หลังจากเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งประเทศไทย ประกาศให้ “เกม” จัดเป็นกีฬาประเภท อี-สปอร์ต (E-sport : Electronic sport) อย่างเป็นทางการ พร้อมบรรจุให้เป็นกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ในปี 2018 ก่อให้เกิดเป็นกระแส
ที่คนพูดถึงเป็นอย่างมาก เพราะยังคงมีความเห็นบางส่วนแย้งว่า การเล่นเกมที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกาย ไม่สมควรถูกจัดเป็นกีฬา ส่วนวาทกรรมที่ว่า “เกมคือกีฬา” ก็เป็นเพียงแค่การจูงใจของนายทุนผู้สร้างเกม เพื่อทำให้เกมมีมูลค่ามากขึ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศไทยยอมรับให้เกมกลายเป็นกีฬา อี-สปอร์ต ก็ถือว่าเป็นประตูที่เปิดกว้างให้อุตสาหกรรมเกมได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยข้อมูลจาก NEWZOO (องค์กรวิจัยการตลาดเกม) ได้เปิดเผยผลสำรวจของตลาดเกมไทยว่าในปี 2561 มีผู้เล่นเกมในไทยถึง 18.3 ล้านคน และมีรายได้รวมจากธุรกิจเกมสูงถึง 1.9 พันล้าน
วันนี้เราจะมาร่วมเปิดอีกหนึ่งมุมมองต่ออนาคตวงการอี-สปอร์ตไทย กับ อาษา ตั้งจิตสมคิด หนึ่งในนักพัฒนาเกมของเมืองไทยที่ได้สร้าง “อาษาเฟรมเวิร์ค” ซึ่งเป็นฐานเทคโนโลยีในการพัฒนาเกม 2D และ 3D ที่สามารถคว้ารางวัลซอฟต์แวร์ดีเด่นจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) และยังเป็นหนึ่งในทีมผู้สร้างเกม Saros World เกมต่อสู้แนว 3D RPG (Role-Playing Game) ฝีมือคนไทยอีกด้วย

๐คิดอย่างไรกับการที่เกมกลายเป็นกีฬาอี-สปอร์ต
ผมว่ามันเป็นเรื่องมหัศจรรย์เลยนะ เป็นเรื่องที่ผมคิดในใจว่า โอ้โห! มันเป็นไปได้อย่างไรที่เกมได้รับการยอมรับถึงขนาดถูกบรรจุลงในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ต่อไปอาจจะก้าวไปถึงกีฬาโอลิมปิกได้ด้วย และผมมองว่าการที่เกมได้รับการยอมรับมากขึ้น จะช่วยเปิดโอกาสให้น้องๆ ที่มีความมุ่งมั่นในการเล่นเกมมีโอกาสทำในสิ่งที่รักมากขึ้นด้วย ถ้าถามว่าเกมควรถูกจัดเป็นกีฬาไหม เพราะมันไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายเหมือนกีฬาอื่นๆ อย่างพวกฟุตบอล ชกมวย ผมว่ามันเทียบกันไม่ได้ ถ้าจะใกล้เคียงคงเป็นพวกหมากรุก คือถือเป็นกีฬาอย่างหนึ่งที่เน้นการใช้กลยุทธ์ ใช้สมองในการเล่น
๐ทัศนคติในสังคมไทยยังคงมองว่าการเล่นเกมเป็นสิ่งไม่ดี
ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกก่อนว่า นักกีฬาอี-สปอร์ตกับเด็กติดเกม สองอย่างนี้ไม่เหมือนกันนะครับ สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างเด็กติดเกมกับนักกีฬาอี-สปอร์ตคือ เรื่องระเบียบวินัย เด็กติดเกมคือคนที่เล่นเกมไปเรื่อยๆ เพื่อความสนุกสนานแค่เพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้สนใจอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันหรือการพัฒนาการเล่นเกมให้ดีขึ้น แต่ถ้าเป็นนักกีฬาอี-สปอร์ต เขาต้องรับผิดชอบหน้าที่หลายอย่าง ต้องรู้จักแบ่งเวลาให้เป็น ทั้งเรียนทั้งเล่น