คอลัมน์ TasteTest : ประสิทธิภาพอัดแน่น ใน “ไอโฟน 14 โปรแม็กซ์”

18.10.22 | 10:22 น.

คอลัมน์ TasteTest : ประสิทธิภาพอัดแน่น ใน “ไอโฟน 14 โปรแม็กซ์”

ขายดิบขายดีกันไป สำหรับ โอโฟน 14 ซีรีส์ ที่วางขายในไทยเรียบร้อย มีทั้งไอโฟน14 , ไอโฟน 14 พลัส , ไอโฟน 14 โปร และ ไอโฟน 14 โปรแม็กซ์ สำหรับรุ่นที่จะมาเขียนถึงในวันนี้ จะเป็นรุ่นใหญ่สุดก่อน คือ ไอโฟน 14 โปรแม็กซ์

รุ่น 14 โปรแม็กซ์นี้ มีความจุให้เลือกคือ 128 GB , 256 GB , 512 GB และสูงสุดที่ 1 TB ก็จะมีราคาที่สูงสุดในรุ่นนี้เลย อยู่ที่เกินหกหมื่นขึ้นไป

เบื้องต้น จากรูปร่างหน้าตากันก่อน ก็จะคล้ายๆกับรุ่น 13 โปรแม็กซ์ หน้าจอ 6.7 นิ้ว น้ำหนักอยู่ที่ 240 กรัม และใช้ชิปตัวใหม่ล่าสุด เอ16 ไบโอนิค ที่ช่วยให้การทำงานต่างๆของเครื่องเร็วขึ้น รองรับกราฟิกที่ซับซ้อน และประหยัดพลังงานมากขึ้น

แล้วถ้าใครที่มีปัญหาเวลาออกแดดแล้วมองหน้าจอไม่ถนัด ต้องนี่เลย หน้าอจภาพที่เป็น Super Retina XDR ซึ่งจะเพิ่มความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดได้ถึง 2,000 นิต เมื่ออยู่กลางแจ้ง ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะหน้าจอจะสว่างขึ้นจากเดิม 2 เท่า ก็จะมองหน้าจอได้ชัดเจน

กล้องด้านหลัง ก็จะมี 3 ตัว เพียงแต่ว่า จะมีความละเอียดมากกว่า คือ รุ่น 14 โปรแม็กซ์ จะมีกล้องหลักตัวหนึ่งที่ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล f/1.78ที่เหลืออีก 2 ตัว 12 ล้านพิกเซล เป็นอัลตร้าไวด์ f/2.2 กับเทเลโฟโต้ f/2.8 ที่สามารถบันทึกภาพได้ด้วยความละเอียดที่มากขึ้นถึง 4 เท่า ในแบบ ProRAW และสามารถซูมเข้าแบบออพติคัลได้ 3 เท่า ซูมออกแบบออพติคัลได้ 2 เท่า

Advertisement

ในเรื่องของการถ่ายภาพนั้น หากเทียบกับรุ่นก่อน เรียกได้ว่า คมชัดขึ้นไปอีก ยิ่งถ้าเทียบกับภาพในที่มืดแล้ว รุ่นนี้ถือว่า คมชัดสวยงามมากขึ้น มีความสมจริงมากขึ้นไปอีก

ที่แอปเปิลภูมิใจนำเสนออีกอย่างสำหรับกล้องรุ่นนี้ก็คือ การใช้โหมดแอคชั่น พร้อมระบบป้กงอกันการสั่นไหว ที่เรียกได้ว่า แม้ว่าเราจะวิ่งอยู่ เพื่อตามเก็บภาพเคลื่อนไหว ภาพที่ได้ก็ยังนิ่ง ไม่สั่นไหว

ในส่วนของกล้องหน้านั้น เป็น TrueDepth ใหม่ที่มาพร้อมกับระบบโฟกัสอัตโนมัติ และรูรับแสงที่กว้างมากขึ้น ถ่ายในสภาวะแสงน้อย ก็ยังได้ภาพที่สวยคมชัด

หน้าจอแสดงผลอยู่ตลอดเวลา สามารถตั้งค่าล็อกหน้าจอได้ ว่า ต้องการหน้าจอแบบไหน จะให้อะไรโชว์อยู่ตลอดเวลาบ้าง

ที่ดูแปลกใหม่ ที่หลายคนพูดถึงกัน ก็คงจะเป็น ไดนามิก ไอส์แลนด์ ที่จะแสดงเมนูขนาดเล็กไว้บริเวณหน้าจอด้านบน ตรงแถบที่มีกล้องอยู่ อย่างเช่น การแจ้งเตือนต่างๆ หรือการเปิดแอพพลิเคชั่นเล่นเพลง แล้วปิดไปเพื่อเล่นอย่างอื่น ก็จะไปเก็บไว้ที่ ไดนามิก ไอส์แลนด์ ซึ่งแถบตรงนี้จะสามารถขยายออกมาได้ด้วย เพื่อให้เราเห็นกิจกรรมเพิ่มเติม เมื่อมีอะไรเข้ามาใหม่ แล้วมันก็จะหดกลับเข้าไปเหมือนเดิม

อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ คือเรื่องของการตรวจจับการชนกัน โดยไอโฟน 14 โปรแม็กซ์นี้ จะตรวจสอบว่าเกิดการชนกันขึ้นได้ด้วยการดูจากการเปลี่ยนแปลงความเร็วอย่างกะทันหัน ค่าความดันในห้องโดยสาร การเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน และระดับของเสียงปะทะ จากไจโรสโคปที่มีช่วงไดนามิกสูง ซึ่งอันนี้จะมีอยู่ในไอโฟน 14 ซีรีส์ ทุกรุ่น

ซึ่งเมื่อไอโฟนประเมินแล้วว่า เกิดการชนกันขึ้น ก็จะสั่งให้การโทรออกฉุกเฉินทำงานขึ้นมา หากเราไม่กดยกเลิก เครื่องก็จะโทรออกฉุกเฉิน ไปยังเบอร์ฉุกเฉินที่เราตั้งไว้โดยอัตโนมัติ

ที่สำคัญคือ คุณสมบัติ SOS ฉุกเฉินผ่านดาวเทียม ที่สามารถเชื่อมต่อกับดาวเทียมได้โดยตรง และรองรับการรับส่งข้อความผ่านบริการฉุกเฉินเมื่ออยู่นอกพื้นที่ให้บริการเซลลูลาร์ หรือ ไวไฟ ถือเป็นอีกนวัตกรรมหนึ่งที่น่าสนใจ เพียงแต่ว่า บริการนี้จะใช้ได้เฉพาะในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาในเดือนพฤศจิกายนนี้เท่านั้น และจะให้บริการฟรีเป็นเวลาเพียง 2 ปี ต่อจากนั้นก็ยังไม่ได้บอกว่า คิดค่าบริการเท่าไหร่

โดยรวมถือว่า ไอโฟน14 นี้ มีอะไรเปลี่ยนแปลงพอสมควร แม้ว่ารูปร่างหน้าตาอาจจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่ แต่มีสีม่วงนี่แหละ ที่มาดึงดูดใจคนซื้อที่อยากได้อะไรที่มากขึ้น ก็เลือกซื้อเลือกหากันได้ เพียงแต่ว่าจะเหลือสีอะไรให้เลือกบ้างเท่านั้น

และถ้าอยากได้รุ่นใหญ่ ไฟกระพริบ เทคโนโลยีอัดเต็ม สำหรับรุ่น 14 ก็ต้อง ไอโฟน 14 โปรแม็กซ์ เต็มที่แน่นอน