คอลัมน์ TasteTest : หัวเว่ย เมทแพด โปร 11 นิ้ว บางเบา แต่แข็งแกร่ง
หัวเว่ย เมทแพด โปร 11 นิ้ว (HUAWEI MatePad Pro 11-inch) มีความโดดเด่นในเรื่องของตัวเครื่องที่บางเฉียบมาก บางเพียง 5.9 มม.เท่านั้น บนหน้าจอที่มีขนาด 11 นิ้ว น้ำหนักเครื่องรวมอยู่ที่ 449 กรัมเท่านั้น หยิบเครื่องขึ้นมานี่ เรียกว่า เบาหวิวกันเลยทีเดียว แต่ก็มีความทนทานแข็งแรง
สำหรับหน้าจอมีการแสดงผลที่คมชัด เป็นหน้าจอแบบ OLED มีค่ารีเฟรชเรตสูงสุด 120 Hz ให้ภาพที่มีความ
โดยที่ด้านหลัง จะมีความโดดเด่นที่ดีไซน์การวางกล้อง 2 ตัว ที่จะอยู่ในพื้นที่วงกลม เหมือนๆกับบนสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยตอนนี้ ตัวแรกเป็นกล้องหลัก ความละเอียดสูงสุด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 และอีกตัว ความละเอียดสูงสุด 8 ล้านพิกเซล เป็นกล้องอัลตร้าไวด์ ที่มีรูรับแสง f/2.2 พร้อมกับแฟลชที่ให้มาด้วย ส่วนกล้องหน้า มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.2
ระบบปฏิบัติการที่ใช้ แน่นอนว่า เป็น HarmonyOS 3.0 แล้ว ซึ่งสามารถโหลดแอพพ์ต่างๆมาใช้งานได้ผ่านทาง AppGallery โดยรุ่นที่ใส่ซิมได้ จะรองรับ 4จี เท่านั้น ยังไม่ถึง 5จี
ในส่วนของเรื่องการทำงานนั้น ก็เรียกได้ว่าง่ายดาย โดยเฉพาะในเรื่องของการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆของหัวเว่ย ด้วย Super Device เพื่อความสะดวกในการแชร์ข้อมูลและเชื่อมต่ออุปกรณ์แบบไร้สายได้ง่ายดาย
และยังสามารถจัดการกับบรรดาวิดเจ็ตต่างๆบนหน้าจอได้ง่ายๆ รวมไปถึงการแบ่งหน้าจอเพื่อความสะดวกในการทำงาน 2 จอ แค่ปัดๆไปมา เพื่อให้ได้การทำงานที่ต้องการ อย่างเลื่อนจอขึ้นไปมุมซ้ายบนเพื่อแบ่งหน้าจอ หรือเลื่อนไปที่มุมขวาบนเพื่อเปิดหน้าต่างลอย เป็นต้น
ส่วนของความบันเทิงนั้น ก็บอกว่า จัดเต็มอยู่ เพราะลำโพง เป็นลำโพงสเตอริโอถึง 6 ตัว ทำให้การเปิดเสียงเพลงหรือดูหนัง ได้อรรถรสที่ดียิ่งขึ้น
สำหรับแบตเตอรี่ในตัวเครื่อง มีความจุถึง 8300 mAh และยังรองรับชาร์จไว 40W (WiFi) 66W (4G) อีกด้วย
โดยสามารถใช้ได้คู่กับปากกา HUAWEI M-Pencil 2nd Gen ได้แล้ว ซึ่งการจับคู่กับปากกาก็ง่ายๆ เพียงแค่นำไปแปะไว้ที่ด้านบนของตัวเครื่อง ก็จับคู่กันได้แล้ว

หรือจะใช้คู่กับ Smart Magnetic Keyboard ก็จะแปลงร่าง เมทแพด ให้กลายเป็นโน้ตบุ๊ตตัวย่อมๆ ใช้พิมพ์ได้อย่างสะดวกมากขึ้น โดยตัวคีย์บอรดจะเป็นแม่เหล็ก ทำให้การใส่หรือถอดเป็นไปอย่างง่ายดาย แต่ขณะที่ติดอยู่ก็เหนียวแน่น ที่สำคัญคือมีที่ใส่ปากกา หัวเว่ย มาให้ด้วย ก็ไม่ต้องกลัวว่าปากกาจะหลุดหายไปแต่อย่างใด

แต่ทั้งสองอย่างนี้ จะต้องซื้อเพิ่ม ไม่ได้มีแถมมาให้ แต่ถ้าซื้อระหว่าง 12 -25 สิงหาคม ก็จะได้ของแถมเป็น HUAWEI M-Pencil 2nd Gen กับ Smart Magnetic Keyboardไปด้วยเลยแบบฟรีๆ แทนที่จะต้องเสียเงินซื้อเพิ่มอีกหมื่นกว่าบาท
สำหรับรุ่นที่วางขายในประเทศไทย จะมี 2 รุ่น คือรุ่นที่เป็นไวไฟ กับรุ่นที่รองรับ 4จี ราคาก็จะอยู่ที่ประมาณสองหมื่นกว่าบาทจนถึงเฉียดๆสามหมื่นบาท ก็เลือกเอาได้ว่าอยากได้รุ่นไหน

