คอลัมน์ เทสต์เทสต์ : เรดมี่ โน้ต 11 โปร 5จี สเปกแรง ราคาดี
ผเรดมี่ (redmi) แบรนด์ในเครือของ เสียวหมี่ (Xiaomi) เป็นอีกหนึ่งแบรนด์สมาร์ทโฟน ที่ได้รับความนิยมในตลาดตอนนี้ อันเนื่องมาจากเครื่องที่มีสเปกดี ราคาประหยัด ทำให้ผู้ใช้งานสามารถหามาใช้ได้ง่ายขึ้น
โดยล่าสุด เรดมี่ ก็เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ออกมา เรดมี่ โน้ต 11 โปร 5จี (Redmi Note 11 Pro 5G) กับอีกรุ่น ที่ไม่ได้เป็น 5 จี ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ กล้องที่ให้ความละเอียดมาสูงสุดถึง 108 ล้านพิกเซล
สำหรับเครื่องที่ได้มา เป็นรุ่น 5 จี ก็มาดูสเปกกันก่อนเลย หน้าจอจะมีขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) หน้าจอเป็น AMOLED DotDisplay ความชัดระดับ FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz เรียกได้ว่า จอคมชัด สวยงาม ตัวเครื่องดูมีความเรียบหรู เป็นพื้นผิวแบบขัดผิวด้าน ไม่เป็นรอย จับถนัดมือ ไม่ลื่น และขนาดกำลังพอดีกับมือ
ที่ด้านหลังจะมีกล้องถึง 3 ตัวด้วยกัน คือ กล้องเลนส์หลัก ที่มีความละเอียด 108 ล้านพิกเซล f/1.9 อีกตัวคือ เลนส์ อัลตร้าไวด์ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.2 มีมุมมองที่กว้างถึง 118 องศา และสุดท้าย เลนส์ มาโคร ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล f/2.4 โดยทั้งหมดนี้ ถูกจัดวางอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม ดูไม่ได้เทอะทะใหญ่โตอะไร
ขณะที่กล้องหน้า มีความละเอียดสูงสุดถึง 16 ล้านพิกเซล f/.24 สายเซลฟี่เรียกได้ว่า พลาดไม่ได้ กับกล้องสวยๆแบบนี้
แต่ถ้าเป็นรุ่นที่ไมใช่ 5จี จะได้กล้องเพิ่มมาอีกตัว คือกล้อง Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
ด้วยความสามารถของกล้องตัวหลักที่ละเอียดสูงสุดดถึง 108 ล้านพิกเซล ทำให้เราสามารถถ่ายภาพได้ละเอียดมากขึ้นคมชัดมากขึ้น
ส่วนของลำโพง ก็เป็นแบบ Stereo ที่มาพร้อมกับระบบเสียง Dolby ATMOS ถือว่าเป็นระบบเสียงที่ดีเลยทีเดียว จะดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม
ในส่วนของชิปประมวลผล เป็น Snapdragon 695 หน่วยประมวลผลแบบ 6nm โดยความจุที่เป็นแรม อยู่ที่ 8GB และรอมอยู่ที่ 128GB แต่สามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมได้ด้วย ไมโครเอสดีการ์ด สูงสุดถึง 1TB เลยทีเดียว
รุ่นนี้ ใช้ช่องเสียบชาร์จ และเชื่อมต่อ เป็น ยูเอสบี-ซี และยังมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.มาให้ด้วย แต่รุ่นนี้ จะอยู่ที่ด้านบนตัวเครื่อง
สำหรับการปลดล็อกหน้าจอนั้น สามารถทำได้ด้วยการสแกนลายนิ้วมือ ที่ปุ่มเปิดปิดด้านข้าง หรือจะใช้วิธีการสแกนใบหน้าก็ได้ สแกนลายนิ้วมือก็จะสะดวกหน่อยสำหรับในตอนที่เรายังต้องสวมหน้ากากอนามัยกันอยู่ตลอดเวลา
แบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh ก็สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน และขอบอกวว่า แบตอึดใช้ได้เลยทีเดียว หรือถ้าแบตหมดระหว่างวัน ก็ไม่ต้องห่วง เพราะมา พร้อมกับเทคโนโลยีการชาร์จไว 67W turbo charging ชาร์จเพียง 15 นาที ก็ได้แบตไปแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์
ในกล่อง จะมีเคสยางใสมาให้ แถมยังติดฟิล์มกันรอยมาให้เรียบร้อย และสายปลั๊ก กับหัวชาร์จก็มีมาให้ แต่ไม่มีหูฟังมาให้แต่อย่างใด
สำหรับในรุ่น 5จี ราคาจะอยู่ประมาณหมื่นนิดๆ มีสีให้เลือกคือ Polar white, Graphite Gray และ Atlantic Blue แต่ถ้าไม่ใช่ 5จี ราคาก็อยู่ที่ประมาณเก้าพันบาท โดยรวม เมื่อเทียบสเปกเครื่องที่จัดมาเต็มกับราคาที่ต้องจ่าย ถือได้ว่าคุ้มค่าอย่างมาก รวมทั้งคุณภาพของกล้องที่ถือว่าดีงามเลยทีเดียว

