SAS ร่วมกับ AWS และ Google Cloud รุกขยายบริการวิเคราะห์ข้อมูลบนคลาวด์

SAS ร่วมกับ AWS และ Google Cloud รุกขยายบริการวิเคราะห์ข้อมูลบนคลาวด์

SAS มุ่งสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าใช้ระบบวิเคราะห์ขั้นสูงให้สามารถทำงานได้ทุกพื้นที่ที่ลูกค้าใช้เก็บข้อมูลอยู่ หลังแซสร่วมมือกับบริษัทไมโครซอฟท์ ในฐานะพันธมิตรธุรกิจ เปิดตัวแพลตฟอร์ม SAS Viya ในระบบ Microsoft Azure ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน ล่าสุด แซส ประกาศยกระดับมาตฐานการให้บริการและเพิ่มขีดความสามารถให้สูงขึ้น พร้อมสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อรองรับการทำงานแอพพลิเคชันใหม่ๆ ร่วมกับ Amazon Web Services และ Google Cloud และจะตามมาด้วยแพลตฟอร์ม Red Hat OpenShift ภายในปีนี้

จากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ระบุว่าตลาดด้านการใช้งานระบบคลาวด์สาธารณะของบิ้กดาต้าและระบบซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ในรายงาน Worldwide Big Data and Analytics Software Forecast ระหว่างปี 2563–2567 ของบริษัท IDC ระบุว่า การใช้งานระบบคลาวด์สาธารณะคิดเป็น 30.5% ของตลาดซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ทั้งหมดในปี 2562 และคาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตโดยเฉลี่ยราว 23.2% ต่อปีไปจนถึงปี 2567 เมื่อเทียบกับการใช้ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งอยู่ภายในองค์กรและแบบอื่นๆที่มีแนวโน้มลดลงเฉลี่ย -1.2% ต่อปี ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวยังชี้ให้เห็นว่า องค์กรใด ๆ ก็ตามที่นำเทคโนโลยีนี้มาประยุกต์ใช้ล่าช้าอาจประสบกับความยากลำบากมากกว่าเมื่อเทียบกับองค์กรที่เริ่มใช้ระบบดังกล่าวมาก่อนหน้านี้

มร. เจย์ อัพเชิร์ช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศ (CIO) บริษัท แซส กล่าวว่า “การวิเคราะห์ข้อมูลบนระบบคลาวด์คือสิ่งที่ลูกค้าของเราต้องการ บริษัทแซสภูมิใจที่ได้ร่วมบุกเบิกกับไมโครซอฟท์ และแพลตฟอร์ม SAS Viya สามารถทำงานได้บน Microsoft Azure ซึ่งเราเคารพการตัดสินใจของลูกค้าในการเลือกผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่นๆ ด้วย มากไปกว่านั้นคือบริษัทแซสต้องการช่วยให้ลูกค้าได้ใช้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนระบบคลาวด์ที่มีอยู่เดิมให้สามารถขับเคลื่อนการใช้งานวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และระบบ SAS Cloud ที่ใช้งานบนระบบ Microsoft Azure นั้นมีอัตราการเติบโตถึง 34% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนกับไตรมาสที่ 1 ปี 2564”

ด้าน Ritu Jyoti รองประธานโครงการ Worldwide AI and Automation Research Practice บริษัท IDC กล่าวว่า ทาง IDC คาดว่าบริษัทแซส มีแผนจะขยายระบบคลาวด์เพิ่มมากขึ้น เพราะบริการดังกล่าวกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าแซสนั้นมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนลูกค้าไม่ว่าจะเลือกใช้ระบบใดก็ตาม อีกทั้งการขยายบริการไปยัง Amazon Web Services และ Google Cloud ยิ่งทำให้แพลตฟอร์ม SAS Viya มีความพร้อมให้บริการแก่ผู้ใช้มากขึ้น”

SAS มุ่งมั่นให้บริการลูกค้าที่ไม่มีใครทัดเทียม

“ในปีที่ผ่านมา บริษัทต่างๆได้เปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น ปรับตัวให้เข้ากับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วแตกต่างไม่เหมือนใคร และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลนั้นต้องอาศัยการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยระบบการวิเคราะห์” มร. ไบรอัน แฮริส หัวหน้าฝ่ายสารสนเทศ บริษัทแซส กล่าว “ลูกค้าจะมีทางเลือกเพิ่มขึ้น อีกทั้งเรายังควบคุมการประยุกต์ใช้ระบบวิเคราะห์ระดับโลกได้ทุกที่และทุกขนาดทั่วทั้งองค์กรของพวกเขา เพราะแพลตฟอร์ม SAS Viya สามารถขยายรูปแบบการใช้งานกับผู้ให้บริการคลาวด์ได้หลากหลายมากขึ้น”

