด้ง เมนูที่สะท้อนวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวญี่ปุ่น ทั้งการคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาล ความสดของอาหารทะเล และความพิถีพิถันในการจัดเสิร์ฟ แนวคิดเหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างครบถ้วนผ่าน “Tsujihan (ซึจิฮัน)” ร้านข้าวหน้าปลาดิบรวมชื่อดังจากย่านนิฮงบาชิ ที่เปิดสาขาแรกในไทยบนชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพาร์ค พร้อมพาเมนูซิกเนเจอร์ “Zeitaku-don (เซตากุ-ด้ง)” หรือข้าวหน้าปลาดิบรวมคุณภาพสูง มาให้คนไทยได้สัมผัสรสชาติแบบเดียวกับต้นตำรับในโตเกียว
สำหรับนักชิมที่เคยเดินทางไปญี่ปุ่น ชื่อของซึจิฮันอาจเคยเป็นหนึ่งในร้านที่อยู่ในลิสต์ “ต้องไปให้ได้สักครั้ง” เพราะนอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบคุณภาพสูงแล้ว สิ่งที่ทำให้ร้านแห่งนี้แตกต่างจากร้านไคเซ็นด้งทั่วไปคือการเปลี่ยน “ข้าวหน้าปลาดิบ” ให้กลายเป็นประสบการณ์การรับประทานที่มีลำดับ มีเรื่องราว และมีรสชาติที่เปลี่ยนไปในทุกช่วงของมื้ออาหาร

ต้นกำเนิดของซึจิฮันเริ่มขึ้นที่ย่านนิฮงบาชิ กรุงโตเกียว จากความร่วมมือของ “Yudai Tsujit” ผู้ก่อตั้งร้านราเมน และ “Shinya Kaneko” ผู้ก่อตั้งร้านเทนด้ง Kaneko Hannosuke ทั้งสองต้องการถ่ายทอดความทรงจำเกี่ยวกับข้าวหน้าปลาดิบที่เคยรับประทานในวัยเด็ก ผ่านเมนูที่ใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียม แต่ยังคงมีราคาที่ผู้คนเข้าถึงได้ จนเกิดเป็นคอนเซ็ปต์ “Single-Item Specialty Restaurant” ร้านที่มุ่งเน้นเพียงเมนูเดียว และทำเมนูนั้นให้ดีที่สุดในทุกขั้นตอน
หัวใจสำคัญของร้านคือ “Zeitaku-don” หรือ เซตากุ-ด้ง คำว่า “Zeitaku” ในภาษาญี่ปุ่น หมายถึง “ความหรูหรา” หรือ “การได้ลิ้มรสสิ่งพิเศษ” แต่ความหรูหราของซึจิฮันไม่ได้หมายถึงอาหารราคาแพง หากเป็นการนำวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมมารวมไว้ในชามเดียว ให้ผู้รับประทานได้สัมผัสความสดใหม่ ความหลากหลาย และความพิถีพิถันของอาหารญี่ปุ่นในราคาที่สมเหตุสมผล

เมื่อจานซิกเนเจอร์ถูกเสิร์ฟตรงหน้า สิ่งแรกที่สะดุดตาคือภูเขาปลาดิบหลากหลายชนิดที่จัดวางเป็นทรงสูงเหนือข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ คลุกเคล้าด้วยสูตรเฉพาะของร้าน พร้อมงาคั่ว สาหร่าย ใบโอบะ และวาซาบิสด วัตถุดิบแต่ละชนิดถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ทั้งปลาทูน่า กุ้ง หอย หมึก และไข่ปลา เพื่อให้ทุกคำมีมิติของรสชาติที่แตกต่าง แต่ยังคงกลมกล่อมเมื่อรับประทานร่วมกัน
อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ซึจิฮันได้รับความนิยม คือ “ศิลปะแห่งการรับประทานเซตากุด้ง” ซึ่งถูกออกแบบให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติเดียวกันในหลายรูปแบบ เริ่มต้นด้วยการชิมซาชิมิตามฤดูกาล 2 ชิ้นแรก เพื่อสัมผัสความสดของวัตถุดิบ จากนั้นจึงรับประทานเซตากุด้งในแบบดั้งเดิม คลุกเคล้าปลาดิบกับข้าวญี่ปุ่น งาคั่ว วาซาบิ และโชยุสูตรพิเศษของร้าน ให้ทุกองค์ประกอบเข้ากันอย่างลงตัว เมื่อรับประทานไปประมาณสองในสามของชาม

