‘แอพพ์หาคู่’ เจาะเทรนด์คนรุ่นใหม่หารักออนไลน์ Tinder มาแรงสุด
ท่ามกลางสังคมปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนโสดที่เริ่มหันมาใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อค้นหาคู่และสร้างความสัมพันธ์ แม้ว่าการใช้งานแอพพลิเคชั่นหาคู่ในประเทศไทยจะยังไม่แพร่หลายเท่ากับในต่างประเทศ แต่ก็มีแนวโน้มว่าคนไทยจะเปิดรับวัฒนธรรมการสร้างความสัมพันธ์ผ่านแอพพลิเคชั่นเหล่านี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมและการใช้ชีวิตที่ทำให้คนไทยในวัยเจริญพันธุ์มีอัตราการโสดสูงถึง 40.5% ตามข้อมูลจากสภาพัฒน์ฯ
จากกระแสดังกล่าว บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์จากการฟังเสียงผู้บริโภคบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Listening) ระหว่างวันที่ 1 – 31 พฤษภาคม 2567 ผ่านเครื่องมือ DXT360 พบว่ามีการกล่าวถึง “แอพพลิเคชั่นหาคู่ (Dating App)” ผ่านช่องทาง X มากที่สุด รองลงมาเป็น Facebook และ Pantip ตามลำดับ โดยได้รับเอ็นเกจเมนต์ (Engagement) หรือ การมีส่วนร่วมจากผู้คนบนโซเชียลจำนวนมากถึง 322,146 ครั้ง
แอพพ์หาคู่สุดฮิตครองใจคนโสด
หากพูดถึงแอพพลิเคชั่นหาคู่ หรือ Dating App ที่คนโสดทั่วโลกนิยมใช้กันนั้นมีอยู่มากมายทั่วโลก ซึ่งแต่ละแอพพ์ก็มีลักษณะและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป แต่สำหรับในประเทศไทยแอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมโดยมีการพูดถึงบนโซเชียลมีเดีย (Mention) มากที่สุดในเดือน พ.ค. 2567 คือ Tinder (77%) รองลงมา Coffee Meets Bagel (12%) Her (8%) Bumble (2%) และ Omi (1%) ตามลำดับ
Top 5 แอพพ์หาคู่ที่ถูก Mention มากที่สุดบนโซเชียลมีเดีย
1. Tinder (77%)
2. Coffee Meets Bagel (CMB) (12%)
3. Her (8%)
4. Bumble (2%)
5. Omi (1%)
1) Tinder
แอพพลิเคชั่นที่คนทั่วโลกต่างรู้จักเป็นอย่างดีและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ได้รับการพูดถึง (Mention) บนโซเชียลมีเดีย (Social Media) ในไทยมากที่สุดในเดือน พ.ค. 2567 ถึง 77% เนื่องจากแอพพ์มีการคัดกรองคนที่เข้ามาสมัคร ใช้งานฟรี และมีฟังก์ชันการใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เพียงแค่ใช้วิธีการ “ปัด” หน้าจอ โดยปัดซ้ายคือไม่ถูกใจ ปัดขวาคือถูกใจ และหากถูกใจมาก ๆ ให้ปัดขึ้น เพื่อหาคนที่แมตช์มาแชทหรือเริ่มต้นสนทนาเพื่อทำความรู้จักกัน นอกจากนี้ Tinder ยังมีแพ็คเกจหลายระดับ เช่น Premium, Gold, Plus และ Platinum เพื่อให้เราเลือกคนที่มีโปรไฟล์ดี ๆ และเพิ่มโอกาสในการแมตช์กับผู้คนทั่วโลกได้มากขึ้น
