ครั้งแรก! ในงาน “อว. Fair SCI Power for Future Thailand Expo” ซึ่งบริษัท “เน็ตดราก้อน” และ “อีดีเอ (ประเทศไทย)” ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยความคืบหน้าในการพัฒนาแพลตฟอร์มส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต aom-ai ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาและคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปลายปีนี้ พร้อมจัดแสดงเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม และกิจกรรมที่จะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์โลกเสมือนจริงสุดตื่นเต้น
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 บริษัท เน็ตดราก้อนเว็บซอฟต์ โฮลดิ้ง จำกัด (NetDragon Websoft Holdings Limited) ผู้นำระดับโลกด้านการสร้างชุมชนอินเตอร์เน็ต (internet community) และบริษัท อีดีเอ(ประเทศไทย) จำกัด (EDA (Thailand) Co., Ltd.) บริษัทร่วมทุน ประกาศแผนกลยุทธ์การพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อการศึกษา “aom-ai” ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ AI พร้อมอวดโฉมโซลูชั่นเพื่อการศึกษาล้ำสมัยและเทคโนโลยีในการพัฒนาแพลตฟอร์มเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน“อว.Fair SCI Power for Future Thailand Expo” จัดโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระหว่าง 22-28 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ดร.ไซม่อน เหลียง รองประธานบริษัท เน็ตดราก้อนเว็บซอฟต์ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า เน็ตดราก้อนเป็นบริษัทชั้นนำของจีนและผู้บุกเบิกการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลก บริษัทประสบความสำเร็จอย่างมากในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีเกมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก
“เรามุ่งมั่นสร้าง ‘สังคมการเรียนรู้ที่ใหญ่ที่สุดของโลก’ เราใช้เวลากว่าทศวรรษในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียนที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จนกลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ (digital transformation) เพื่อยกระดับรูปแบบการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พัฒนาผู้เรียนอย่างสร้างสรรค์โดยได้พัฒนาฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มออนไลน์ และแหล่งเรียนรู้ในทุกระดับชั้นการศึกษา ได้แก่ การจัดอบรมออนไลน์ให้กับพนักงานบริษัท หลักสูตรประกาศนียบัตร (non-degree programs) และล่าสุด aom-ai ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Platform) ทั้งนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุด นั่นคือการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ (learning community) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
“ปัจจุบัน บริษัทเปิดให้บริการห้องเรียนออนไลน์มากกว่า 2 ล้านห้องเรียน โดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 150 ล้านยูสเซอร์ จาก 192 ประเทศทั่วโลก ด้วยศักยภาพของประเทศไทย เราจึงร่วมมือ บริษัท อีดีเอ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อการศึกษาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสในคนไทยได้สัมผัสกับสุดยอดเทคโนโลยีดิจิทัลพลัง AI ที่เราพัฒนาขึ้น”
ดร.ไซม่อนเน้นย้ำว่า บริษัทมุ่งพัฒนาสุดยอดนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ส่วนบุคคล (personalized learning) โดยผสมผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ AI สู่การพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ
“เรายกระดับการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เท่าทันกับสถานการณ์ในวงการเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เราร่วมมือกับ อว. เพื่อพัฒนา aom-ai ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเพื่อการศึกษาขับเคลื่อนด้วยพลัง AI โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้ใช้บริการได้ปลายปีนี้ เทคโนโลยีอัจฉริยะ AI สามารถปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับระดับความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคน ส่งผลให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีตามมา
“นอกจากนี้ ผู้เรียนยังสามารถใช้ AI เป็นครูผู้สอน (AI teacher) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของแพลตฟอร์มนี้ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารและสร้างครูผู้สอนส่วนตัวด้วย AI (AI-enabled teacher) เพื่อทำหน้าที่สอนในคอร์สที่ผู้เรียนเลือกได้ ซึ่งเป็นการสร้างประสบการณ์การเรียนเฉพาะบุคคลให้แก่ผู้เรียน และยกระดับการเรียนการสอนโดยรวมเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด”