กลุ่มลูกค้าที่นำแพลตฟอร์ม SAS Viya บนระบบคลาวด์ไปใช้จนเกิดประโยชน์สูงสุด ได้แก่ Axcess Financial Banca Progetto ศูนย์บริหารจัดการแบบไม่แสวงหากำไร (CNM) มูลนิธิ COPD Gavilon Group Georgia-Pacific ทีม Orlando Magic และ มหาวิทยาลัยเท็กซัส ที่เมืองอาร์ลิงตัน

• มูลนิธิปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ได้เร่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำมาใช้รักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีราคาเข้าถึงได้ มูลนิธิฯจึงจำเป็นต้องสำรวจข้อมูลทั้งที่ไม่มีโครงสร้าง การระบุตัวตนรูปแบบต่าง ๆ และรายงานผลที่เป็นรูปธรรมเพื่อนำไปใช้ได้ดียิ่งขึ้น โดยมูลนิธิฯได้เลือกแพลตฟอร์มของแซส เพื่อประมวลผลข้อความภายในองค์กร “เมื่อเราเลือกใช้แพลตฟอร์มแซส เราต้องการให้โซลูชันของแซสมาบริหารสภาพแวดล้อมในระบบคลาวด์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เราใช้งานร่วมกับโซลูชั่น Pinnacle และใช้โครงสร้างพื้นฐานของ Amazon Web Services เพื่อสนับสนุนการทำงานของแพลตฟอร์มแซส” มร. Vincent Malanga ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศของมูลนิธิปอดอุดกั้นเรื้อรัง “แม้ว่าจะมีจำนวนข้อมูลมากมายเข้า ๆ ออก ๆ อยู่ตลอดเวลา แต่ทุกอย่างก็สามารถดำเนินไปอย่างราบรื่น และเราก็ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีมาก”

• บริษัท Gavilon Group เป็นบริษัทจัดการสินค้าโภคภัณฑ์ กล่าวว่า การวิเคราะห์ข้อมูลบนระบบคลาวด์สามารถใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งนี้เพื่อการให้บริการแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เราจำเป็นต้องจัดการข้อมูลจำนวนมากและต้องคำนวณความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ รวมทั้งปรับให้เข้ากับเข้ากับสถานการณ์ใหม่ ๆ ในตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา” มร. Tony Vojslavek ประธานเจ้าหน้าที่บริหารความเสี่ยง บริษัท Gavilon Group กล่าวและเสริมว่า “เราได้ร่วมงานกันกับแซสมาเป็นเวลานาน และได้ย้ายระบบไปที่แพลตฟอร์ม SAS Cloud บน Azure เพื่อกำหนดทิศทางของบริษัทในอนาคตและลดภาระงาน รวมถึงต้นทุนการดำเนินงาน ดังนั้นเราจึงรีบเปลี่ยนมาใช้ทันทีโดยแทบไม่ต้องคิดอะไรมาก ยิ่งกว่านั้นเรากำลังเปลี่ยนถ่ายการสนับสนุน การอัปเกรดเซิร์ฟเวอร์ และการตรวจสอบแอปพลิเคชันไปยังแพลตฟอร์ม SAS รวมถึงจะได้รับประโยชน์จากคุณสมบัติและกระบวนการปรับปรุงรูปใหม่ ๆ ในแพลตฟอร์ม SAS Viya อีกด้วย” โดยมร. Vojslavek ได้เล่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราวของ Gavilon Group ในระหว่างการประชุม SAS Global Forum ในหัวข้อ Gavilon: การเร่งบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการเกษตรกรรมด้วยระบบการวิเคราะห์ขั้นสูงในระบบ SAS® Cloud.

• ทีม Orlando Magic ใน NBA กำลังย้ายจากข้อมูลขนาดใหญ่ไปสู่ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ด้วยการใช้งานระบบคลาวด์ของ แซส Visual Data Mining และ Machine Learning ที่ขับเคลื่อนโดย SAS Viya บน AWS โดยทีมจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บมาตลอด 20 ปีจากแหล่งข้อมูลมากกว่า 18 แหล่งจากผู้เล่น 100,000 คน มร. David Bencs ผู้อำนวยการฝ่ายระบบวิเคราะห์การเล่นบาสเก็ตบอลกล่าวว่า “การประมวลผลในหน่วยความจำของแพลตฟอร์ม SAS Viya จะช่วยให้เราวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและระบบ Machine Learning จะช่วยให้เข้าใจข้อมูลในระดับที่ลึกขึ้น โดยอาจจะต้องย้อนกลับมาดูการแข่งขันหลายร้อยชั่วโมง ซึ่งตอนนี้ก็กลายเป็นปัญหาง่าย ๆ ไปเสียแล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ศิริกัญญา’ ชำแหละร่างพปชร. แก้ ม.144-185 เปิดช่อง ‘ส.ส.-ส.ว.’ รุมทึ้งงบใช้หาเสียงลต. แถมโกงแล้วเอาผิดไม่ได้
บทความถัดไปIRPC เดินหน้า “เปลี่ยน เพื่อ ปัน” ส่งมอบชุด PPE และแอลกอฮอล์ให้นักรบชุดขาว