2) Coffee Meets Bagel (CMB)
แอพพ์ CMB จะมีอัลกอริทึมในการสุ่มคนที่มีความสนใจคล้าย ๆ กันกับเรามาให้ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา งานอดิเรก ความชอบต่าง ๆ และหากแมตช์กันแล้วจะต้องคุยกันภายใน 7 วัน มิเช่นนั้นระบบจะลบแมตช์นั้นทิ้งไป ดังนั้นแอพพ์นี้จึงเหมาะกับผู้คนที่ต้องการความสัมพันธ์แบบจริงจัง เนื่องจากเอกลักษณ์ของแอพพ์จะเน้นที่คุณภาพมากกว่าปริมาณ
3) Her
เอกลักษณ์ของแอพพ์นี้ตามชื่อแอพพ์เลย “Her” เหมาะกับผู้หญิงที่ต้องการหาคู่เป็นผู้หญิงเท่านั้น โดยการใช้งานแอพพ์ก็เช่นเดียวกับ Tinder ที่มีการปัดซ้าย และปัดขวา หากแมตช์กันก็สามารถพูดคุยและทำความรู้จักกันได้
4) Bumble
แอพพ์นี้เหมาะกับคนที่ต้องการหาแฟนต่างชาติ มีการใช้งานกันเยอะมากในต่างประเทศ โดยเอกลักษณ์ของแอพพ์นี้จะให้ฝ่ายหญิงเป็นการทักหาก่อน และหากแมตช์กันแล้วไม่ได้แชทกันภายใน 24 ชม. ระบบก็จะลบแมตช์นั้นทิ้งไป สำหรับการใช้งานของแอพพ์นี้จะมีลักษณะคล้าย Tinder ที่มีการปัดซ้ายเมื่อไม่ถูกใจ และปัดขวาเมื่อถูกใจ นอกจากนี้แอพพ์ยังมีฟีเจอร์ หาเพื่อนรู้ใจ (Bumble BFF) และหาเครือข่ายทางสังคม (Bumble Bizz) ด้วย
5) Omi
แอพพ์หนึ่งที่คนไทยคุ้นหน้าคุ้นตากัน โดยลักษณะการใช้งานแอพพ์ยังคงเช่นเดียวกับแอพพ์อื่น ๆ ที่มีการปัดซ้าย ปัดขวา นอกจากนี้ Omi มีฟังก์ชัน “Quiz” เป็นการตั้งและตอบคำถามกัน เพื่อให้รู้จักกันได้เร็วและมากกว่าเดิม

เปรียบเทียบจุดเด่น 5 แอพพ์หาคู่ แอพพ์ไหนโดนใจสุด
Tinder (จุดเด่น)
– เป็นที่รู้จักกันกว้างขวาง
– มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก
– ใช้งานง่าย
– เชื่อมต่อกับ Facebook
Coffee Meets Bagel (CMB) (จุดเด่น)
– เน้นหาคนคุยจริงจัง
– ต้องมีการสนทนากันภายใน 7 วัน หลังจากแมตช์
– ให้ความสำคัญกับโปรไฟล์ผู้ใช้งาน
– สามารถแสดงความคิดเห็นในโปรไฟล์และรูปภาพได้
Bumble (จุดเด่น)
– เน้นทำความรู้จักชาวต่างชาติ
– ต้องมีการสนทนากันภายใน 24 ชม. หลังจากแมตช์
– ผู้หญิงเป็นฝ่ายทักก่อน
– มีฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับหาคู่เพียงอย่างเดียว
Her (จุดเด่น)
– เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ชอบผู้หญิง
– เป็นอีกช่องทางให้ข่าวสารสำหรับชาว LGBTQ+
Omi (จุดเด่น)
– มีฟังก์ชัน Quiz ช่วยค้นหาคู่ได้ตรงใจมากขึ้น
– เชื่อมต่อกับ Instagram
อย่างไรก็ตาม ทุกแอพพ์ต่างมีเอกลักษณ์และจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการและความถนัดในการใช้งานของผู้บริโภค
ชาวโซเชียลพูดถึง “แอพพ์หาคู่” ในแง่มุมไหน?
จากการรวบรวมความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นประเภท Dating App หรือแอพพ์หาคู่ พบว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่ถึง 41% บอกเล่าประสบการณ์ของตัวเองที่ได้แฟนจากการใช้แอพพลิเคชั่นหาคู่ รองลงมา 22% เป็นการเตือนภัยกลลวงของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในรูปแบบของผู้คนที่ต้องการนัดเดต 20% เป็นการแชร์ประสบการณ์คู่รักแอบมีกิ๊กผ่านแอพพ์หาคู่ ส่วนอีก 17% เป็นการแนะนำวิธีการเล่นแอพพ์

เล่นแอพพ์หาคู่ ปัดแล้วเจออะไรบ้าง?
เป็นที่แน่นอนว่าความสัมพันธ์ที่ชัดเจนเป็นสิ่งที่ทุกคนมองหา โดยจากการเก็บข้อมูลบนโซเชียลมีเดียพบว่า ผู้ที่ใช้บริการแอพพ์หาคู่มีเพียง 34% เท่านั้นที่มีวัตถุประสงค์ใช้แอพพ์ในการหาแฟนหรือมีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนแบบคนรู้ใจ นอกเหนือจากนั้นกลับกลายเป็นต้องพบเจอกับมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งผู้ชักชวนให้ลงทุนหรือชวนซื้อของออนไลน์ รวมทั้งหลายคนต้องพบเจอกับคนที่ใช้แอพพ์เพื่อเข้ามาหาความสัมพันธ์ระยะสั้น
สเปกแบบไหนที่คนโสดมองหา?
จากข้อมูล Insight พบว่าสัญชาติเป็นปัจจัยแรกที่คนโสดใช้ในการตัดสินใจทำความรู้จักกับผู้อื่น โดยมีถึง 20% ของคนโสดที่ให้ความสำคัญกับสัญชาติ อย่างกรณีข่าว “คุณวุ้นเส้น” ชาวเยอรมัน หรือที่หลายคนให้ฉายากันว่า “จอห์น วิค เมืองไทย” ซึ่งเขาได้พบรักกับภรรยาคนไทยผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจรองลงมาคือ หน้าตา ทัศนคติ อาชีพ ฐานะ รูปร่าง การศึกษา อายุ และไลฟ์สไตล์

เปิดเหตุผลคนเลิกใช้แอพพ์หาคู่
จากการรวบรวมข้อมูลบนโซเชียลมีเดียพบว่า ผู้ใช้แอพพ์ 31% ตัดสินใจยกเลิกใช้แอพพ์หาคู่เนื่องจากผิดหวังในความสัมพันธ์ รวมถึงประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกเสียเวลาและไม่ปลอดภัย สอดคล้องกับผลสำรวจ Forbes Health ที่ระบุว่าปัจจุบันมีผู้คนกว่า 78% รู้สึกเหนื่อยล้ากับการใช้แอพพ์หาคู่ เนื่องจากไม่ประสบความสำเร็จในความรัก
อย่างไรก็ตาม คนรุ่นใหม่นอกจากจะนิยมใช้แอพพลิเคชั่นหาคู่เพื่อสร้างความสัมพันธ์แล้วยังมีแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ ที่เป็นทางเลือก อย่างเช่น Facebook และ Pantip ซึ่งการสร้างความสัมพันธ์บนโลกออนไลน์มีข้อดีในการเปิดโอกาสให้เราได้เจอผู้คนใหม่ ๆ ทั่วโลก แต่ควรตระหนักรู้ว่า ความสำเร็จในการสร้างความสัมพันธ์ต้องอาศัยความจริงใจ ซื่อสัตย์ ความอดทน และให้เวลาในการทำความรู้จักกันจริง ๆ เพื่อความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ ควรระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยและไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไปในช่วงแรกที่เพิ่งรู้จักกัน
**ข้อมูลทั้งหมดที่นำมาวิเคราะห์หา Insight รวบรวมผ่าน DXT360 แพลตฟอร์มติดตามข่าวสารและเสียงของผู้บริโภค (Social Listening) ของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด (dataxet:infoquest) โดยเก็บข้อมูลระหว่าง 1 – 31 พ.ค. 2567

