“ทูซีทูพี” เดินหน้าพัฒนาบัตรพรีเพด ผนึกมาสเตอร์การ์ด-ไปรษณีย์ไทย หนุน “อี-คอมเมิร์ซ”

“ทูซีทูพี” เดินหน้าพัฒนาบัตรพรีเพด ผนึกมาสเตอร์การ์ด-ไปรษณีย์ไทย หนุน “อี-คอมเมิร์ซ”

บริษัท ทูซีทูพี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศจับมือกับพันธมิตร อย่างมาสเตอร์การ์ด และไปรษณีย์ไทย เปิดตัวพรีเพดรุ่นใหม่ เพื่อสนับสนุนกลุ่มลูกค้าธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ในไทย ใบแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายปิยชาติ รัตน์ประสาทพร กรรมการผู้จัดการบริษัท ทูซีทูพี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์กับ “มติชน” เกี่ยวกับธุรกิจของทูซีทูพี (2C2P) ที่ผ่านมา และบัตรพรีเพดตัวใหม่ว่า ธุรกิจ ของทูซีทูพี เปิดมา 18 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่ 2003 ปัจจุบัน มีอยู่ประมาณ 10-11 ประเทศ เริ่มต้นจริงๆมาจากประเทศไทย แต่หลังๆ ตั้งแต่ 2008-2009 ก็ได้ย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่ประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากสิงคโปร์เป็นฮับของอาเซียน และเราก็ได้เงินสนับสนุนจากสิงคโปร์

ตอนนี้ มีสำนักงานอยู่ที่ไทย สิงคโปร์ เมียนมา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และออกไปไกลหน่อยก็ที่ฮ่องกง และตอนนี้กำลังจะทำไลเซนซ์ที่ยุโรป ที่ฟินแลนด์ น่าจะได้ราวไตรมาส 1 ปีหน้า

ธุรกิจคร่าวๆ แบ่งเป็น 2 อย่าง อย่างแรกคือ รับเงินออนไลน์ จากทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต วอลเล็ต จากสารพัดแหล่ง อันที่สองคือการออกบัตร หรือออกวอลเล็ต ที่ทำอยู่กับไทยแลนด์โพสต์

เพราะฉะนั้น ดูง่ายๆคือ ด้านหนึ่งรับเงิน อีกด้านหนึ่งจ่ายเงิน เรื่องบัตรเรื่องวอลเล็ต ก็เป็นการจ่ายเงิน โดยในไทย มีไลเซนซ์อยู่กับแบงค์ชาติราว 11 ไลเซนซ์

สำหรับความร่วมมือกับไปรษณีย์ เริ่มมาจาก การช่วยชำระเงินออนไลน์ให้กับไทยแลนด์โพสต์มาร์ท แล้วก็เริ่มเข้าไปทำธุรกิจกับไปรษณีย์เยอะขึ้น จนมีช่วงโควิด-19 ที่การส่งของบูมขึ้นมา ไปรษณีย์ก็มีการเก็บเงินปลายทาง หรือที่เรียกว่า COD เมื่อก่อน ไปรษณีย์ไม่มีระบบอะไรมากมาย บุรุษไปรษณีย์เก็บเงินมาเสร็จ ก็เอาไปส่งให้ที่สำนักงานไปรษณีย์ของตัวเอง สาขาตัวเองก็รวบรวมแล้วส่งให้สำนักงานใหญ่ แล้วก็รวบรวม ต้องใช้เวลา 7-14 วัน กว่าเงินจะกลับไปถึงผู้ขาย

จึงได้มีการพัฒนาให้ผู้ขายได้เงินเร็วขึ้น จึงออกเป็นตัว วอลเล็ต แอท โพสต์ ให้กับผู้ขาย ส่วนไปรษณีย์ หลังจากมีระบบของเราเรียบร้อย เวลาไปทำ COD ก็คือเปิดแอพพลิเคชั่นไปรษณีย์ แล้วคีย์ทุกอย่างลงไป ทุกอย่างก็จะไปอยู่ที่หลังบ้านที่ทำไว้

พอไปรษณีย์มีระบบ ก็จะรู้ว่า ผู้ขายมียอดเงินเท่าไหร่ แล้วก็ใส่เข้าไปในวอลเล็ตของผู้ขายแต่ละคน ก็จะใช้เวลาเพียงแค่ราว 2 วันเท่านั้น ในการได้รับเงิน อยู่ในกระเป๋าวอลเล็ต

แต่เดิมเฟสแรก ผู้ขายก็จะต้องเอาเงินจากวอลเล็ตถอนออก แล้วโอนไปที่บัญชีธนาคาร ก็จะมีค่าใช้จ่าย 20 บาทต่อรายการ อย่างนี้ก็ไม่สะดวก ทูซีทูพีก็เลยร่วมมือกับมาสเตอร์การ์ด ออกเป็นบัตร พรีเพด มาสเตอร์การ์ด โดยผูกบัตรมาสเตอร์การ์ดนี้เข้ากับวอลเล็ตของผู้ขาย พอเงินเข้าวอลเล็ต ก็สามารถเอาบัตรมาสเตอร์การ์ดนี้ ไปรูดซื้อของได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาโอนเงิน

“แล้วเราก็บอกให้มาสเตอร์การ์ด ทำให้บัตรนี้ เป็นกึ่งๆธุรกิจ ทำให้เกิดประโยชน์กับกลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มนี้ได้เลย เช่นไปซื้อโฆษณาตามที่โน่นที่นี่ แล้วได้ส่วนลดตามาสเตอร์การ์ดไปด้วย ทำให้ผู้ขายได้เงินเร็ว และไม่จำเป็นจะต้องถอนออกไปที่ธนาคาร เป็นครบวงจร” นายปิยชาติกล่าว และว่า

ที่ผ่านมาเคยทำเป็นบัตรพรีเพด กับมาสเตอร์การ์ด กับหลายๆเจ้า แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เป็นพรีเพด กับมาสเตอร์การ์ด แบบ “ธุรกิจ”

นอกจากแบบธุรกิจ ก็ยังมีบัตรแบบบุคคลธรรมดาอีกชนิดหนึ่ง ก็คือจะเป็นวอลเล็ตของคนทั่วไป เวลาใช้แทนที่จะต้องเอากระเป๋าไปรษณีย์ไปใช้ ก็เอาบัตรมาสเตอร์การ์ดนี้ไปใช้ ซื้อของได้เลย เพราะเป็นบัตรมาสเตอร์การ์ดทั่วไป

ตอนนี้มีบัตรสำหรับคนทั่วไปอยู่ในตลาดอยู่แล้ว ผลตอบรับ ก็ได้ระดับหนึ่ง เพียงแต่ตอนนี้กำลังคุยกับไปรษณีย์ว่า จะออกโปรโมชั่นอย่างไร ให้คนมาใช้กันมากขึ้น

ในส่วนของบัตรธุรกิจ ก็จะอัดแคมเปญ กับมาสเตอร์การ์ดต่างๆ เพื่อจูงใจผู้ใช้ให้มากขึ้นเช่นกัน

นายปิยชาติบอกว่า เรื่องความปลอดภัย บัตรมาสเตอร์การ์ด เป็นความปลอดภัยระดับมาสเตอร์การ์ด เวลานำไปซื้อของออนไลน์ ก็จะมีการส่ง OTP ไปให้ แล้วนำไปใส่ เพื่อความปลอดภัย เพราะมาสเตอร์การ์ด ความปลอดภัยคือ เค้าไม่ได้แบ่งว่าเป็นบัตรแบบไหน

พูดถึงตลาดอีเพย์เมนต์ ในปัจจุบัน นายปิยชาติบอกว่า “โตอยู่แล้ว” โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ยิ่งทำให้โตขึ้นอีก 2-3 เท่า สมัยก่อนโตราว 20 เปอร์เซ็นต์ แต่โควิด-19มา โต 30-50 เปอร์เซ็นต์ เพราะโควิด-19 ทำให้มากระตุ้นการซื้อขายออนไลน์เพิ่มมากขึ้น คนสมัยก่อนไม่ได้ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม เพราะยังสามารถเดินออกไปซื้อของตามร้านต่างๆได้ แต่โควิดบังคับให้ออกไปไม่ได้ ร้านก็ปิด ห้างก็ปิด ทำให้ถูกบังคับซื้อของออนไลน์ ก็เลยทำให้ตลาดออนไลน์โตขึ้นค่อนข้างเยอะ

