หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที พลังของวิดีโอ...

พลังของวิดีโอ บนโลกโซเชียลประเทศไทย ในปี 2564

19.11.21 | 13:46 น.

พลังของวิดีโอ บนโลกโซเชียลประเทศไทย ในปี 2564

นายปรีชา คุณธรรมสถิต หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรเพื่อความบันเทิง ประจำประเทศไทย เวียดนาม และบังกลาเทศ จาก Meta เปิดเผยว่า “วิดีโอบนโซเชียลมีเดียมีการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดได้เร่งการเติบโตทั้งในด้านอัตราการบริโภคและการพัฒนานวัตกรรมเพื่อประสบการณ์การรับชมวิดีโอ กว่า 7 ใน 10 ของคนไทยเข้ามารับชมวิดีโอผ่านฟีเจอร์ Watch บนแอพพลิเคชั่น Facebook ในแต่ละเดือน เพื่อรับชมวิดีโอแบบสั้นและวิดีโอที่มีความยาวปานกลางเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ คนไทยชื่นชอบการรับชมวิดีโอบน Facebook เพราะชื่นชอบฟีเจอร์ไลฟ์ และเนื้อหาที่สามารถแชร์ไปยังผู้อื่นได้ง่าย ซึ่งเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เชื่อมต่อกับกลุ่มคนและชุมชนที่มีความคิดหรือความสนใจแบบเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงโอกาสครั้งยิ่งใหญ่สำหรับธุรกิจ ผู้เผยแพร่เนื้อหา และครีเอเตอร์ ในการต่อยอดและสร้างผลประโยชน์การเล่าเรื่องผ่านวิดีโอบนแอปพลิเคชันในเครือของ Meta โดยเฉพาะบน Facebook เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมที่มีความหมายร่วมกับกลุ่มผู้ชมของพวกเขา”

ทั้งนี้ วิดีโอยังคงเป็นสื่อที่ทรงพลังในการเชื่อมต่อผู้คนเข้าหากันผ่านการเล่าเรื่อง โดยพบว่า
• ผู้คนจำนวน 2 พันล้านคนทั่วโลกรับชมวิดีโอบนช่องทางออนไลน์ในแต่ละวัน
• 99 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยรับชมวิดีโอออนไลน์ในแต่ละเดือน
• ผู้คนจำนวน 720 ล้านคนทั่วโลกใช้เวลาในการรับชมวิดีโอผ่าน Watch อย่างน้อย 1 นาทีในแต่ละเดือน
• กว่า 7 ใน 10 ของชาวไทยรับชมวิดีโอผ่าน Watch ในแต่ละเดือน
• กลุ่ม Gen Z เป็นกลุ่มผู้ชมที่กำลังเติบโต โดยคิดเป็นสัดส่วน 28 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มผู้ชมทั้งหมด เมื่อเทียบกับกลุ่มมิลเลนเนียล (23 เปอร์เซ็นต์) และกลุ่ม Gen X รวมกับเบบี้บูมเมอร์ (49 เปอร์เซ็นต์)
• ผู้ใช้ชาวไทยชอบรับชมตัวอย่างภาพยนตร์และคลิปข่าวมากกว่าเนื้อหาวิดีโอประเภทอื่นๆ

