คอลัมน์ TasteTest : ไอโฟน15 โปรแม็กซ์ เบาขึ้น แข็งแกร่งขึ้น กับยูเอสบี-ซี

15.10.23 | 13:42 น.

คอลัมน์ TasteTest : ไอโฟน15 โปรแม็กซ์ เบาขึ้น แข็งแกร่งขึ้น กับยูเอสบี-ซี

เปิดตัวไปกันเรียบร้อย สำหรับ ไอโฟน 15 ที่มีออกมา 4 รุ่นด้วยกัน คือ ไอโฟน15 , 15พลัส , 15 โปร และ 15 โปร แม็กซ์ ไล่เรียงกันไป ตั้งแต่รุ่นเล็กไปจนถึงรุ่นใหญ่สุด คือ โปร แม็กซ์

โดยรุ่นที่จะมารีวิวกันในวันนี้ ก็ขอเป็นรุ่นใหญ่สุด สำหรับไอโฟน 15 โปร แม็กซ์ ที่เรียกได้ว่า มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่างเลยทีเดียว
แม้ว่ารูปร่างหน้าตา อาจจะดูไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมากนัก แต่ถ้ามองลึกๆ ก็จะเห็นว่า มีการเปลี่ยนแปลงเยอะอยู่เหมือนกัน

ในส่วนของหน้าจอนั้น เป็นจอ Super Retina XDR ขนาด 6.7 นิ้ว ที่สามารถแสดงผลแบบติดตลอด ส่วนวัสดุที่ใช้ เป็นไทเทเนียม เกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศ ซึ่งมีทั้งความแข็งแกร่ง และขณะเดียวกัน ก็น้ำหนักเบา ซึ่งอันนี้บอกเลยว่า น้ำหนักตัวเครื่องเบาขึ้นจริงๆ เรียกได้ว่า เบาที่สุดเท่าที่แอปเปิลเคยทำมาเลย

โดยพื้นผิวของเตัวเครื่องนั้น ผ่านการปัดจนสวยเงางาม มีขอบมน และขอบจอที่บางมาก

Advertisement

ขณะที่ในเรื่องความร้อน ที่กลายเป็นประเด็นเป็นข่าวกันนั้น ก็ต้องบอกว่า เท่าที่ใช้มา เครื่องไม่ได้ร้อน แต่เข้าใจได้ว่า อาจจะมีบางเครื่องที่เกิดอาการร้อนเกิน จนทางแอปเปิลตรวจสอบและพบว่าเป็นปัญหาจากแอพพลิเคชั่นบางตัว และปัญหาจากบั๊กของไอโอเอส17 ซึ่งก็ได้มีการปล่อยให้อัพกันแล้ว เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวเรียบร้อยไปแล้ว

และจริงๆแล้ว จากการออกแบบตัวเครื่อง โครงอะลูมิเนียม จะช่วยระบายความร้อนได้ดี และยังทำให้สามารถเปลี่ยนกระจกด้านหลังได้ง่ายด้วย

มาถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเห็นได้ชัดอีกอย่าง คือเรื่องของปุ่ม เปิด/ปิด เสียงที่อยุ่ด้านข้างตัวเครื่อง ที่ถูกเปลี่ยนไปเป็นปุ่ม “แอ๊กชั่น บอททอน” อยู่ตำแหน่งเดียวกัน แต่กลายเป็นปุ่ม ที่สามารถเลือกได้ว่า ต้องการให้ทำงานอะไร ค่าเริ่มต้นที่ตั้งมา คือเป็นปุ่ม เปิด/ปิด เสียง แต่เราสามารถเข้าไปเปลี่ยนได้ เป็นการทำงานอื่น เช่น ไฟฉาย บันทึกเสียง กล้อง แปลภาษา แว่นขยาย หรืออื่นๆ ที่อนาคตจะมีการพัฒนาขึ้นโดยบริษัทอื่น

ในส่วนของชิปที่ใช้ เป็น ชิป เอ17 โปร ซึ่งเป็นชิป 3 นาโนเมตรตัวแรกในอุตสาหกรรม ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เพื่อประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ทำงานเร็วขึ้น ด้วยดีไซน์แบบ 6-คอร์ ทำให้เพิ่มทั้งประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน คอเกมทั้งหลาย ต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

สำหรับกล้อง ให้มาด้านหลัง 3 ตัวเหมือนเดิม ก็จะมีกล้องหลัก ที่เป็นกล้องหลัก 48MP และกล้องอัลตร้าไวด์ 12MP และกล้องเทเลโฟโต้ 12 MP แต่แม้จะมีกล้องเพียง 3 ตัว แต่ด้วยซอฟต์แวร์ที่ทำงานผสานกัน ทำให้เทียบเท่ากับเลนส์ระดับโปร 7 ตัว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไปได้ด้วยชิป เอ17 โปร

และด้วยฟีเจอร์ใหม่ ไนท์โหมด ที่รองรอบ โฟโตนิค เอ็นจิ้น แม้ในที่แสงน้อย ก็สามารถดึงความคมชัดของภาพออกมาได้ หรือที่เอาต์ดอร์ที่มืด ก็สามารถถ่ายภาพได้คมชัด

โดยรวม ภาพที่ได้ออกมาจากการใช้ ไอโฟน15 โปร แม็กซ์ นั้น ต้องบอกว่า มีความสวยงาม คมชัด โดยเฉพาะในเรื่องของความมีมิติ เมื่อใช้โหมดถ่ายภาพบุคคล ก็จะได้ภาพที่มีมิติ มากขึ้น แต่ยังคงมีความคมชัดของภาพ ที่ใครๆเห็น ก็ชมว่าภาพสวยจริง รวมไปถึงวิดีโอด้วย

ในส่วนของ ไดนามิก ไอส์แลนด์ ก็ยังคงมีมาให้เหมือนเดิม เอาไว้สำหรับแสดงผลการทำงานต่างๆที่ยังทำงานอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเพลง หรือแอพพ์สั่งอาหาร

ที่เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ของไอโฟน ก็คือ พอร์ตที่ให้มา เป็น ยูเอสบี-ซี แล้ว ไม่มีไลท์นิ่งให้ใช้แล้ว โดยยูเอสบี-ซี ที่ให้มา มีความเร็วสูงถึง 10 กิกะบิตต่อวินาที ทำให้การย้ายไฟล์ต่างๆทำได้เร็วขึ้น

สรุปโดยรวม ถือว่า ไอโฟน15 โปร แม็กซ์นี้ มีความเปลี่ยนแปลงในระดับหนึ่ง และน่าใช้มากขึ้น ทั้งด้วยวัสดุที่เบาขึ้นอย่างที่รู้สึกได้ชัด ในส่วนของราคานั้น ราคาก็เริ่มต้นที่เกือบๆห้าหมื่น ไปจบที่หกหมื่นกว่าบาท สำหรับรุ่นความจุ 1TB ก็เลือกกันได้ว่า อยากได้ความจุระดับไหน

สำหรับไอโฟน 15 โปร แม็กซ์ นั้น จะมี 4 สีแบบไทเทเนียม ให้เลือก คือ แบล็ก ขาว บลู เทา (เนเชอรัล ไทเทเนียม)