และต้องเล่นเกมด้วยความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฝึกซ้อมในการเล่น ใครมีหน้าที่ไหนในเกม เช่น เป็นฝ่ายบุก ฝ่ายป้องกัน หรือฝ่ายวางแผน ก็ต้องฝึกทักษะให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นเด็กติดเกมกับนักกีฬาอี-สปอร์ต จึงมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ ซึ่งผมมองว่าการให้โอกาสเป็นสิ่งสำคัญ อย่าเพิ่งไปด่วนตัดสินว่าการเล่นเกมเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง เป็นขาวหรือเป็นดำในสังคม ให้โอกาสน้องๆ ที่เล่นเกมได้พิสูจน์ว่าอี-สปอร์ต ก็เป็นสิ่งที่สามารถสร้างรายได้ รวมทั้งสร้างอาชีพได้เช่นกัน
๐เด็กที่เล่นเกมไม่ได้ต้องการจะเป็นนักกีฬาอี-สปอร์ต หรือพัฒนาตัวเองจากการเล่นเกมทุกคน
ถูกครับ บางคนเขาก็แค่อยากเล่นเกมเพื่อความบันเทิงเฉยๆ ไม่ได้ต้องการเป็นนักกีฬาอี-สปอร์ตแต่ถ้าถามว่าจะทำอย่างไรกับกลุ่มคนที่ติดเกม ผมว่าเราไม่สามารถจัดการอะไรได้มาก การที่เราไปห้ามไม่ให้คนเล่นเกม ก็เท่ากับปิดช่องทางในอุตสาหกรรมเกมด้วย นักกีฬาอี-สปอร์ตหนึ่งคนกว่าที่จะฉายแววก็ต้องผ่านการเล่นเกมมามากพอสมควร ไม่ใช่ว่าเล่น 4-5 เดือนแล้วกลายเป็นเซียนได้เลย ดังนั้น ถ้าเราไปปิดกั้นไม่ให้คนเล่นเกม ก็กลายเป็นว่าเราจะมีโอกาสหานักกีฬาอี-สปอร์ตได้ยากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมเกมไม่เจริญเติบโต ไม่มีใครมาลงทุนกับการพัฒนาเกม ท้ายที่สุดประเทศไทยก็จะหยุดอยู่ที่เดิม คือ เป็นได้แค่ผู้เสพเกม ไม่ก้าวขึ้นไปเป็นผู้ผลิตเกมเหมือนประเทศอื่นๆ อย่างจีน หรือญี่ปุ่นสักที เพราะเรายังต้องมานั่งเถียงกันเรื่องเด็กติดเกมกับนักกีฬาอี-สปอร์ตอยู่เช่นเดิม
๐ถ้าอย่างนั้นในบทบาทของผู้ปกครองที่ไม่เข้าใจว่าลูกกำลังติดเกม หรืออยากจะเป็นนักกีฬาอี-สปอร์ต ควรทำอย่างไร
ผมว่ายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ การที่ไปสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด ผมไม่แนะนำ ผมมองว่าแทนที่เราจะไปห้าม เราใช้การสร้างเงื่อนไขบางอย่างเข้ามาแทน เช่น ถ้าคุณทำการบ้านเสร็จ คุณจะได้เล่นเกมที่คุณชอบ ถ้าคุณอ่านหนังสือเสร็จ คุณจะได้ในสิ่งที่ขอ ถ้าเด็กเข้าใจเรื่องตรงนี้ เขาก็จะสามารถเล่นเกมตามที่ต้องการ แต่ก็อาจจะไม่ใช่ทุกครอบครัวที่สามารถใช้การสร้างเงื่อนไขนี้ได้ เพราะทุกบ้านมีสภาพแวดล้อม การเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน วิธีที่ผมพูดจึงเป็นแค่แนวทางแนะนำให้ลองทำดูเท่านั้น
๐ตอนนี้ภาพรวมของอุตสาหกรรมเกมในประเทศไทยเป็นอย่างไร
ตอนนี้อุตสาหกรรมต้นทางของเกมในเมืองไทย เช่น แอนิเมชั่น หรือการพัฒนาเกม ยังไม่เติบโตพอที่จะทำให้เรากลายเป็นผู้ผลิตเกมออกสู่สังคมได้ ภาพตอนนี้มันเลยกลายเป็นว่าไทยเป็นประเทศโลกที่สามหรือประเทศที่กำลังพัฒนาอยู่ ยังเป็นเพียงแค่ผู้เสพเกมของต่างประเทศ เทคโนโลยีก็เอามาจากต่างประเทศ ดังนั้น มันจึงอยู่ในช่วงเริ่มต้นที่ต้องลุ้นว่าไทยจะก้าวจากการเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วได้ไหม
๐วงการอี-สปอร์ตในประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นอย่างไร
ในต่างประเทศ ธุรกิจกับอี-สปอร์ตเป็นสิ่งคู่กัน ขณะที่ประเทศไทยยังมีการถกเถียงประเด็นวาทกรรมที่ว่า “เกมคือกีฬา” เป็นแค่คำพูดสวยหรูที่ใช้เป็นเครื่องมือหาเงินของนายทุนผู้สร้างเกมหรือเปล่า ซึ่งผมว่ามันก็ใช่ เพราะวงการอี-สปอร์ตจะก้าวต่อไปได้ก็ต้องมีเงินมาลงทุน บริษัทผู้ผลิตเกมทำหน้าที่สร้างเกมขึ้นมา ดึงดูดให้คนมาเล่นโดยสนับสนุนเรื่องอี-สปอร์ตทำให้การเล่นเกมเป็นสิ่งที่มีมูลค่า คนก็อยากมาเล่นมากขึ้น อุตสาหกรรมเกมก็โตขึ้นเรื่อยๆ ยกตัวอย่างเช่นประเทศจีน ญี่ปุ่น เขามีการวางระบบอี-สปอร์ตที่เป็นรูปธรรม มีการฝึกซ้อมพื้นฐาน มีโค้ชเหมือนกีฬาชนิดอื่นๆ เขาก้าวจากการเล่นเกมเพื่อความสนุกเฉยๆ มาเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ ซึ่งมันก็คือธุรกิจทั้งหมด
๐ประเทศที่เกมได้รับการยอมรับอย่าง จีน ญี่ปุ่น มีทัศนคติเชิงลบต่อการเล่นเกมบ้างไหม
มีครับ เขาก็มีมุมมองคล้ายๆ กับประเทศไทย แต่สิ่งที่แตกต่างคือ มูลค่าตลาดธุรกิจเกมต่างประเทศมันใหญ่มาก เกมกลายเป็นเรื่องที่ทำเงินได้ เกิดเป็นอาชีพ เกิดเป็นรายได้ ทำให้สังคมเกิดคำถามเรื่องประโยชน์ของการเล่นเกมน้อยลง ทุกอย่างก็เลยลงตัว
๐ไทยจะมีโอกาสก้าวไปเป็นประเทศที่อุตสาหกรรมเกมพัฒนาแล้วอย่างต่างประเทศมากน้อยแค่ไหน
ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ผมตอบในฐานะที่ผมเป็นคนไทย (หัวเราะ) ผมคิดว่าเราจะสามารถเป็นเหมือนต่างประเทศได้ อย่างเมื่อก่อนคนที่คิดจะมาทำเกมหรือพัฒนาเกมเป็นอาชีพเนี่ย คนคนนั้นจะถูกมองในแง่ลบไปเลยนะ เพราะเมื่อก่อนเรายังมองว่าสร้างเกมเหรอ สร้างไปทำไม ไปทำอย่างอื่นดีกว่า แต่ตอนนี้เรามีหลักสูตรที่เปิดสอนเกี่ยวกับการสร้างเกมมากขึ้น ไทยมีการรับรองให้เกมกลายเป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ผมว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ ที่เราจะสามารถพัฒนาต่อไปได้
๐นานเท่าไหร่กว่าสังคมไทยจะสามารถยอมรับอี-สปอร์ตได้
ถ้าถามเป็นตัวเลขผมว่าน่าจะไม่เกิน 10 ปี เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเกมภายในประเทศไทยเชิงบวกมากขึ้น เมื่อคนในสังคมเริ่มเห็นว่ามันไม่ใช่สิ่งไร้สาระและสามารถสร้างรายได้ได้ เด็กติดเกมก็จะกลายเป็นผู้สร้างรายได้จากสิ่งที่เขารัก ทัศนคติของสังคมไทยที่มองว่าเกมไม่ดีก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปเอง เช่นแต่ก่อนเราจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ไปเต้นกินรำกิน จะเอาอะไรไปยั่งยืน” คนสมัยก่อนก็มองอาชีพที่เกี่ยวกับการแสดงในด้านลบ แต่พอเวลามันผ่านไปเรื่อยๆ วงการการแสดงเขาก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่า อาชีพนักร้องนักแสดงมันก็เลี้ยงตัวเองได้ วงการเกมก็เช่นกัน เพียงแต่ตอนนี้มันอยู่ในช่วงเริ่มต้น ก็เลยต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอีกสักระยะหนึ่ง

