ปี 66 ไทยถูกแรนซัมแวร์คุกคามมากกว่า 1 แสนครั้ง สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภาพจาก pixabay

ปี 66 ไทยถูกแรนซัมแวร์คุกคามมากกว่า 1 แสนครั้ง สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แคสเปอร์สกี้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เรือธงใหม่ ‘Kaspersky Next’ ที่ผสมผสานการปกป้องอุปกรณ์เอ็นด์พ้อยต์ที่แข็งแกร่ง เข้ากับความโปร่งใสและความรวดเร็วของ EDR (Endpoint Detection and Response) ควบคู่ไปกับการมองเห็นและเครื่องมืออันทรงพลังของ XDR (Extended Detection and Response) ปัจจุบันลูกค้าจะสามารถเลือกระดับของผลิตภัณฑ์ที่มีถึงสามระดับที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการทางธุรกิจ ความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที และทรัพยากรที่มีภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบันมีการพัฒนาภูมิทัศน์อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทต่างๆ จะต้องมีโซลูชันความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ครอบคลุมและไว้วางใจได้ เพื่อการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ ตามรายงาน XDR และ SOC Modernization ของ Enterprise Strategy Group พบว่า ธุรกิจต่างๆ ยังคงค้นหาเครื่องมือรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่สามารถตรวจจับและตรวจสอบภัยคุกคามขั้นสูงได้ทันเวลา ในฐานะบริษัทชั้นนำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) ได้พัฒนาโซลูชันอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั้งหมดของธุรกิจ เพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจสร้างกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เชื่อถือได้

นายเซียง เทียง โยว ผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “วันนี้เราเปิดตัวโซลูชัน XDR ที่ล้ำสมัยและผลิตภัณฑ์โฉมใหม่สำหรับองค์กร ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของเราในการทำงานอย่างแข็งขันในฐานะผู้จำหน่ายความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับองค์กร ด้วยการเปิดตัว Kaspersky Next นี้ เรากำลังลดความซับซ้อนของ EDR และ XDR สำหรับธุรกิจและองค์กรในประเทศไทยทุกขนาด ภารกิจของเราคือการให้บริการการป้องกันระดับแนวหน้าให้กับลูกค้าทุกท่าน ซึ่งขับเคลื่อนโดยความเชี่ยวชาญที่ไม่มีใครเทียบได้ ไม่ว่าองค์กรนั้นจะเป็นมือใหม่เรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือมีทีม SOC เป็นของตนเอง เป้าหมายสูงสุดของเราคือการช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถสร้างระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพ ซึ่งตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เฉพาะองค์กร”

Advertisement

องค์กรธุรกิจในประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติการโจมตีทางไซเบอร์ ในปี 2566 โซลูชัน B2B ของแคสเปอร์สกี้บล็อกความพยายามโจมตีด้วยฟิชชิงทางการเงินได้จำนวน 25,227 รายการ และยังมีจำนวนเหตุการณ์ภัยคุกคามมากเป็นอันดับสามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ภัยคุกคามออฟไลน์ จำนวน 4,700,000 รายการ และการโจมตี RDP จำนวน 10,205,819 รายการ

นอกจากนี้ แรนซัมแวร์เป็นภัยคุกคามที่เป็นปรากฏเป็นข่าวใหญ่บ่อยครั้ง โดยประเทศไทยมีเหตุการณ์โจมตีด้วยแรนซัมแวร์สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคถึง 109,315 รายการ

นางสาวเบญจมาศ จูฑาพิพัฒน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “ประเทศไทยกลายเป็นเป้าหมายหลักสำหรับผู้ก่อภัยคุกคาม ซึ่งมีการใช้กลยุทธ์หลากหลายเพื่อสร้างการโจมตีองค์กรธุรกิจอย่างช่ำชอง การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏเป็นข่าวหลายครั้ง แพลตฟอร์มบริการเชิงพาณิชย์และภาครัฐถูกโจมตี ตัวอย่างข้อมูลที่รั่วไหลจะถูกโพสต์ในตลาดมืด ตามด้วยการขู่กรรโชกขั้นสองและขั้นสามเพื่อเรียกค่าไถ่ ภัยคุกคามที่พบได้ทั่วไปในประเทศยังรวมถึงการหลอกลวงแบบฟิชชิงและสมิชชิงเพื่อให้ดาวน์โหลดและติดตั้งมัลแวร์บนอุปกรณ์ส่วนตัวและอุปกรณ์ขององค์กร”

Advertisement

นางสาวเบญจมาศ กล่าวเสริมว่า “ดังนั้น การผสมผสานระหว่างโซลูชัน EDR และ XDR ที่สามารถครอบคลุมข้อกำหนดด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั้งหมดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ธุรกิจองค์กรจะต้องใช้ เราเชื่อว่า Kaspersky Next จะสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้ทีม SOC รับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อน ด้วยการตรวจจับและการตอบสนองต่อยอดที่ไม่เหมือนใคร เพื่อพัฒนาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทยต่อไป”

‘Kaspersky Next’ เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์กลุ่มใหม่ที่มีการป้องกันเอ็นด์พ้อยต์ที่แข็งแกร่งซึ่งขับเคลื่อนด้วยความสามารถของ AI และก้าวไปไกลกว่า EPP แบบดั้งเดิม (Endpoint Protection Platform) โดยนำ EDR และ XDR มารวมกัน เพื่อลูกค้าองค์กรทุกขนาดและทุกประเภทอุตสาหกรรม ในฐานะโซลูชันการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพที่สุด EDR และ XDR ช่วยให้บริษัทต่างๆ ต้านทานการโจมตีที่แพร่หลาย ที่คอยหลบเลี่ยงการตรวจจับ และซับซ้อนมากขึ้น ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ได้มองเห็น ควบคุม ตอบสนองอย่างรวดเร็ว และตามล่าภัยคุกคามในเชิงรุก

‘Kaspersky Next’ ไม่จำกัดการปรับใช้งาน อีกทั้งยังสามารถติดตั้งทั้งบนคลาวด์และการติดตั้งใช้งานเองภายในองค์กร (cloud and on-premise) สามารถจัดการผ่านคอนโซลที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อดำเนินงานหลักด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้อย่างรวดเร็ว หรือผ่านคอนโซลระดับเอ็นเทอร์ไพรซ์ที่มีการควบคุมที่ละเอียดยิ่งขึ้นและการตรวจสอบขั้นสูง

กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ช่วยให้องค์กรธุรกิจต่างๆ สามารถสร้างฟังก์ชันการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สำคัญ เพื่อให้มีการป้องกันที่แข็งแกร่งต่อภัยคุกคามหลากหลายประเภทที่ธุรกิจเผชิญมากที่สุด เช่น แรนซัมแวร์ มัลแวร์ การละเมิดข้อมูล และยังช่วยหลีกเลี่ยงการเจาะโครงสร้างพื้นฐานผ่าน Business Email Compromise การโจมตีซัพพลายเชน การหาผลประโยชน์จากจุดอ่อนและช่องโหว่อื่น ๆ

‘Kaspersky Next’ มีคุณสมบัติที่ทำงานได้อัตโนมัติหลายประการ เช่น การตรวจสอบและการบล็อกบนคลาวด์ การจัดการช่องโหว่และแพตช์ การสแกน IoC และ Playbooks ที่สนับสนุนการตรวจจับและการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพสำหรับภัยคุกคามที่ใหม่และซับซ้อน อีกทั้งยังช่วยลดภาระของทีมรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้อย่างมาก โดยการลดจำนวนงานที่ต้องทำเป็นประจำ

ปัจจุบัน ‘Kaspersky Next’ ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 3 ระดับ ได้แก่

Kaspersky Next EDR Foundations การปกป้องอุปกรณ์เอ็นด์พ้อยต์ที่ทรงพลัง สามารถระบุและต่อต้านภัยคุกคามก่อนที่จะเกิดอันตรายต่อกระบวนการทางธุรกิจ การควบคุมความปลอดภัยที่ยืดหยุ่นและตรงไปตรงมา และรูปแบบสถานการณ์ไอทีแบบบิ้วต์อินช่วยให้ดำเนินการโดยที่ทีมไม่ต้องลงมือจัดการเองได้ และช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ปรับแต่งนโยบายความปลอดภัยให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กรได้

โซลูชันนี้แนะนำสำหรับบริษัทที่มีแผนกไอทีดำเนินการรักษาความปลอดภัยข้อมูล

Kaspersky Next EDR Optimum ปกป้องอุปกรณ์เอ็นด์พ้อยต์ด้วยฟังก์ชัน EDR ระบบควบคุมขั้นสูง การจัดการแพตช์ และความปลอดภัยของคลาวด์ นอกจากนี้ยังมีการมองเห็นภัยคุกคาม การตรวจสอบและตอบสนองต่อภัยคุกคาม เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีได้อย่างรวดเร็วและใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด

โซลูชันนี้แนะนำสำหรับบริษัทที่มีทีมรักษาความปลอดภัยข้อมูลขนาดเล็ก

Kaspersky Next XDR Expert รวบรวม วิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีขององค์กร การมองเห็นแบบเรียลไทม์ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่พัฒนาขึ้น และมีการตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูงและการตอบสนองอัตโนมัติ เป็นโซลูชันความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่งซึ่งสามารถรวมเข้ากับผู้จำหน่ายรายอื่นได้อีกด้วย

โซลูชันนี้เหมาะสำหรับบริษัทที่มีทีมรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีประสบการณ์ หรือมีศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย (Security Operations Center – SOC)

‘Kaspersky Next’ เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศกลุ่มผลิตภัณฑ์ B2B ของแคสเปอร์สกี้ และได้รับการออกแบบให้เข้ากันได้โดยตรงกับโซลูชันและบริการอื่นๆ ของแคสเปอร์สกี้ หากองค์กรต้องการการป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ครอบคลุมมากขึ้น สามารถปรับย้าย ‘Kaspersky Next’ จากระดับหนึ่งไปยังอีกระดับหนึ่งได้อย่างง่ายดาย โดยขึ้นอยู่กับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ณ ปัจจุบัน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image