เปิดม่าน โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน ‘สีดา’ ผสานพลังศิลปิน-เยาวชน สืบสานพระราชปณิธาน ‘พระพันปี’

4.09.26 | 18:12 น.

เปิดม่าน โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน ‘สีดา’ ผสานพลังศิลปิน-เยาวชน สืบสานพระราชปณิธาน ‘พระพันปี’

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 กันยายน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แถลงข่าวเปิดตัว การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “สีดา” ณ โรงละคร สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า เขตดุสิต โดยมี นางนฤมล ล้อมทอง กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายประเมษฐ์ บุณยะชัย ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์-โขน) และที่ปรึกษาการแสดง และ รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ผู้กำกับการแสดง ร่วมสนทนาบนเวทีงานแถลงข่าว โดยมี นายเมทนี บูรณศิริ รับหน้าที่พิธีกร


นายประเมษฐ์ กล่าวถึงภาพรวมการจัดทำบท คำพากย์ และบทเจรจาสำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สีดา” ว่า การจัดทำในครั้งนี้ผ่านกระบวนการคิดและกลั่นกรองอย่างละเอียด เพื่อให้การแสดงออกมามีความประณีตและสมบูรณ์ที่สุด โดยเหตุผลสำคัญที่เลือก “ตอนสีดา” ซึ่งมีนางสีดาเป็นตัวละครเอกนั้น เนื่องจากนางสีดาเป็นตัวแทนของสตรีผู้มีคุณธรรม สะท้อนถึงความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดีต่อพระสวามี รวมถึงความรักที่มีต่อลูก ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องการถ่ายทอดผ่านการแสดงครั้งนี้

“ตอนสีดา” ยังถือเป็นการแสดงที่มีความหมายในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 4 รอบ จึงนับเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงความจงรักภักดี ขณะเดียวกันยังเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดศิลปะการแสดงโขนให้ดำรงอยู่อย่างมั่นคง

Advertisement

นายประเมษฐ์ กล่าวว่า หากไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ โขนคงไม่สามารถเจริญรุ่งเรืองและได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญกับศิลปะการแสดงโขนอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้จึงเป็นแรงผลักดันให้ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่ต่อไป

“ศิลปินโขนไม่ได้เรียนเพียงปีสองปี แต่เรียนกันทั้งชีวิตก็ยังไม่จบ เพราะมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ เราจึงต้องปรับการแสดงให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน ขณะเดียวกันการเลือกตอนที่จะนำมาแสดงก็ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมในแต่ละช่วงเวลาด้วย”

สำหรับ “ตอนสีดา” นอกจากจะมีเนื้อหาที่สะท้อนคุณธรรมและความรักในครอบครัวแล้ว ยังมีความสนุกสนานและตัวละครที่มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการถ่ายทอดความจงรักภักดีของนางสีดา รวมถึงความรักที่มีต่อลูก ซึ่งเป็นรายละเอียดที่คณะผู้จัดพยายามกลั่นกรองออกมาเป็นบทการแสดง เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสทั้งความงดงามทางศิลปวัฒนธรรมและมิติทางอารมณ์ของตัวละคร

นายประเมษฐ์ กล่าวอีกว่า การแสดงโขนในครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากความร่วมมือจากกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากการจัดการแสดงโขนแต่ละครั้งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ตั้งแต่กระบวนการจัดทำบท การคัดเลือกนักแสดง ไปจนถึงการฝึกซ้อม โดยเฉพาะตอนสีดา ซึ่งมีบทของเด็กเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องคัดเลือกเยาวชนจากชมรมและกลุ่มผู้สนใจการแสดงโขนจากหลากหลายพื้นที่เข้ามาร่วมแสดง

“สิ่งหนึ่งที่เราภูมิใจคือ โขนของมูลนิธิฯ สามารถสร้างความรักและความสนใจให้กับเยาวชนได้ ปัจจุบันเราเห็นการแสดงโขนเกิดขึ้นในหลายภาคส่วน แม้แต่โรงเรียนทั่วไปก็มีการเรียนการสอนและจัดการแสดงโขน ทำให้เราได้เด็กที่มีความสามารถและมีใจรักจากภายนอกเข้ามาร่วมแสดงด้วย”

ทั้งนี้ การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม ยังสะท้อนให้เห็นถึงผลสำเร็จของพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวงในการทรงริเริ่มและส่งเสริมการแสดงโขน ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในแวดวงศิลปินมืออาชีพ แต่ยังขยายไปสู่คนรุ่นใหม่ที่มีความรักและความสนใจในศิลปะการแสดงแขนงนี้ จนนำมาสู่การผสมผสานระหว่างโขนสมัครเล่นและโขนมืออาชีพที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างงดงาม

นายประเมษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เชื่อมั่นว่าการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สีดา” จะมีความประณีต สนุกสนาน และไม่ย่อหย่อนไปกว่าตอนที่ผ่านมา พร้อมถ่ายทอดคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทยให้ผู้ชมได้สัมผัสอย่างเต็มอิ่ม

สำหรับการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สีดา มีกำหนดจัดการแสดงขึ้น ในระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน – วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม  ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สีดา จึงเป็นมากกว่าการแสดงนาฏศิลป์ แต่เป็นการแสดงเพื่อร่วมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทย ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงวางรากฐาน และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญสนองพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” เพื่อรักษาศิลปะชั้นสูงของชาติให้คงอยู่อย่างงดงามจากรุ่นสู่รุ่น

นับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เป็นการธำรงนาฏศิลป์ อันทรงคุณค่าของชาติให้สืบทอดอยู่อีกนานเท่านาน ซึ่งการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สีดา เป็นการแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ที่มิใช่เพียงความงดงามบนเวทีเท่านั้นที่สะกดสายตาตรึงใจผู้ชม หากแต่เป็นผลจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งฟื้นฟู อนุรักษ์ และสืบสานศิลปะโขนของชาติ ควบคู่กับการอนุรักษ์งานช่างศิลป์ไทยอันประณีต ให้กลับมามีชีวิตและเปล่งประกายอีกครั้ง ผ่านการดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จนก่อให้เกิดเวทีแห่งการเรียนรู้ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสร้างศิลปินรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดสร้างฉากและอุปกรณ์การแสดง เครื่องประกอบฉาก หัวโขน ตลอดจน เครื่องพัสตราภรณ์อันงดงามประณีตมาร่วมกันอนุรักษ์ สนับสนุน และส่งต่อโขนให้คงอยู่คู่สังคมไทย เพื่อให้ศิลปะการแสดงอันทรงคุณค่านี้ยังคงเปล่งประกาย สู่คนรุ่นต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

การแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ตอน “สีดา” ดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ถ่ายทอดเรื่องราวของมหากาพย์ รามเกียรติ์ สีดา…สตรีผู้ถือกำเนิด มาพร้อมความบริสุทธิ์ จากปฐมบทแห่งความรักและด้วยความงาม ก่อให้เกิดสงครามมหากาพย์อันยิ่งใหญ่  ร่วมสัมผัสเรื่องราวของความรัก การพลัดพราก การรอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ด้วยความชื่อสัตย์และความจงรักภักดี เต็มอิ่มครบทุกอรรถรส

ในส่วนการแสดงเปิดตัวโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ตอน “สีดา” ในงานแถลงข่าวนำตัวอย่างการแสดงในชุดหนุมานพลาดท่าเสียที มาแสดงให้สื่อมวลชนได้รับชมกัน จับตอนจาก เมื่อหนุมานตามไปเห็นพระมงกุฎพระลบจับม้าขี่เล่น หนุมานเข้าจับก็ถูกสองกุมารมัดและสักหน้า ท้าทายไปถึงเจ้าของพระราม พระลักษมณ์ พระพรต พระสัตรุด จึงยกทัพมา พระรามรบกับพระมงกุฎ พระลบแต่ไม่อาจทำอันตรายกันได้ พระมงกุฎแผลงศรเป็นพวงมาลัย พระรามแผลงศรเป็นขนมนมเนย จึงรู้ว่าเป็นเชื้อสายกัน พระรามงอนง้อพระมงกุฎ นางสีดาออกมาหาโอรส ทั้งหมดจึงได้พบกัน

สำหรับเรื่องย่อรามเกียรติ ตอน “สีดา” นั้น เล่าถึงเมื่อครั้งที่พระนารายณ์อวตารเป็นพระราม พระอิศวรขอให้พระลักษมีไปเกิดเป็นธิดาของทศกัณฐ์ในกรุงลงกาเพื่อให้เป็นต้นเหตุแห่งการทำลายล้างหมู่มาร เมื่อถือกำเนิดกุมารีส่งเสียงร้องได้ยินกันทั่วว่า “ผลาญราพณ์” ถึงสามครั้งซึ่งถือเป็นกาลกิณี จึงถูกใส่ผอบนำไปทิ้งน้ำ ฤษีชนกช่วยไว้และเลี้ยงเป็นธิดา

ต่อมาฤษีชนกลาพรตกลับไปครองมิถิลา และนำพระธิดาซึ่งประทานชื่อว่าสีดาไปด้วย ท้าวชนกจัดการอภิเษกให้นางสีดา พระรามโอรสท้าวทศรถแห่งกรุงอโยธยายกมหาธนูโมลีได้จึงได้อภิเษกกับนางสีดาต่อมาพระรามรับสัตย์ท้าวทศรถออกเดินป่า 14 ปี นางสีดาขอตามไปด้วยความภักดีโดยมีพระลักษมณ์อนุชาพระรามติดตามไปด้วย

ทศกัณฐ์ต้องการได้นางสีดาเป็นมเหสีจึงลักพานางไปกรุงลงกา พระรามออกติดตาม ได้พลวานรเมืองขีดขินและชมพูเป็นกำลังสำคัญรวมทั้งพิเภกอนุชาของทศกัณฐ์ซึ่งมาสวามิภักดิ์เมื่อเสร็จศึกพระรามรับนางสีดาคืนกรุงอโยธยา นางสีดาขอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยการลุยไฟให้ปรากฏเห็นกันทั่วไปว่านางเป็นผู้ซื่อสัตย์ภักดี

ต่อมานางสีดาถูกเนรเทศเพราะพระรามเข้าใจผิด นางต้องไปอยู่ป่ากับฤษีวัชมฤค โอรสคือพระมงกุฎพระลบประลองศรที่ฤษีชุบให้โดยแผลงไปถูกต้นรังใหญ่หักสะบั้นเสียงดังกึกก้องไปถึงกรุงอโยธยาพระรามจึงปล่อยม้าอุปการเพื่อหาผู้คิดแข่งอำนาจพระรามกับพระมงกุฎรบกันโดยที่ไม่อาจทำอันตรายกันได้จึงรู้ความจริงพระอิศวรขอให้นางสีดาคืนดีกับพระรามและประทานพรให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

สามารถติดตามรับชมได้ในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สีดา บัตรราคา 2,000 บาท, 1,800 บาท, 1,000 บาท, 800 บาทและ 600 บาท (สำหรับรอบนักเรียน บัตรราคา 200 บาท ไม่เปิดจำหน่ายบัตรทางออนไลน์)

ทั้งนี้ โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประกาศเพิ่มรอบสำหรับประชาชน ในวันที่ 11 พฤศจิกายน เวลา 19.00 น. โดยเปิดจำหน่ายบัตรวันที่ 5 กันยายน ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา และเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com หรือ โทร  0-2262-3456