ความสนุกของมื้ออาหารจึงเริ่มต้นขึ้น เพียงแจ้งพนักงาน ร้านจะเติมน้ำซุปสูตรพิเศษที่เคี่ยวจากวัตถุดิบทะเลลงในชาม เปลี่ยนข้าวหน้าปลาดิบให้กลายเป็น “ไคเซ็นโอฉะสึเกะ” หรือข้าวหน้าปลาดิบในน้ำซุปสไตล์ญี่ปุ่น ก่อนวางซาชิมิอีก 2 ชิ้นลงบนข้าว ความร้อนจากน้ำซุปจะช่วยดึงความหวานและกลิ่นหอมของปลาออกมาในอีกรูปแบบหนึ่ง เปลี่ยนรสสัมผัสจากความสดของปลาดิบ สู่ความนุ่มละมุนและกลมกล่อมของน้ำซุป ไม่แปลกใจที่หลายคนบอกว่า การรับประทานที่ซึจิฮันหนึ่งชาม เปรียบเสมือนได้ลิ้มลองอาหารสองเมนูในมื้อเดียว


สำหรับประเทศไทย ซึจิฮันนำเสนอเซตากุด้งทั้งหมด 4 ระดับ เพื่อให้เหมาะกับความชอบและงบประมาณที่แตกต่างกัน เริ่มต้นจาก “อุเมะ” ที่รวมปลาดิบคุณภาพหลายชนิดไว้ครบถ้วน ทั้งทูน่า เนื้อทูน่าสับ กุ้ง หอยสึบุ หอยงวงช้าง หมึก ไข่ปลาแฮร์ริ่ง และไข่ปลาแซลมอน
ตามด้วย “ทาเกะ” ที่เพิ่มเนื้อปูหิมะและไข่ปลาแซลมอน “มัตสึ” ที่เติมอูนิหรือไข่หอยเม่นเข้าไป และ “โทคุโจ” (ซูพรีม) ซึ่งอัดแน่นด้วยปูหิมะ อูนิ และไข่ปลาแซลมอนในปริมาณพิเศษ แม้จะเป็นร้านที่ใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียม แต่หนึ่งในแนวคิดสำคัญของซึจิฮัน คือการทำให้อาหารคุณภาพสูงสามารถเข้าถึงได้ สาขาประเทศไทยนำเข้าวัตถุดิบจากตลาดปลาในประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เพื่อรักษาความสดใหม่และมาตรฐานเดียวกับสาขาต้นตำรับ พร้อมนำเสนอเซตากุด้งในราคาเริ่มต้นเพียง 390 บาท

ความคุ้มค่าไม่ได้อยู่แค่จำนวนวัตถุดิบที่อยู่ในชาม แต่ยังรวมถึงประสบการณ์ที่ได้รับตลอดทั้งมื้อ ตั้งแต่ซาชิมิสดใหม่ ข้าวหน้าปลาดิบรวม ไปจนถึงโอฉะสึเกะในช่วงท้าย ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสความหลากหลายของรสชาติในคอร์สเดียว ความโด่งดังของซึจิฮันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในหมู่นักชิมชาวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

สาขาแรกในนิฮงบาชิเคยสร้างปรากฏการณ์ที่ผู้คนยอมต่อคิวหลายชั่วโมงเพื่อรอรับประทาน ปัจจุบันร้านขยายสาขาในญี่ปุ่นรวม 7 แห่ง พร้อมสาขาในไต้หวันและฮ่องกง ก่อนจะเลือกประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของแบรนด์
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ชื่อของซึจิฮันเป็นที่รู้จัก คือการที่ “ลิซ่า BLACKPINK” เคยโพสต์ภาพระหว่างไปรับประทานที่ร้านในช่วงเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น จนเกิดกระแส “กินตามรอยลิซ่า” ทำให้ร้านกลายเป็นหมุดหมายยอดนิยมของแฟนคลับและนักท่องเที่ยวชาวไทย ส่งผลให้คิวของร้านยิ่งแน่นขึ้นกว่าเดิม และยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน


สำหรับคนที่หลงใหลอาหารญี่ปุ่น หรือกำลังมองหาร้านใหม่สำหรับมื้อพิเศษ ซึจิฮัน คืออีกหนึ่งจุดหมายที่ไม่ควรพลาด โดยไม่จำเป็นต้องบินไปต่อคิวที่นิฮงบาชิอีกต่อไป พร้อมเสิร์ฟแล้วที่ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพาร์ค ให้คนไทยได้สัมผัสหนึ่งในร้านข้าวหน้าปลาดิบที่ได้รับการกล่าวขานมากที่สุดของญี่ปุ่นอย่างเต็มอิ่มในทุกคำ

