YDM ผ่าองค์กรไทย 4 สายพันธุ์ มาร์เกตติ้งทรานส์ฟอร์ ในยุคดิจิทัล

12.07.23 | 20:04 น.

YDM ผ่าองค์กรไทย 4 สายพันธุ์ มาร์เกตติ้งทรานส์ฟอร์ ในยุคดิจิทัล

YDM ผ่าองค์กรไทยบนโลก Marketing Transformation ในยุคดิจิทัล ออกเป็น 4 สายพันธุ์ “ไดโนซอร์” พบ 20% เป็นกลุ่มที่มีความพร้อมน้อยที่สุด ทำการตลาดแบบดั้งเดิม สื่อสารแบบ Mass “ชิมแปนซี”มีมากที่สุดถึง 50% เริ่มใช้ Data แต่เก็บแยกส่วนไม่รวมศูนย์ เสี่ยงตัดสินใจคลาดเคลื่อน “เซเปียนส์” มี 25 % ทำมาร์เกตติ้งทรานส์ฟอร์มแล้วครึ่งทาง มองเห็นการเชื่อมโยงข้อมูลระดับ Consumer Journey ทำการตลาดเจาะเฉพาะบุคคล และเริ่มทำการตลาดอัตโนมัติแบบไม่ซับซ้อน เช่น CRM และ “โฮโมดีอุส” สายพันธ์ขั้นเทพทรานส์ฟอร์ฯการตลาดสำเร็จแล้ว พบเพียง 5% ในองค์กรไทย พร้อมแนะแนวทางติดสปีดองค์กรแต่ละสายพันธุ์ ชี้ Data คือเครื่องมือสำคัญของแบรนด์ ควบคู่การเลือกใช้เครื่องมือ MarTech ที่มีประสิทธิภาพ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ช่วยเพิ่มยอดขายเติบโตแบบวัดผลได้ ติดอาวุธพร้อมรับการแข่งขัน

นายธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด เผย ว่าในยุคที่องค์กรทั่วโลกเดินหน้าทำ Marketing Transformation ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมดิจิทัล (Digital Environment) และสภาพการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาด Data คือฟันเฟืองที่สำคัญของการทำ Marketing Transformation ควบคู่กับการใช้ MarTech จากประสบการณ์ทำงานร่วมกับลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรมมากว่า 10 ปี YDM ได้แบ่งประเภทขององค์กรออกเป็น 4 สายพันธุ์ พร้อมแนวทางในการปรับปรุงองค์กรสู่โลกการตลาดยุคใหม่ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ไดโนซอร์ (Dinosaur) มีประมาณ 20% เป็นกลุ่มที่มีความพร้อมในการทรานส์ฟอร์มฯ น้อยที่สุด ยังทำการตลาดแบบดั้งเดิม เน้นสื่อสารแบบมวลชน กำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบกว้าง ๆ แบ่งเป็นกลุ่มตามเพศ อายุ ช่วงวัย โลเคชั่น ฯลฯ ไม่มีการกำหนดเป็นกลุ่มย่อย ตามพฤติกรรมผู้บริโภค และใช้สื่อออฟไลน์เป็นหลัก ใช้ข้อมูลจากบริษัทวิจัย ที่เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง กำหนดทิศทางแผนการตลาดจากประสบการณ์ของผู้บริหารระดับสูง กระบวนการทำงานค่อนข้างช้า ใช้ระยะเวลาทำโฆษณาต่อแคมเปญนาน 2-3 เดือน สำหรับกลุ่มนี้ YDM แนะนำให้ทำ Digital Marketing เพิ่มมากขึ้น และจัดเก็บข้อมูลของผู้บริโภค ในทุก ๆ ช่องทางการเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด

กลุ่มที่ 2 ชิมแปนซี (Chimpanzee) พบมากที่สุดในองค์กรไทยราว 50% เป็นกลุ่มที่เริ่มทรานส์ฟอร์ม มีความพร้อมในเชิง ข้อมูล และ Digital Marketing มากขึ้น เน้นทำการตลาดหลากหลายช่องทางบนออนไลน์และออฟไลน์ โดยให้ความสำคัญทั้งออนไลน์และออฟไลน์พอ ๆ กัน ในกลุ่มนี้จะเริ่มมีการบริหารจัดการข้อมูลแต่ยังเป็นการเก็บแบบแยกส่วน ให้ความสำคัญกับทั้งสองช่องทางเท่ากัน เริ่มใช้ ข้อมูล กำหนดทิศทางการทำการตลาด จาก 2 ส่วน คือ ข้อมูลในองค์กร และข้อมูลจากภายนอก แต่เก็บข้อมูลแยกส่วนกัน ส่งผลให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน แนะนำองค์กรกลุ่มนี้ ให้ความสำคัญการจัดเก็บข้อมูลภายในให้ละเอียดมากขึ้น และพยายามรวมศูนย์ข้อมูลไว้ในที่เดียวกัน และควรพิจารณานำเครื่องมือ MarTech อย่าง Customer Data Platform (CDP) มาเริ่มใช้งาน

กลุ่มที่ 3 เซเปียนส์ (Sapiens) พบ 25% เริ่มมีการใช้ ข้อมูลผู้บริโภค และเทคโนโลยีการตลาด เพื่อเพิ่มยอดขาย ทรานส์ฟอร์ม มาร์เก็ตติ้ง ได้เกินครึ่ง ตัดสินใจทางการตลาด ตัดสินใจจากข้อมูลในองค์กรเป็นหลัก สามารถรวมศูนย์ข้อมูลได้มากกว่า 50 % เริ่มมีเชื่อมโยงของข้อมูลในระดับ Consumer Journey ได้ ทำให้สามารถทำ การตลาดเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing) แบ่งเป็น กลุ่มย่อย ๆ ตามพฤติกรรมได้ แนะให้กลุ่มนี้เริ่มทดลองสร้าง Segment กลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ จากข้อมูลที่มีเพื่อหาโอกาสในการขยายธุรกิจ และทำ Use Case Marketing Automation และ Personalized Marketing หลายแบบ และเริ่มนำ AI มาใช้ในส่วนงาน Data ที่มีความพร้อม

Advertisement

กลุ่มสุดท้ายเป็นสายพันธุ์ขั้นเทพ คือ โฮโมดีอุส (Homo Deus) พบเพียง 5% เท่านั้น เป็นกลุ่มที่ทรานส์ฟอร์มตัวเองสำเร็จแล้ว ใช้ การตลาดัตโนมัติ และ AI ได้เต็มรูปแบบ มีการเก็บ ข้อมูล ในทุก ๆ ช่องทางใน Consumer Journey รวมไว้ที่เดียวกันสามารถเชื่อมต่อข้อมูลหากันได้หมดแนะควรมุ่งหา Data Partner เพราะ Data ที่องค์กรเก็บมาอาจไม่เพียงพอ การหา พาสเนอร์แลกเปลี่ยนข้อมูลในหลากหลายธุรกิจ เพื่อขยายขนาดฐานข้อมูล นำไปสู่การขยายกลุ่มผู้บริโภคที่กว้างขึ้น เพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