Vertiv ชูผลงานวิจัยโมเดลมาตรฐานสำหรับการประยุกต์ใช้โครงสร้างพื้นฐานของเอดจ์

Vertiv ชูผลงานวิจัยโมเดลมาตรฐานสำหรับการประยุกต์ใช้โครงสร้างพื้นฐานของเอดจ์

Vertiv (NYSE: VRT) ผู้ให้บริการระดับโลกด้านโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่สำคัญและโซลูชันความต่อเนื่องได้เผยผลโครงการวิจัยเชิงลึกเรื่องการกำหนดโมเดลโครงสร้างพื้นฐานของเอดจ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานแนวทางในการประยุกต์ใช้ระบบเอดจ์ คอมพิวติ้งในกลุ่มองค์กรให้สูงยิ่งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการปรับลดต้นทุนและย่นระยะเวลาในการประยุกต์ใช้งาน

รายงาน ต้นแบบเอดจ์ 2.0 : โมเดลโครงสร้างพื้นฐานของเอดจ์ที่พร้อมสำหรับการประยุกต์ใช้ (Edge Archetypes 2.0: Deployment-Ready Edge Infrastructure Models) อิงจากการวิจัยและอนุกรมวิธานต้นแบบเรื่องเอดจ์ ซึ่งทาง Vertiv ได้เผยแพร่ในวงอุตสาหกรรมเมื่อปี 2561 งานวิจัยชิ้นใหม่นี้ได้จัดประเภทไซต์ของเอดจ์ โดยอิงจากหลายปัจจัย ได้แก่ ตำแหน่งและสภาพแวดล้อมภายนอก จำนวนแร็ค (Rack) ความต้องการใช้พลังงานและความพร้อมใช้งาน การเช่าไซต์ โครงสร้างพื้นฐานแบบพาสซีฟ ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานของเอดจ์ และจำนวนไซต์ที่จะประยุกต์ใช้เอดจ์

เอดจ์บนอุปกรณ์ : การประมวลผลจะอยู่ที่อุปกรณ์ปลายทาง ไม่ว่าจะติดตั้งมาพร้อมกับอุปกรณ์หรืออยู่ในรูปแบบสแตนด์อโลนที่ติดอยู่กับอุปกรณ์โดยตรง เช่น อุปกรณ์ AR/VR หรือสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ
เอดจ์ขนาดเล็ก : โซลูชันแบบสแตนด์อโลนขนาดเล็กที่มีขนาดตั้งแต่หนึ่งหรือสองเซิร์ฟเวอร์จนถึงสี่แร็ค สามารถใช้งานได้ที่ไซต์ในองค์กรหรืออาจนำไปใช้ที่ไซต์ของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ หรือจะใช้งานทั่วไปก็ได้ เช่น การบริหารจัดการสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์และตู้เก็บอุปกรณ์เครือข่ายในสถานศึกษา เป็นต้น
เอดจ์ดาต้า เซ็นเตอร์แบบกระจายตามแหล่งต่าง ๆ : อาจเป็นดาต้า เซ็นเตอร์แบบ On Premise หรือตั้งอยู่ภายในองค์กร(ไม่ว่าจะเป็นดาต้า เซ็นเตอร์ขององค์กรที่มีอยู่ก่อนแล้วหรือห้องเครือข่ายหรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกแบบสแตนด์อโลนรุ่นใหม่) นอกจากนี้อาจเป็นดาต้า เซ็นเตอร์หรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกแบบโคโลเคชันขนาดเล็กตามสถานที่ต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในเครือข่ายของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือหรือที่ไซต์ในภูมิภาค ปัจจุบันเอดจ์ดาต้า เซ็นเตอร์แบบกระจายตามแหล่งต่าง ๆ พบเห็นได้ทั่วไปในอุตสาหกรรมการผลิต โทรคมนาคม การดูแลสุขภาพ และการประยุกต์ใช้ระบบเมืองอัจฉริยะ (Smart City)
เอดจ์ดาต้า เซ็นเตอร์แบบภูมิภาค คือดาต้า เซ็นเตอร์ที่เป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ตั้งอยู่นอกศูนย์กลางดาต้า เซ็นเตอร์หลัก เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วอุปกรณ์อำนวยความสะดวกประเภทนี้ออกแบบขึ้นเพื่อโฮสต์โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลโดยเฉพาะ โดยมีคุณสมบัติหลายอย่างเหมือนกับดาต้า เซ็นเตอร์แบบไฮเปอร์สเกล เช่น มีการปรับสภาพและควบคุม มีความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือสูง เป็นต้น ซึ่งโมเดลนี้ส่วนใหญ่จะนำไปประยุกต์ใช้กับการขายปลีก และทำหน้าที่เป็นไซต์กลางประมวลผลข้อมูล

การเปิดตัวต้นแบบเอดจ์เมื่อสามปีที่แล้วนั้นทำให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับเอดจ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งนับว่าการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดย Vertiv ได้รวบรวมข้อมูลจากทั่วทั้งอุตสาหกรรม เพื่อจัดประเภทการใช้งานเอดจ์ องค์กรจึงได้ไม่ต้องเสียเวลาพิจารณาว่าจะประยุกต์ใช้เอดจ์ในแต่ละครั้งอย่างไร ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา องค์กรและคณะทำงานในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ก็ทำงานควบคู่กันไปในการสร้างกระบวนการและเทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐานเพื่อยกระดับความเข้าใจและประสิทธิภาพของเอดจ์มากยิ่งขึ้นซึ่ง Vertiv ก็ได้เข้าไปร่วมงานอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นโมเดลโครงสร้างพื้นฐานของเอดจ์ล่าสุดดังกล่าวจะยิ่งช่วยทำให้เกิดความเข้าใจอย่างเป็นระบบในอนาคต

คุณ Martin Olsen รองประธานฝ่ายกลยุทธ์และการเปลี่ยนโฉมด้วยเอดจ์ระดับสากลกล่าวว่า “ในขณะที่เอดจ์เติบโตเต็มที่ รวมถึงไซต์ของเอดจ์ขยายตัวและมีความซับซ้อนมากขึ้น จึงจำเป็นต้องสร้างโมเดลโครงสร้างพื้นฐานของเอดจ์เพื่อยกระดับมาตรฐานและการออกแบบอุปกรณ์เอดจ์ เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน รวมถึงย่นเวลาในการประยุกต์ใช้เอดจ์ขึ้นได้อีก มากกว่านั้นแม้ว่าไซต์ของเอดจ์ยังคงต้องปรับแต่งบางอย่างเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการเฉพาะของผู้ใช้งาน แต่โมเดลเหล่านี้จะช่วยทำให้กลุ่มธุรกิจสามารถเลือกประเภทของเอดจ์ได้สะดวกขึ้น และยังแสดงถึงความสามารถในการทำซ้ำของเอดจ์ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมของเอดจ์ งานวิจัยชิ้นนี้จึงมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีหน้าที่ระบุคุณสมบัติ (specifier) เช่น บริษัทที่ทำงานร่วมกับผู้ผลิต (Channel partner) และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการไอที”

งานวิจัยได้พัฒนาขึ้นด้วยการสนับสนุนจากบริษัทวิเคราะห์ STL Partners โดยวิจัยได้ระบุชัดเจนว่า ไซต์เอดจ์จะต้องมีการปรับแต่งโดยอาจอ้างอิงจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ สภาพแวดล้อม Use Case อุปกรณ์รุ่นเก่า ความปลอดภัยและการบำรุงรักษา การดำเนินงานของดาต้า เซ็นเตอร์ในองค์กร และความสามารถในการสื่อสาร อย่างไรก็ตามการปรับเปลี่ยนหลายอย่างอาจเกิดขึ้นได้ภายในแนวทางของโมเดลโครงสร้างพื้นฐานของเอดจ์ แต่ก็ไม่ควรปรับเปลี่ยนให้ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ในโมเดล

คุณ Dalia Adib ผู้อำนวยการฝ่ายให้คำปรึกษาและหัวหน้าโครงการเอดจ์คอมพิวติ้งของ STL Partners กล่าวว่า “การนำโมเดลโครงสร้างพื้นฐานทั้ง 4 แบบมาใช้ กลุ่มธุรกิจที่ใช้เอดจ์ทั่วทั้งระบบนิเวศจะได้รับประโยชน์มหาศาล เช่น สามารถเร่งให้เกิดกลยุทธ์แบบ Go To Market และเร่งให้เกิดการประยุกต์ใช้เอดจ์ในไซต์ต่าง ๆ เป็นต้น ตลาดเอดจ์กำลังเติบโต และจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ถ้าเราเริ่มสร้างมาตรฐานหนึ่งให้เกิดขึ้นในวงการของเราเพื่อใช้อธิบายเอดจ์”

การวิจัยยังตรวจสอบข้อกำหนดด้านโครงสร้างพื้นฐานของเอดจ์ในแวดวงธุรกิจเฉพาะ (Verticals) ที่สำคัญบางประการ เช่น ในภาคการผลิต การค้าปลีก และโทรคมนาคม และยังประเมินโมเดลโครงสร้างพื้นฐานของเอดจ์ตามที่ได้กำหนดเอาไว้ด้วย นอกเหนือจากการระบุโมเดลโครงสร้างพื้นฐานของเอดจ์แล้ว ในรายงานยังให้คำแนะนำสำหรับองค์กรและผู้ให้บริการโซลูชันว่าควรจะประยุกต์ใช้โครงสร้างพื้นฐานของเอดจ์อย่างไรอีกด้วย

Vertiv ยังได้พัฒนาเครื่องมือออนไลน์เพื่อช่วยเหลือลูกค้า บริษัทที่ทำงานร่วมกับผู้ผลิต และบุคคลอื่น ๆ ที่สนใจวางแผน เลือกใช้และประยุกต์ไซต์ของเอดจ์ โดยจะช่วยพิจารณาว่าโมเดลโครงสร้างพื้นฐานใดเหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละราย โดยท่านสามารถอ่านงานวิจัยและศีกษาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องมือนี้ได้ที่ Vertiv.com/EdgeArchetypes-Asia

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon