คอลัมน์ TasteTest : หัวเว่ย ฟรีบัดส์ โปร 2 สร้างโลกส่วนตัวบนหูฟังด้วยสุดยอดการตัดเสียงรอบด้าน
หัวเว่ย ฟรีบัดส์ โปร 2 (HUAWEI FreeBuds Pro 2) ถือเป็นมิติใหม่ของหูฟังระดับเรือธงจากหัวเว่ย ที่รูปร่างหน้าตา ดูมีความสวยงาม มีก้านยื่นออก แต่ไม่ได้ยาวมาก ซึ่งก้านที่ยื่นออกมานั้น ช่วยให้การใช้งานเป็นไปอย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
โดยหูฟังจะอยู่ในเคสรูปร่างหน้าตาเหมือนกับทรงรีๆ เวลาจะจับคู่ ก็แค่เปิดฝาเคส แล้วกดปุ่มด้านข้าง เพื่อให้อุปกรณ์ที่จะจับคู่ด้วย เจอกับเจ้าหูฟังนี้ แล้วก็กดจับคู่กันได้เลย ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งกับเครื่องที่เป็นแอนดรอยด์และไอโอเอส
ในกล่อง จะมีจุกซิลิโคนมาให้อีก 3 ขนาด คือ S M และ L เราก็สามารถเลือกได้ตามขนาดของหูเรา นอกเหนือจากซิลิโคนที่ให้มากับหูฟังอยู่แล้วอีกคู่หนึ่ง

นอกจากนี้ก็จะมีสายยูเอสบี ไทป์-ซี มาให้สำหรับการชาร์จไฟจากตัวเคส หรือถ้ามีแท่นชาร์จไร้สาย ก็สามารถนำไปชาร์จไฟแบบไร้สายได้เลย สะดวกไปอีกแบบ
สำหรับหัวเว่ย ฟรีบัดส์ โปร 2 นี้ มีการพัฒนาร่วมกันระหว่างหัวเว่ย กับแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลก อย่าง Devialet ทำให้การฟังเพลงจากหูฟังนี้ เป็นไปอย่างมีมิติและมีความกังวาลอยู่ในหัวกันเลยทีเดียว

ในเรื่องรายละเอียดทางเทคนิค ของหัวเว่ย ฟรีบัดส์ โปร 2 นั้น ก็คือ มาพร้อม Dual-Speaker True Sound ที่ประกอบด้วยไดนามิกไดรเวอร์ขนาด 11 มม. แบบแม่เหล็ก 4 ชุด (quad-magnet dynamic driver) ซึ่งขับเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า HUAWEI FreeBuds Pro รุ่นแรกถึง 30%
จึงให้เสียงเบสทุ้มแน่นและหนักเป็นครั้งแรกที่ใช้ ultra-high-frequency planar diaphragm driver หรือไดอะแฟรมความถี่สูงที่ใช้วัสดุแผ่นฟิล์มสอดไว้ระหว่างแม่เหล็กซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวนำอันทรงพลัง ช่วยเก็บรายละเอียดให้ใกล้เคียงกับเสียงที่แท้จริง
นอกจากนี้ ก็มีลำโพงคู่ Dual-Speaker True Sound ใช้เทคโนโลยี cross-over อันล้ำสมัย ที่พัฒนาซาวด์เอฟเฟ็คอัลกอริธึมขึ้นมาด้วยตัวเอง เพื่อประสานการทำงานระหว่าง 2 ไดรเวอร์ได้อย่างชาญฉลาดเพื่อส่งมอบประสบการณ์ฟังเสียงเบสได้อย่างสุนทรีย์
หัวเว่ย ฟรีบัดส์ โปร 2 สามารถมอบประสบการณ์เสียงที่ครอบคลุมย่านความถี่เสียงตั้งแต่ 14 Hz ถึง 48 kHz ส่งผ่านได้ทุกโน้ตเสียงที่ใบหูมนุษย์จะได้ยินได้ และยังสามารถแปรรายละเอียดเสียงที่ใบหูมนุษย์ไม่สามารถได้ยินออกมาได้อย่างแม่นยำ
และยังมีเทคโนโลยี Triple adaptive EQ ที่สามารถปรับจูนเสียงได้อัตโนมัติถึง 10 ระดับ ประกอบด้วย Volume EQ ปรับย่านเสียงอัตโนมัติเมื่อมีการเพิ่มเสียงหรือลดเสียง Ear canal structure EQ ปรับจูนเสียงตามโครงสร้างหูของผู้ใช้และลักษณะการสวมใส่หูฟัง และ Wearing status EQ ปรับจูนเสียงตามอิริยาบถของผู้ใช้ เช่น ใส่นั่งทำงาน ใส่เดิน หรือใส่วิ่ง
ถ้าสรุปแบบที่พอจะเข้าใจได้ เอาแบบที่ใช้งานกันจริงๆ ก็คือ ความทุ้ม นุ่ม ของเสียง ความรอบด้านของเสียง คือครบมาก พอใช้แล้วเหมือนเราตกอยู่ในโลกของเราเพียงคนเดียว ด้วยระบบเสียงที่กังวาลอยู่รอบๆ สำคัญที่สุด คือระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้าง ANC 2.0 สูงสุดถึง 47 เดซิเบล ทำให้เมื่อเราฟังเพลง หรือดูหนัง เราแทบจะไม่ได้ยินเสียงรบกวนรอบด้านเลย
โดยหัวเว่ย ฟรีบัดส์ โปร2 ประกอบด้วยไมโครโฟน 4 ตัว โดยมี 2 ตัวหันออกด้านนอก จะทำหน้าที่ตรวจจับและระบุเสียงรบกวนรอบข้างอย่างแม่นยำด้วยเทคโนโลยี Beamforming
ส่วนไมโครโฟนอีก 1 ตัวหันเข้าด้านใน เป็นไมโครโฟนแบบ SNR (signal-to-noise ratio) คอยจับสัญญาณเสียงพูดของผู้ใช้ และตัวสุดท้ายเป็น Bone Conduction Microphone ที่สามารถแยกแยะระหว่างเสียงบรรยากาศโดยรอบกับเสียงพูดของผู้ใช้ได้ด้วยการสัมผัสการสั่นของกระดูกและเนื้อเยื่อบริเวณช่องหู ช่วยยกระดับคุณภาพเสียงสนทนาให้ชัดใส
อีกอย่างที่ทำให้สามารถตัดเสียงรบกวนได้ คือเรื่องของ ซอฟต์แวร์ ถือเป็นครั้งแรกของหัวเว่ยที่ใช้อัลกอริทึมตัดเสียงรบกวนรอบข้างแบบ Deep Neural Network (DNN) ซึ่งมีฐานข้อมูลเสียงรบกวนจากบรรยากาศรอบข้างมากกว่า 500 สถานการณ์
และเมื่อได้ข้อมูลที่แม่นยำจากความสามารถในการตรวจจับและแยกแยะเสียงของระบบไมโครโฟนทั้ง 4 ตัวข้างต้น ยิ่งส่งผลให้อัลกอริทึมตัดเสียงรบกวนทำงานได้ดี ทำให้การพูดคุยสาย เป็นไปอย่างคมชัด แม้อยู่ท่ามกลางสถานที่คนพลุกพล่าน ไม่ว่าจะอยู่ในร้านอาหาร หรือที่ๆคนเยอะๆ ก็ตาม
เรียกได้ว่า การลดเสียงรบกวน ถือเป็นจุดเด่นสำคัญสำหรับ หัวเว่ย ฟรีบัดส์ โปร2 อย่างแท้จริง
สำหรับการสั่งการควบคุมนั้น จะใช้วิธีการ “บีบ” ที่ก้านหูฟังเอา ใช้เพื่อควบคุมการใช้งาน อย่างเช่น หยุดเพลง เล่นเพลง เล่นเพลงต่อไป เพื่อรับสายหรือวางสาย หรือถูที่ก้านขึ้นหรือลง เพื่อปรับระดับเสียง

โดยหัวเว่ย ฟรีบัดส์ โปร2 สามารถป้องกันละอองน้ำและละอองฝุ่นได้ในระดับมาตรฐาน IP54 และ รองรับเทคโนโลยีการชาร์จไร้สาย พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว โดยชาร์จเพียง 10 นาที สามารถเล่นเพลงต่อเนื่องได้อีก 2.5 ชั่วโมง เมื่อปิดโหมด ANC จะสามารถเล่นเพลงต่อเนื่องนาน 6.5 ชั่วโมง และนานสูงสุด 30 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ และเมื่อเปิดโหมด ANC สามารถเล่นเพลงต่อเนื่องนานถึง 4 ชั่วโมง และนานสูงสุด 18 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ พร้อมทั้งรองรับการชาร์จแบบ Reverse Charging เมื่อเสียบเคสหูฟังเข้ากับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต
โดยหัวเว่ย ฟรีบัดส์ โปร2 นี้ มีความอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น เมื่อใช้กับสมาร์ทโฟนหรือสมาร์ทดีไวซ์ของหัวเว่ย ผ่านฟีเจอร์ Pop-up Pairing2 ซึ่งจะตรวจจับได้อัตโนมัติว่ามีหูฟัง หัวเว่ย ฟรีบัดส์ โปร2 อยู่ในบริเวณใกล้เคียง และรองรับการเชื่อมต่ออัตโนมัติหลังการจับคู่อุปกรณ์ครั้งแรก และจะปรากฏอัตโนมัติบนหน้าจอ ซุปเปอร์ ดีไวซ์ ในสมาร์ทดีไวซ์ของหัวเว่ย ไม่ว่าจะเป็นแล็ปท็อป สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต สมาร์ทวิชั่น โดยสามารถเชื่อมต่อได้ง่ายๆ ผ่านการลากและวางไอคอนหูฟัง

หัวเว่ย ฟรีบัดส์ โปร2 มีให้เลือก 3 สีด้วยกัน สวยๆทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น สีฟ้า Silver Blue, สีเงิน Silver Frost และสีขาว Ceramic White โดยราคาก็จะอยู่ที่หกพันกว่าบาท และหากสั่งจองระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 – 5 สิงหาคม 2565 ก็จะรับฟรี HUAWEI Band 6 และ HUAWEI Music Premium ฟรี 3 เดือน