ดูจากตัวเลข น่าจะโต 50 เปอร์เซ็นต์ บวกลบ แต่ถ้าไปดูของไอดีซีที่ประกาศขึ้นมาในอาเซียน ปี 2025 น่าจะโตไปอีก 160 กว่าเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว เชื่อว่าในไทยอาจจะโตกว่าด้วยซ้ำ

“ที่ไทยน่าจะโตกว่า เพราะอย่างแรก คนไทยเริ่มคุ้นเคย เนื่องจากโครงการต่างๆของรัฐบาล ที่ทำให้คนรู้จักพร้อมเพย์ รู้จักการสแกนคิวอาร์โค้ด รู้จักสารพัด ต้องเรียนรู้ ทำให้ปัจจุบันคนไปจ่ายด้วยออนไลน์ จ่ายพร้อมเพย์ เยอะมหาศาล เพราะคนคุ้นอยู่แล้ว คนเห็นคิวอาร์ที่ไหน ก็เปิดแอพพ์เอาไปสแกนเพื่อจ่ายเงิน” นายปิยชาติกล่าว และว่า ปัจจุบัน เพย์เมนต์เกตเวย์ของเรา ก็เอาไทยคิวอาร์เข้าไป ของเกือบทุกร้านค้า ทำให้ตัวนี้โตโดยปริยาย และอย่างที่สองคือต้องขอบคุณโควิด ที่ทำให้เติบโตมากขึ้น

สามคือ ฟู้ดดีลิเวอรี่ ในไทย โตอันดับต้นๆในอาเซียน พวกนี้ ส่วนใหญ่ให้ใช้บัตรเครดิตที่ผูกอยู่ในแอพพลิเคชั่น ใช้วอลเล็ตของเค้าเอง อย่างแกร็บวอลเล็ต เราเลยไปร่วมมือกับพวกนี้ด้วยในการเติบเงินเข้าไปในวอลเล็ตของเขา

และที่สำคัญคือ รัฐบาลเองก็สนับสนุนระดับหนึ่งอยู่ พวกโครงการของรัฐ เงินที่ได้คนละครึ่ง ก็เลยยิ่งโตเข้าไปใหญ่ ด้วยประโยชน์ที่ได้รับ คนก็ยิ่งซื้อของเข้าไปใหญ่

อย่างประโยชน์ที่ได้อย่าง เราเที่ยวด้วยกัน คนก็ยินดีที่จะศึกษาว่า จะต้องทำอย่างไร ถึงจะใช้ได้

และหลังๆ สมาร์ทโฟนก็ขายดีขึ้น เพราะพวกนี้ เดี๋ยวนี้สมาร์ทโฟนพันกว่าบาทก็สามารถเปิดกระเป๋าตังค์ได้แล้ว

ตั้งเป้าตัวเลขการใช้จ่ายของมาสเตอร์การ์ด ตั้งเป้าถึงปีหน้าไปเลย บัตรที่พิมพ์ออกมาสำหรับกลุ่มธุรกิจอยู่ที่ 3 หมื่นใบ จบปีหน้าก็น่าจะได้ 2 หมื่นคน หรือมากกว่านี้ ในส่วนของผู้ใช้ทั่วไป ก็อยู่ที่ 2-3 หมื่น วางถึงสิ้นปี โดยรวมก็จะอยู่ประมาณ 5 หมื่นราย

“ยังมีเทรนด์อีกเยอะที่ทำกับไปรษณีย์ไทย ทั้งวอลเล็ตสำหรับยูสเซอร์และผู้ขาย วันนี้ เราทำบิล เพย์เมนต์ ใส่เข้าไปด้วย ในอนาคตแอพพ์ของไปรษณีย์ไทย พวกวอลเล็ต จะไต่เต้าขึ้นไปเป็นเหมือนซุปเปอร์แอพพ์ คือแอพพ์เดียวเปิดมาทำได้ทุกอย่าง ทุกวันนี้เอาไปซื้อของได้ มีวอลเล็ต มีพรีเพด มาสเตอร์การ์ด มีบิล เพย์เมนต์ ต่อไปก็อาจจะมีเรื่องโอนเงินมีสารพัดเข้ามา ทำให้ตัวแอพพ์นี้ คนอยากเข้ามาใช้กันมากขึ้น กลายเป็นซุปเปอร์แอพพ์”

ถ้าสถานการณ์โควิดไม่ดีขึ้น ยังไงคนก็ยังคงใช้งานซื้อของบนออนไลน์ต่อไป เพราะว่าคนเริ่มชินมากขึ้น ตอนนี้ประเทศเริ่มเปิดแล้ว แต่ยอดขายออนไลน์ ไม่มีตก แถมยังเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ มันกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว

สำหรับอุปสรรคสำหรับการทำธุรกิจตรงนี้ นายปิยชาติ มองว่า วันนี้ยังไม่มี ที่มีอยู่อย่างเดียวตอนนี้ที่เห็นคือ ข่าวที่ออกมาไม่ค่อยดี ข่าวว่า บัตรเดบิตโดนเอาไปใช้โดยไม่รู้ตัว อันนี้ สมาคมธนาคารและธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ออกกฎระเบียบมาค่อนข้างเยอะ วิธีการป้องกันต่างๆ ที่ออกมาเรื่อยๆ

“ตรงนี้น่าจะเป็นอุปสรรค เพราะข่าวออกมาเยอะ คนก็กลัว กลัวก็ไม่กล้าออกไปใช้บัตร เราต้องให้ความรู้ตลาดดีๆว่า เวลาคนโกง ไม่ได้แฮกข้อมูล จากตัวระบบออนไลน์ ปกติเวลาโกง ก็แค่จดเบอร์บัตร เวลาไปซื้อของออฟไลน์ เพราะเราเอาบัตรให้เขา ก็เอาไปรูด ก็เห็นเบอร์บนบัตร ก็จดตัวเลข 3 ตัวหลังบัตรไป ก็เอาไปซื้อของได้แล้ว เพราะว่าเว็บเมืองนอกส่วนใหญ่จะไม่มีตัว OTP ขอแค่ใส่เบอร์บัตร กับเลขหลังบัตรตรงๆ ก็ซื้อของได้แล้ว”

“ไต้องบอกว่า ต้นตอของการแฮกเกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้น มาจากการที่เราเอาบัตรไปให้เขา ไม่ได้เกิดจากบนโลกออนไลน์ เพราะออนไลน์มีเรื่องของความปลอดภัยที่เจาะยากมาก กว่าจะแฮกเข้าไปได้ แต่ออฟไลน์นี่ มีปากกาอันเดียว เสร็จเลย”

“ถึงได้มีการเตือนว่า เวลาไปใช้บัตรซื้อของตอนนี้ให้ปิดตัวเลขด้านหลังของบัตรเอาไว้ เพราะร้านค้าเวลาไปรูด ไม่ต้องการตัวเลขตรงนั้น แค่เอาไปรูด หรือแตะ ก็อย่าให้เขาเห็นตัวเลขหลังบัตร ก็จะปลอดภัยมากขึ้น”

“ถ้าให้โปรโมตเรื่องความปลอดภัย ก็จะบอกว่า หยุดไปซื้อของออฟไลน์ ให้ซื้อของออนไลน์ปลอดภัยกว่าเยอะ ต้องออนไลน์ล้วนๆ ปลอดภัยแน่นอน” นายปิยชาติกล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าว มาสเตอร์การ์ด-ไปรษณีย์ไทย-2C2P พลัส ร่วมเปิดตัวบัตรพรีเพด เพื่อลูกค้าธุรกิจ e-Commerce ในไทย ใบแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon