‘เอปสัน’ เผยโฉมนวัตกรรมรีไซเคิลกระดาษ ย้ำจุดยืนสร้างองค์กรรักษ์โลก

เอปสัน ผู้นำเทคโนโลยีด้านการพิมพ์แห่งโลกธุรกิจ ได้จัดงาน B2B Ignite ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นงานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพองค์กรและช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยมีบริษัทกว่า 100 แห่ง ได้นำนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเข้าร่วมจัดแสดงที่หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์

นายอันโดะ มูเนะโนริ

โดยภายในงาน นายอันโดะ มูเนะโนริ กรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอปสัน สิงคโปร์ ได้กล่าวว่า “ปัจจุบัน สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนกลายเป็นประเด็นสำคัญที่องค์กรธุรกิจทั่วโลกหันมาใส่ใจ ทั้งในเรื่องการลดการใช้พลังงานและช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อน การรีไซเคิลกระดาษคืออีกหนึ่งประเด็นที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมาก ซึ่งกระบวนการแบบดั้งเดิมต้องอาศัยการคัดแยกกระดาษที่ใช้แล้วด้วยมือ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายกระดาษจำนวนมากไปยังโรงงานรีไซเคิล ซึ่งใช้น้ำและพลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาลในกระบวนการรีไซเคิล”

“เอปสันได้พัฒนาเครื่องรีไซเคิลกระดาษเครื่องแรกของโลก ใช้ชื่อว่า ‘PaperLab’ ที่มีระบบการผลิตกระดาษแบบแห้ง ซึ่งจะช่วยทุกสำนักงานประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพียงนำกระดาษที่ใช้แล้วใส่เข้าไปใน PaperLab ในไม่กี่นาทีก็จะได้กระดาษใหม่ออกมาใช้ ซึ่งทุกขั้นตอนจะทำได้อย่างรวดเร็วและไม่ซับซ้อน อีกทั้งเครื่องนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้น้ำเป็นองค์ประกอบในกระบวนการผสานเยื่อกระดาษใหม่ จึงช่วยประหยัดการใช้น้ำอีกด้วย ปัจจุบัน PaperLab มีใช้ในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ซึ่งอีกไม่นานก็จะออกวางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย และในอนาคตก็จะถูกพัฒนาขึ้นให้มีขนาดเล็กลงและราคาที่ถูกลงได้”

นอกจากนี้ นวัตกรรมที่ถูกนำมาจัดแสดงในงาน B2B Ignite ยังเผยให้เห็นถึงความพยายามของในการผลักดันให้มีการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำลดลงอย่างชัดเจน โดยเอปสันได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์อิงค์เจ็ตพรินเตอร์รุ่นใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นเครื่องที่ไม่ใช้ความร้อนในกระบวนการพิมพ์ (heat free) เช่น รุ่น Epson WorkForce Enterprise WF-C20590 ซึ่งเป็นพรินเตอร์เทคโนโลยีการพิมพ์อิงค์เจ็ตที่ใช้พลังไฟฟ้า และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าถึง 85% เมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ อีกทั้งยังมีปริมาณของเสียน้อยกว่าเลเซอร์พรินเตอร์ถึง 59% รวมถึงผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพรินเตอร์เชิงพาณิชย์สำหรับการพิมพ์สิ่งทอ ซึ่งเอปสันได้นำพรินเตอร์หน้ากว้างที่ช่วยลดการใช้น้ำได้มากถึง 60% ไม่ก่อให้เกิดมลพิษจากสารเคมี ทั้งยังลดการใช้พลังงานไฟฟ้ามากถึง 55% ด้วย

นายอันโดะกล่าวว่า “เอปสันต้องการที่จะนำเสนอเครื่องมือที่ดีที่สุดให้กับองค์กรธุรกิจในแต่ละประเทศ เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน โดยบริษัทฯ ได้ลงทุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในด้านการวิจัยและพัฒนาโซลูชั่นเพื่อองค์กรธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่เอสเอ็มอีไปจนถึงบริษัทข้ามชาติ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี เพราะเป็น กลุ่มที่มีขนาดใหญ่ คิดเป็นสัดส่วน 99% ของกลุ่มลูกค้าองค์กรของเอปสันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโซลูชั่นของเอปสันจะเน้นที่ประสิทธิภาพการทำงานที่สามารถรองรับปริมาณงานจำนวนมาก แต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและการใช้พลังงานในสำนักงาน อีกทั้งบริษัทยังเดินหน้าผลักดันให้องค์กรธุรกิจหันมาใช้อิงค์เจ็ตพรินเตอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าเลเซอร์พรินเตอร์และพรินเตอร์ระบบอนาล็อก หรือจากโปรเจ็กเตอร์ที่ใช้หลอดภาพมาเป็นเลเซอร์โปรเจ็กเตอร์ และการใช้หุ่นยนต์แขนกลเพิ่มขึ้นในโรงงานการผลิต”

“ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนจะกลายเป็นหนึ่งในตัววัดผลการดำเนินงานขององค์กรธุรกิจ ผู้คนจะไม่เพียงมองแต่ตัวเลขผลประกอบการ แต่จะหันมาพิจารณาจากการที่ธุรกิจสามารถช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคมได้อย่างไร” นายอันโดะกล่าวสรุป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ร้องเอาผิดเท้าแชร์”อัญชิษฐา”เบี้ยวหนี้กว่า 10 ล.
บทความถัดไปพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ประกาศนโยบายและแผนความมั่นคงแห่งชาติ