นักวิชาการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แนะคนไทยสร้างภูมิต้านทานภัยไซเบอร์ ป้องกันความเสียหาย

น.ส.มลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

นักวิชาการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แนะคนไทยสร้างภูมิต้านทานภัยไซเบอร์ ป้องกันความเสียหาย

น.ส.มลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามาส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนไทย ทำให้เข้าสู่สังคมดิจิทัลมากขึ้น มีการทำกิจกรรมต่างๆ บนโลกออนไลน์ นอกจากจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆขึ้นมารองรับแล้ว ขณะเดียวกันก็มีความไม่ปลอดภัยและความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นด้วย จากบรรดามิจฉาชีพที่แสวงหาประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้นจึงต้องมีการยกระดับความรู้และความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับภัยต่างๆ ในโลกออนไลน์ที่มีหลากหลายรูปแบบ และวิธีรับมือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย

ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นประชาชนส่วนใหญ่ ที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้คือ การขโมยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเข้าถึงบัญชีบัตรเดบิต และบัตรเครดิต ดูดเงิน หรือโอนเงินออกไปสร้างความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งต้นเหตุมาจากการที่มิจฉาชีพแฮกข้อมูลจากเว็บไซต์และบริการต่างๆ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวัง ไม่ให้ข้อมูลสำคัญกับเว็บไซต์หรือบริการใดๆ หากไม่จำเป็น และหมั่นตรวจสอบยอดสเตตเมนต์ทุกวัน วันละอย่างน้อย 1 ครั้งเมื่อพบการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ หรือต้องสงสัยให้รีบต่อต่อธนาคารเพื่อทำการปฏิเสธการใช้งานดังกล่าว รวมทั้งหมั่นเปลี่ยนรหัสผ่าน รับการแจ้งเตือนการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ และการป้องกันไม่ให้ผู้บริการจดจำ หรือบันทึกเลขสามหลักหลังบัตรได้

อีกปัญหาที่เกิดขึ้นมาในสังคมอย่างยาวนาน ก็คือ การปลอมเพจ หรือสวมรอยแชต หลอกโอนเงิน ซึ่งหากได้รับข้อความยืมเงินจากเพื่อนในสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างความเดือดร้อนต่างๆ ให้ตรวจสอบก่อนโอนเงิน โดยอาจตรวจสอบจากช่องทางอื่น ๆ เช่นโทรศัพท์ เพื่อยืนยันตัวตน เป็นต้น

ปัญหาสุดท้ายคือ อีเมล์ หรือลิงก์หลอกลวง แอบอ้างจากองค์กรต่างๆ ส่งมายังผู้รับ เช่น ธนาคารพาณิชย์ หรือดปรโมชันร้านค้า หรือบริการชื่อดัง เพื่อหลอกให้ทำธุรกรรมผ่านอีเมล์ หรือกรอกข้อมูลสำคัญของบุคคลนั้นๆ เช่น หมายเลขบัตรเครดิต เป็นต้น โดยให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพแล้วโทรศัพท์ตรวจสอบกับองค์กรนั้นๆ โดยตรง

นอกจากนี้ยังมีอีเมล์ที่ฝังโปรแกรมทำลายคอมพิวเตอร์เพื่อเรียกค่าไถ่ ดังนั้น หากพบมีอีเมล์ต้องสงสัยจากบุคคลที่ไม่ได้เป็นผู้ติดต่อ หรือหากรอการติดต่อจากองค์กรใด ให้ตรวจสอบให้ดีก่อนคลิกและกรอกข้อมูล ซึ่งจะช่วยให้ปลอดภัยมากขึ้น

“ที่สำคัญคือต้องหมั่นอัพเดตข่าวสารด้านเทคโนโลยี และติดตามข่าวจากสำนักข่าวหลักที่เชื่อถือได้  ก็จะช่วยสร้างภูมิต้านทานไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ” น.ส.มลฤดีกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon