
•…ที่สุด “รัฐบาล” ก็ต้องตัดสินใจใช้อำนาจ “คสช.” ให้ “ยุติการสรรหา กสทช.” ด้วยเหตุผลอย่างเป็นทางการที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ว่า “ปรากฏว่าได้เกิดสภาพปัญหาในทางปฏิบัติอย่างมาก ทำให้การสรรหาและการคัดเลือกไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย” ซึ่งว่าไปควรจะมองว่าเหตุเกิดจาก “ความสามารถของผู้ทำหน้าที่สรรหาและกลั่นกรอง” ที่อยู่ในสภาพ “ไม่สามารถทำหน้าที่ให้เป็นปกติได้” แต่ผลเป็นไปเช่นเดียวกับ “กกต.” คือ “ให้ยุติการสรรหา” และ “ใช้คนชุดเก่า” ทำงานต่อ ที่จะต้องมีการ “ชี้ประเด็น” ให้ต้อง “ตีความทางกฎหมายกันอีกมากมาย”
•…อีเวนต์ก่อนการประชุม ครม.อังคารที่ผ่านมา เป็น “ท่าเต้นและลีลา” ของ “นายกรัฐมนตรี” ที่ร่วมแสดงกับ “BNK 48” วงดนตรี “วัยรุ่นสาว” ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศหนักแน่นเป็นถ้อยคำที่เผยแพร่ไปทั่วว่า “วันนี้ผมให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนนักศึกษา เราเป็นคนรุ่นเก่าก็พยายามตอบรับ เปิดกว้างรับความคิดเห็นของเขามาทำให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน พลังอันยิ่งใหญ่ของประเทศเราต้องพึ่งพาเยาวชน” ซึ่งน่าจะเป็นคำถามในใจของหลายๆ คนว่า “เยาวชนที่ท่านเชื่อมั่นในพลัง” นั้น เป็น “เยาวชนแบบไหน” และ “เยาวชนแบบไหน” ที่ “ท่านผู้นำเห็นว่า เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ”
•…ช่วงร่าง “รัฐธรรมนูญ” มีข้อถกเถียงมากมายถึง “โครงสร้างอำนาจ” ที่ไม่เอื้อต่อการเชื่อมโยงประชาชน ข้อสรุปที่ มีชัย ฤชุพันธุ์ เสนอเพื่อผ่าน “ประชามติ” คือ ฉบับนี้เป็น “รัฐธรรมนูญปราบโกง” ก่อให้เกิดความยินยอมให้ผ่านไปก่อนไม่น้อย ถึงวันนี้ “รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง” ประกาศใช้เรียบร้อย สิ่งที่เกิดขึ้นคือ นายมานะ นิมิตรมงคล ในฐานะ “เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นประเทศไทย” ออกมาบอกว่า “คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.)” ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาอย่างครึกโครมเพื่อให้เห็นความเอาเป็นเอาตายกับการ “ปราบโกง” เมื่อปี 2560 และประชุมทำงานกันถี่ยิบในช่วงนั้น ถึงช่วงนี้ “ไม่ได้ประชุมมา 8 เดือนแล้ว” จนเกิดความสงสัยว่า “จริงใจกับการปราบโกงหรือเปล่า” ประเด็นอยู่ที่ “ใครเป็นคนตอบ แล้วไม่เรียกเสียง ฮาครืน”
•…เมื่อ “โรดแมปการเมือง” เคลื่อนสู่ “ยุทธการดูด” อันมี “การขยายเวลาของอำนาจให้ครอบคลุมไปถึงหลังเลือกตั้ง” เป็น “จุดหมาย” และวกกลับมาที่ “การทำให้ผู้มีบารมีในพื้นที่ท้องถิ่นมาเป็นผู้สนับสนุน” อันเป็นวิธีการที่ทุกฝ่ายพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า “ไม่มีอะไรแปลกใหม่” เป็น “วงจรแบบเดิม” ไม่ว่าจะเรียก “วงจรอุบาทว์” หรือ “วงจรอะไรก็ตาม” ทำให้ที่ใครต่อใครหลายคน หลงเชื่อ ความพยายามคิดว่า “รัฐประหารจะทำให้การเมืองพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น” จึงเริ่มเป็น “ความเชื่อ ความคิด” ที่ก่อให้เกิด “ความผิดหวัง” และเมื่อ “ธรรมชาติของปุถุชน” ทำใจไม่ได้ที่จะโทษว่า “หลงโง่ไปเชื่อเอง” หนทางปกป้องตัวเอง คือ “โทษคนที่เอาความหวังของตัวเองไปตั้งไว้” ว่า “ไม่แน่จริง”
•…ที่น่าติดตามอย่างระทึกคือ “ดีล” ระหว่าง “อำนาจศูนย์กลาง” กับ “อิทธิพลท้องถิ่น” จะลงตัว “เอื้อประโยชน์” กันอย่างไร ในสภาวะที่รับรู้กันอยู่ว่า “ความจริงใจมีน้อยยิ่ง” ที่ “อำนาจศูนย์กลาง” จำเป็นต้องดึง “อำนาจจากบารมีท้องถิ่น” เข้ามาสนับสนุน ถูกมองว่าด้วย “หนทางอื่นล้มเหลวหมดสิ้น” แล้ว จำเป็นต้อง “ยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ด้วยข้อมูล หรือเรื่องราวเฉพาะของแต่ละคน” ความร่วมมือที่ร่องรอยของ “ความหมิ่นแคลน” ให้ระลึกถึง จะผูกมัดให้ “จำนน” ได้นานแค่ไหน
•…และสำหรับ บางคนที่ว่าวางตัวเป็น “พญาอินทรีทางการเมือง” ชิงวิเคราะห์หนทางที่ “ถูกบังคับให้เดิน” ในมุมที่อยากให้คนคิดตามว่า “เป็นความดีงามต่อส่วนรวม” นั้น ก่อนหน้านั้นที่ “ข้อมูลลึกจำกัดการรับรู้ของผู้คน” การเลือกเฉพาะที่เป็นประโยชน์แก่ตัวเองมาชักจูงความคิดประชาชนให้เบี่ยงเบนไปทางเห็นดีเห็นงาม อาจจะทำได้ไม่ยาก แต่ในยุคสมัยที่ “การรับรู้ของผู้คนมีข้อจำกัดน้อยลง การสื่อสารถึงกันและกันมีมาก และเป็นอิสระมากขึ้น” เมื่อแสดงมาดของ “พญามังกร” อาจจะถูกมองด้วยสายตาที่จะสะท้อนความรู้สึกชวนตลกขบขัน เพราะยิ่งวิเคราะห์ก็ยิ่ง “เปลือยตัวเอง” ให้เห็นเหตุของ “อดีตที่ล้มเหลว” และ “เห็นแก่ได้” มากขึ้นเท่านั้น
ชโลทร

ผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตรและตัวแทนคณะกรรมการตัดสิน ร่วมแถลง

ลักษมีกานต์ อิงคะกุล บุตรสาวของ อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป
ณ ห้องแมจิก 1 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โดยมี พล.ต.หญิง ภาณุมาศ อุทัยเสน,
พชร ยุติธรรมดํารง, สอาด ศบศาสตราศร, เชิด สรรพนา, อนัคพล อิงคะกุล ร่วมแสดงความยินดี

สมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียง โดยมี องอาจ สุขเลิศกมล, ธนสมบัติ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา,
อำไพ หาญไกรวิไลย์, รวงทอง มาลากาญจน์, อรรคพันธ์ นะมาตร์, ศรัณย์ สุรสิทธินุสรณ์ ร่วมงาน ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย


เตชะมงคลาภิวัฒน์ พร้อมด้วยคณะกรรมการท่านอื่นๆ รวมถึงคณะผู้บริหารบริษัทเข้า
ร่วมชี้แจง ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ รัชดาฯ เมื่อเร็วๆ นี้

เทียบเท่า ผู้บริหารประเภทบริหารระดับสูงสามารถนำความรู้จากการเข้าร่วมอบรมในหลักสูตร โดยนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและการขับเคลื่อนนโยบายขององค์กร รวมถึงการประยุกต์การทำงานที่รองรับกับการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัล

แพทริค มันเธะ ผู้จัดการทั่วไป ร่วมจัดกิจกรรมปลูกพืชผักสวนครัว เนื่องในวันคุ้มครองโลก
เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสร้างจิตสำนึกการปลูกต้นไม้-พืชผักให้กับพนักงาน ที่เครือโรงแรม
ชาเทรียมและเรซิเดนซ์
