คอมมาร์ต กลับมาอีกครั้งปลายปี กับการจัดงานแบบ “นิวนอร์มอล”
ถือเป็นงานจัดแสดงและขายของด้านเทคโนโลยี ประจำปีที่ต้องมีทุกปี สำหรับงาน “คอมมาร์ต” ซึ่งปกติ จะจัดปีละ 3 ครั้ง แต่เมื่อเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ต้องเว้นวรรคไป เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 หลังจากต้นปีจัดไปแล้วรอบหนึ่ง
และมาปลายปีนี้ ก็ได้จังหวะพอเหมาะพอเจาะ สำหรับการจัดงานคอมมาร์ตปลายปี ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และทางการเริ่มผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดต่างๆ ทำให้ เออาร์ไอพี ผู้จัดงานคอมมาร์ต สามารถจัดงานคอมมาร์ตปลายปีได้
เพียงแต่จะต้องมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น
นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เออาร์ไอพี กล่าวว่า หลังจากงานคอมมาร์ตช่วงกลางปี มีอันต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่ดีขึ้น แต่มาถึงช่วงปลายปี ได้จังหวะ สำหรับการจัดคอมมาร์ตปลายปี จึงนำมารวมกันไว้ช่วงปลายปีทีเดียว คือตั้งแต่ 25-28 พฤศจิกายน 2564 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยงานนี้ยังคงได้รับความร่วมมืออย่างดีจากบรรดาพันธมิตรแบรนด์ดังทั้งหลายเช่นเคย
ในส่วนของรายละเอียดของการจัดงานในปีนี้ นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีทีและการจัดงาน บมจ.เออาร์ไอพี เปิดเผยว่า งานคอมมาร์ตครั้งนี้ ชื่องานว่า “COMMART BRIGHT” มันจ้า..ซะเหลือเกิน ถือเป็นการจัดงานที่มีโจทย์ใหญ่อยู่ 2 อย่างคือ 1. ทำอย่างไรให้คนมา แม้รู้ว่า และ 2.เมื่อมาแล้ว จะทำอย่างไร ให้ทุกคนปลอดภัย ในช่วงสถานการณ์ตอนนี้
ซึ่งแต่เดิมนั้น ทุกคนสามารถเดินมางานได้เลย เข้างานได้อย่างเต็มที่ แต่ครั้งนี้ จะต้องมีการจัดระเบียบการเข้างาน โดยจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้าเอาไว้ผ่านแอพพลิเคชั่น ที่คาดว่าจะมีราว 25-30 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้เข้างานในแต่ละรอบ และอีกส่วนหนึ่งก็จะเปิดให้คนทั่วไปสามารถวอล์กอินเข้างานได้ แต่จะต้องกำหนดเป็นรอบๆไป แต่ละรอบ หากรวมทั้งคนลงทะเบียนและคนที่วอล์กอินเลย ก็จะได้ไม่เกินประมาณ 2,000 คน เนื่องจากมีข้อกำหนดเรื่องของการเว้นระยะห่างกันอยู่ โดยจะมีการติดสติกเกอร์เป็นสีๆ ในแต่ละรอบ เพื่อกำหนดจำนวนคนเข้าในแต่ละรอบ
นอกจากนี้ ก็จะมีการตรวจวัดอุณหภูมิของผู้ที่เข้างานทุกคน และทางไบเทคเอง ก็จะมีการทำความสะอาดตามจุดต่างๆอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในห้องน้ำ มีเจลแอลกอฮอล์ตั้งบริการไว้ตามจุดต่างๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่ในงานทุกคนจะฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม
ในส่วนของการซื้อสินค้านั้น ส่วนใหญ่ก็ต้องมีการจัดเตรียม ทดสอบสินค้า ซึ่งก็จะจัดเตรียมพื้นที่สำหรับนั่งรอไว้รอบนอก เพื่อไม่ให้เกิดความแออัดกันขึ้นภายในบริเวณที่ซื้อขายสินค้า และแต่ละรอบอยากให้ผู้เข้าชมงานอยู่ไม่เกิน 2 ชั่วโมง โดยอาจจะมีการมอบสิทธิในการจอดรถฟรี สำหรับผู้ที่อยู่ไม่เกิน 2 ชั่วโมง
อีกหนึ่งบริการที่น่าสนใจในยุคโควิด-19 แบบนี้ คือ “คอมมาร์ต รับหิ้ว” คือการให้ลูกค้าแอดไลน์ของทางคอมมาร์ตไป เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของคอมมาร์ตซื้อสินค้าและส่งให้ถึงบ้าน สามารถปรึกษาถึงรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า เหมือนกับเมื่อก่อนที่จะมีบายเออร์ไกด์อยู่หน้างาน แต่ตอนนี้ ก็อัพเกรดมาเป็นให้บริการทางไลน์แอด ที่จะช่วยให้คำปรึกษาและซื้อสินค้าให้ ส่งให้ โดยบวกค่าบริการเพียง 100 บาท ส่วนค่าส่งก็จะไม่ได้สูงมาก ใช้บริการของทางแอดไวซ์
ข้อจำกัดของการใช้บริการนี้ ก็อาจจะเป็นเรื่องที่จะต้องโอนเงินสด เพื่อซื้อของเลย แต่ยืนยันว่า ได้รับสินค้าอย่างแน่นอน ซึ่งก็จะเป็นคนละกลุ่มลูกค้ากับที่มาเดินเลือกซื้อสินค้าที่งานเลย และการมาเดินที่งาน ก็จะได้จับต้องสินค้า หรือได้เลือกการผ่อนจ่ายได้ตามสะดวก
ทั้งนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน คอมมาร์ต ครั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2564