แพลตฟอร์ม Facebook อำนวยความสะดวกในการรับชมเนื้อหาที่หลากหลายและสนับสนุนทัศนคติในการรับชมวิดีโอของคนไทย
• ผู้ชาย (49 เปอร์เซ็นต์) และผู้หญิง (51 เปอร์เซ็นต์) ต่างรับชมวิดีโอบนแพลตฟอร์ม Facebook ในปริมาณที่เท่ากัน
• ผู้บริโภคใช้อุปกรณ์อย่างหลากหลายในการรับชมวิดีโอออนไลน์
o 98 เปอร์เซ็นต์ รับชมผ่านสมาร์ทโฟน
o 79 เปอร์เซ็นต์ รับชมผ่านคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ค
o 42 เปอร์เซ็นต์ รับชมผ่านสมาร์ททีวีหรืออุปกรณ์สำหรับการเชื่อมต่อต่างๆ
• คนไทยส่วนใหญ่นิยมรับชมวิดีโอสั้นและวิดีโอที่มีความยาวปานกลาง
o วิดีโอที่มีความยาว 0-3 นาที ถูกรับชมโดยเฉลี่ย 13 ครั้งต่อสัปดาห์
o วิดีโอที่มีความยาว 3-10 นาที ถูกรับชมโดยเฉลี่ย 11 ครั้งต่อสัปดาห์
o วิดีโอที่มีความยาว 10 นาทีหรือมากกว่า ถูกรับชมโดยเฉลี่ย 9 ครั้งต่อนาที
• โซเชียลมีเดียเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งสำหรับการรับชมวิดีโอสั้นในประเทศไทย ตามด้วยแพลตฟอร์มการส่งข้อความ
• โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการค้นพบเนื้อหาวิดีโอ
o 56 เปอร์เซ็นต์สำหรับวิดีโอสั้น และ 55 เปอร์เซ็นต์สำหรับวิดีโอที่มีความยาวปานกลาง
• 97 เปอร์เซ็นต์ ของชาวไทยที่รับชมวิดีโอออนไลน์ของผู้เผยแพร่ (publishers) เป็นผู้ใช้งาน Facebook Watch อย่างเป็นประจำ
• ผู้บริโภคนิยมรับชมวิดีโอที่มาจากเพจทางการ (official pages) แพลตฟอร์มสื่อ หรือผู้เผยแพร่เนื้อหาดิจิทัลต่างๆ
การรับชมเนื้อหาประเภทวิดีโอผ่าน Facebook Watch สร้างประสบการณ์ที่โน้มน้าวและกระตุ้นผู้ชม
• Facebook Watch ถูกปรับแต่งให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ชมแต่ละคน และนำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจตามความชอบของพวกเขา
o 9 ใน 10 รับชมวิดีโอเพื่อพักผ่อนจากการใช้ชีวิตประจำวัน
o 9 ใน 10 รับชมวิดีโอเพื่อค้นหาจุดสนใจใหม่ๆ
o 8 ใน 10 รับชมวิดีโอเพื่อเชื่อมต่อกับผู้คนที่มีความสนใจแบบเดียวกัน
• ราว 2 ใน 3 ของชาวไทยได้รับการโน้มน้าวให้พิจารณาสินค้าหลังจากเห็นโฆษณาบน Facebook Watch
• 28 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยซื้อสินค้าหลังจากเห็นโฆษณาบน Facebook Watch
o กลุ่ม Gen Z กำลังมีอำนาจในการซื้อมากขึ้น โดย 25 เปอร์เซ็นต์ ของกลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 18-24 ปี ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าหลังจากเห็นโฆษณาบน Facebook
• คนไทยจำนวนกว่าครึ่งคลิกเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า หลังจากเห็นโฆษณาบน Facebook Watch
o 49 เปอร์เซ็นต์ ค้นหารีวิวและข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม
o 22 เปอร์เซ็นต์ ติดต่อผู้ขายในทันที
การคั่นด้วยโฆษณา (Ad break)
• การคั่นด้วยโฆษณาคือโฆษณาแบบสั้นที่คุณสามารถรวมไว้ในวิดีโอที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อสร้างรายได้
• โฆษณาในสตรีมที่อยู่ในเนื้อหาวิดีโอ (In-stream video placements): สามารถเลือกตำแหน่งการจัดวางโฆษณาให้อยู่ก่อน ระหว่าง และหลังเนื้อหาวิดีโอได้
• ข้อมูลเชิงลึก: รับข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปดำเนินการต่อได้ เพื่อประเมินศักยภาพการทำงานของคุณในฐานะผู้สร้างเนื้อหา
• การควบคุม: เลือกนักโฆษณาหรือประเภทของนักโฆษณาที่คุณต้องการและไม่ต้องการ

กรณีศึกษา: ดาวน์นี่ ประเทศไทย


• ดาวน์นี่ ประเทศไทย แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผ้าที่มีเป้าหมายในการปกป้องเสื้อผ้าจากความเสียหาย สีซีดจาง ยืด และระงับกลิ่นไม่พึงประสงค์ในเสื้อผ้าด้วยความหอมสดชื่น ต้องการที่จะสร้างการรับรู้และการพิจารณาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบทและพื้นที่ชนบทในประเทศไทยมากขึ้น
• ดาวน์นี่ ประเทศไทย ใช้โฆษณาในสตรีมที่อยู่ในเนื้อหาวิดีโอเพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์ พร้อมใช้โพลล์แบบวิดีโอ และโฆษณาแบบทั่วไปเพื่อให้ความรู้แก่ผู้บริโภคในพื้นที่ชนบทของประเทศไทยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แบบซองพร้อมการใช้ภาพที่โดดเด่น
• ผลลัพธ์ที่ได้จากแคมเปญโฆษณาระหว่างวันที่ 6 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 พบว่า
o การจดจำโฆษณาเพิ่มขึ้น 11 คะแนน
o ความตั้งใจในการซื้อผลิตภัณฑ์มากขึ้น 1.2 คะแนน (ในกลุ่มเป้าหมายทุกอายุ)
o ความตั้งใจในการซื้อผลิตภัณฑ์มากขึ้น 4.3 คะแนน (ในกลุ่มเป้าหมายอายุ 18-24ปี)

Advertisement

กรณีศึกษา: ลิโพ-ไฟน์


• ลิโพ-ไฟน์ แบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังสำหรับผู้หญิง ได้ใช้โฆษณาในสตรีมที่อยู่ในเนื้อหาวิดีโอโดยแยกออกมาจาก โฆษณาอื่นๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี พ.ศ. 2564
• โฆษณาในสตรีมที่อยู่ในเนื้อหาวิดีโอที่แยกออกมาจากโฆษณาอื่นๆ ชิ้นนี้ ได้พิสูจน์ว่าเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ส่งผลต่อความสำเร็จโดยรวมของแคมเปญ
• ผลลัพธ์ที่ได้จากแคมเปญในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 พบว่า
o การจดจำโฆษณาเพิ่มขึ้น 8.5 คะแนน ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวม 1.4 เท่า
o การเชื่อมโยงข้อความเพิ่มขึ้น 6.2 คะแนน ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวม 5.2 เท่า
o การสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์เพิ่มขึ้น 3.7 คะแนน ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวม 1.6 เท่า