วันนี้จะเล่าเรื่องเมฆออร์ต (Oort cloud)
1.วัตถุที่อยู่เลยวงโคจรของดาวเนปจูนออกไปมีสามประเภท
อย่างแรกคือ แถบไคเปอร์ เป็นแถบวัตถุแรกที่อยู่รอบนอกวงโคจรของดาวเนปจูน
ดาวพลูโตก็เป็นวัตถุหนึ่งในแถบไคเปอร์
ถัดออกไปเป็นแถบวัตถุที่เรียกว่า scattered disc
ถัดออกจาก scattered disc ออกไปจึงเป็นเมฆออร์ต
2.เมฆออร์ตไม่ใช่เมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า
แต่เมฆออร์ตเป็นกลุ่มวัตถุที่โคจรรอบดวงอาทิตย์โดยอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ ตั้งแต่เกือบ 1 ปีแสงจนถึง 3 ปีแสง
3.เมฆออร์ตมีองค์ประกอบหลักเป็นสารระเหยง่าย เช่น น้ำ,แอมโมเนีย,ไนโตรเจน,มีเทน ฯลฯ
แต่ทั้งหมดอยู่ในรูปของแข็งเพราะพวกมันโคจรห่างดวงอาทิตย์มากจึงเย็นจัดจนกลายเป็นของแข็ง
4.เมฆออร์ต (รูป 1) แบ่งเป็น 2 ประเภท คือเมฆออร์ตชั้นในที่กระจายเป็นแผ่น
และเมฆออร์ตชั้นนอกที่กระจายทั่วเป็นรูปทรงกลม
5.แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เกี่ยวกับเมฆออร์ตเป็นเพียงสมมุติฐานเท่านั้น
เพราะยังไม่เคยมีใครพบเห็นวัตถุที่เป็นเมฆออร์ตเลยแม้แต่ก้อนเดียว
6.แต่เมื่อศึกษาวิถีการโคจรของดาวหางคาบยาวซึ่งเป็นดาวหางที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยระยะเวลามากกว่า 200 ปี ทำให้นักดาราศาสตร์เชื่อว่าดาวหางเหล่านี้ควรจะมีถิ่นกำเนิดอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มาก

7.ในรูป 2 คือดาวหางเวสต์ (Comet West) มีคาบการโคจรยาวนานถึง 2 แสนห้าหมื่นปี หรืออาจยาวนานนับล้านปี
8.เนื่องจากเมฆออร์ตชั้นนอกสุดถูกแรงโน้มถ่วงอาทิตย์ยึดจับไว้อย่างหลวมๆ
ดาวฤกษ์ที่เคลื่อนที่ผ่านมาอาจส่งแรงโน้มถ่วงมารบกวนจนมันหลุดกระเด็นออกไปนอกระบบสุริยะ หรือหลุดเข้ามาในระบบสุริยะชั้นในจนกลายเป็นดาวหางคาบยาวนั่นเอง

9.ผู้ตั้งสมมุติฐานเกี่ยวกับเมฆออร์ต เป็นนักดาราศาสตร์ชาวดัตช์ ชื่อแจน ออร์ต (Jan Oort) (รูป 3)
10.ปัจจุบันนักดาราศาสตร์วางแผนจะศึกษาเมฆออร์ตด้วยการส่งยานอวกาศไปโคจรรอบดวงอาทิตย์ในภารกิจ Whipple mission
11.ยานอวกาศในโครงการนี้จะสังเกตการณ์วัตถุในแถบไคเปอร์และเมฆออร์ตด้วยการสังเกตแสงของดาวฤกษ์ไกลโพ้นที่ลดความสว่างลงเล็กน้อยเมื่อมีวัตถุเคลื่อนที่ตัดผ่าน แน่นอนว่าอุปกรณ์ตรวจจับแสงต้องละเอียดอ่อนอย่างมาก
12.วัตถุที่อยู่ในเมฆออร์ตนั้นเกิดขึ้นมานานนับตั้งแต่กำเนิดระบบสุริยะโดยไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย
มันจึงเป็นเหมือนฟอสซิลที่เก็บข้อมูลของระบบสุริยะชั้นนอกไว้เป็นอย่างดี
13.อย่างไรก็ตาม ภารกิจนี้อยู่ในขั้นพัฒนาและรอการอนุมัติในขั้นต่อไปในอนาคต
อาทิตย์หน้ามาติดตามกันต่อนะครับ
ว่าผมจะนำเรื่องอะไรในเอกภพอันกว้างใหญ่มาเล่าให้ฟังอีก

