คอลัมน์ TasteTest : Amazfit GTS3 สมาร์ทวอทช์ บาง-เบา ดูแลสุขภาพ กับการออกกำลังกายที่ครบครัน

คอลัมน์ TasteTest : Amazfit GTS3 สมาร์ทวอทช์ บาง-เบา ดูแลสุขภาพ กับการออกกำลังกายที่ครบครัน

Amazfit เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ 3 ซีรีส์ ใหม่ คือ GTR 3 Pro, GTR 3 และ GTS 3 โดยรุ่นที่ได้มาทดสอบนั้น เป็นรุ่น GTS 3 ซึ่งเป็นรุ่นที่ราคาถูกสุดในซีรีส์ที่ออกใหม่นี้

เปิดกล่องออกมา ก็ต้องบอกว่า มีความสวยงาม ด้วยหน้าปัดสี่เหลี่ยม ที่มีความโค้งมน แต่ตัวเรือนมีความบางเพียง 8.8 มิลมิเมตร น้ำหนักเบาเพียง 24.4 กรัม มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ดูแลเรื่องการออกกำลังกายที่ครบครัน

ก่อนอื่น เราก็ต้องโหลดแอพพลิเคชั่น Zepp OS เอามาใช้งานก่อน เพื่อเชื่อมต่อตัวสมาร์ทวอทช์ เข้ากับสมาร์ทโฟนของเรา หลังจากจับคู่กันสำเร็จ ก็ตั้งค่าต่างๆให้เรียบร้อย เริ่มต้นการใช้งานกันได้เลย โดยสามารถใช้ได้ทั้งสมาร์ทโฟนที่เป็นแอนดรอยด์ และไอโอเอส

โดยเวลาเชื่อมเข้ากับสมาร์ทโฟน จะมีการถามว่า จะให้เชื่อมต่อเข้ากับแพลตฟอร์มสุขภาพอื่นๆที่มีอยู่หรือเปล่า อย่าง Apple Health หรือ Google Fit เพื่อซิงค์ข้อมูลสุขภาพ

หน้าจอมีขนาด 1.75 นิ้ว ใหญ่พอที่จะเห็นข้อความแจ้งเตือนต่างๆได้ชัดเจน โดยเราสามารถปรับเปลี่ยนหน้าปัดของนาฬิกาได้ตามใจชอบ อยากได้แบบไหน ก็เปลี่ยนแบบง่ายๆ มีให้เลือกเป็นร้อยแบบ หรือจะโหลดภาพที่เราชอบมาทำเป็นหน้าปัดนาฬิกาได้ ซึ่งหน้าจอเป็นแบบทัชสกรีน เพราะฉะนั้น จะเปลี่ยนอะไรบนหน้าจอ ก็สามารถทำได้เลย ด้วยเมนูที่มีภาษาไทยด้วย ก็ยิ่งทำให้การใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น

สำหรับการชาร์จนั้น ก็จะมีสายชาร์จมาให้ เพียงแค่แปะติดไว้ที่ด้าน แล้วใช้เวลาในการชาร์จเต็มประมาณ 2 ชั่วโมง ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 250 mAh ซึ่งหากใช้งานทั่วไป จะใช้ได้ประมาณ 12 วัน แต่ถ้าอยู่ในโหมดประหยัดแบตเตอรี่ ก็จะ 20 วัน หรือถ้าเปิดจีพีเอส ต่อเนื่อง ก็จะลดเวลาการใช้งานได้ประมาณ 6 โมง เพราะต้องใช้พลังงานเยอะ

ในส่วนของแอพพลิเคชั่นที่ให้มา ก็แน่นอนว่า เรื่องของแอพพลิเคชั่นเพื่อการออกกำลังกายต้องมีมาให้มากถึงกว่า 150 ประเภท ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง เดิน ขี่จักรยาน เต้น กีฬาในร่ม กีฬากลางแจ้ง กีฬาทางน้ำ เป็นต้น โดยเรายังสามารถใส่เจ้า จีทีเอส3 นี้ ลงว่ายน้ำเพื่อวัดค่าการออกกำลังกายได้ด้วย เพราะมีความสามารถกันน้ำได้ระดับ 5ATM ทนต่อแรงดันน้ำได้ที่ระดับ 50 เมตรเลยทีเดียว

โดยฟีเจอร์ในการตรวจวัดสุขภาพ ก็มีทั้งวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ออกซิเจนในเลือด ระดับความเครียด และอัตราการหายใจ ที่ใช้เทคโนโลยี 6โฟโตไดโอด ที่ทำให้การวัดค่าต่างๆเป็นไปด้วยความแม่นยำ

หรือจะเป็นการวัดประสิทธิภาพในการนอน ด้วยความที่ตัวเรือนมีความบางและเบา ทำให้เราสามารถใส่ได้สบายๆเวลานอน ไม่รู้สึกเกะกะ และด้วยแบตเตอรี่ที่อยู่ได้นาน ไม่ต้องถอดเพื่อชาร์จไฟทุกคืน ก็สามารถใส่นอนได้สบายๆ โดยจะมีการตรวจสอบระยะการนอนหลับแบบปกติ, แบบหลับลึก และช่วง REM (Rapid Eye Movement) รวมถึงเวลาตื่นในตอนกลางคืน งีบหลับในช่วงกลางวันเกิน 20 นาที และแม้กระทั่งตรวจสอบคุณภาพการหายใจในการนอนหลับ ข้อมูลเหล่านี้ก็จะมีการวิเคราะห์ แล้วแนะนำให้เราปรับปรุงการนอนของเราให้ดีขึ้น เพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำหรับบรรดาคุณผู้หญิง ก็จะมีการติดตามเรื่องรอบเดือน เพื่อคาดการณ์เวลาของการมีประจำเดือน หรือช่วงเจริญพันธุ์

เจ้า จีทีเอส3 ยังสามารถใช้งานคำสั่งเสียง ด้วย Alexa ได้ด้วย ใช้ได้ทั้งออนไลน์และออนไลน์ สั่งงานได้ ตั้งปลุกได้ เปิดใช้ฟีเจอร์ต่างๆได้

สำหรับราคาของเครื่องก็จะอยู่ที่ประมาณห้าพันกว่าบาท ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ ราคาไม่แรงมาก พอจับต้องได้ และเชื่อว่า ยี่ห้อ Amazfit น่าจะเป็นสมาร์ทวอทช์อีกยี่ห้อหนึ่ง ที่น่าใช้งานในตอนนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon