หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที วรานิษฐ์ อธิจ...

วรานิษฐ์ อธิจรัสโรจน์ กับบทบาทในฐานะกรรมการผู้จัดการเอชพีของไทย

19.08.24 | 12:24 น.

วรานิษฐ์ อธิจรัสโรจน์ กับบทบาทในฐานะกรรมการผู้จัดการเอชพีของไทย

ต้องยอมรับว่า ปัจจุบัน ผู้หญิงมีบทบาทในฐานะผู้นำในหลากหลายแวดวงธุรกิจ รวมไปถึงแวดวงเทคโนโลยี ที่มีผู้หญิงก้าวขึ้นมาในตำแหน่งบริหารงานมากขึ้น

วันนี้ “มติชนออนไลน์” ขอเปิดบทสัมภาษณ์ คุณ วรานิษฐ์ อธิจรัสโรจน์ กรรมการผู้จัดการ เอชพี ประเทศไทย
เกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิง ในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง “เอชพี”

๐ กับการดำรงณ์ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เอชพี ประเทศไทย อะไรคือผลความสำเร็จในการบริหารงาน ในปีที่มาบ้าง

ถ้าพูดถึงประสบการณ์ทำงานที่เอชพี ดิฉันถือเป็นพนักงานที่เติบโตมาพร้อมกับบริษัท จากการทำงานที่นี่มาเป็นเวลา 20 ปี ดิฉันได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในแง่มุมต่าง ๆ รวมทั้งได้รับโอกาสที่มีค่ามากมายทั้งจากภายในองค์กรและจากการได้เปิดประสบการณ์ในอุตสาหกรรม เทคโนโลยีของไทย ซึ่งช่วยให้ดิฉันสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้สั่งสมมา ช่วยเติมเต็มความต้องการของลูกค้าเอชพีและองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

จนกระทั่งในปี 2566 ที่ดิฉันได้มีรับโอกาส ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ของบริษัทเอชพีประเทศไทย นับเป็นความท้าทายใหม่ของการเป็นผู้บริหารหญิงคนแรกขององค์กร ภายใต้ความทุ่มเท ทำให้เรามองเห็นผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาด ทั้งภาคธุรกิจเครื่องพิมพ์และพีซี เราครองความเป็นผู้นำในตลาดการพิมพ์ทั่วโลกด้วยส่วนแบ่งการตลาดถึง 34% โดยเครื่องพิมพ์ Laser ยังคงครองอันดับ1 Market share มาตลอดหลายปีนี้ รวมไปถึงเครื่องพิมพ์ Wifi ตลอดจน ธุรกิจพีซีก็มีเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาด ที่เติบโตกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา

โดยในปีนี้ เอชพี ประเทศไทยก้าวสู่การครบรอบปีที่ 35 เราได้จัดงานนำเสนอกลยุทธ์ Future Ready ให้กับคู่ค้าทุกท่าน เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่อนาคต ไปกับผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การทำงาน, ความบันเทิง, และการเชื่อมต่ออย่างลื่นไหล ตอบสนองความต้องการของลูกค้า และสร้างการเติบโตทางธุรกิจ โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ กับความภาคภูมิใจของเรา ในการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบ AI เพื่อการใช้งานที่หลากหลายต่อภาคการตลาดกลุ่มลูกค้าคอมเมอร์เชียล และ คอนซูเมอร์ เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเรา ในการเสริมศักยภาพการทำงานในรูปแบบไฮบริด นอกจากนี้เรายังมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมเพื่อขับเคลื่อนอีโคซิสเต็ม ด้านเทคโนโลยีของประเทศไทยอีกด้วย

นอกจากนี้เรากำลังจะเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในประเทศไทย ด้วยความตั้งใจที่จะส่งมอบนวัตกรรมที่ล้ำสมัยให้แก่คนไทย ซึ่งมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ให้ลูกค้าเปิดประสบการณ์ เลือกซื้อสินค้าภายในร้านอย่างครบครัน ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น โดยเรายังมีแผนการเปิดตัวร้านค้า ในรูปแบบใหม่ ๆ เพิ่มเติมอีก ในเร็ว ๆ นี้

นอกเหนือจากความสำเร็จด้านธุรกิจแล้ว เอชพีประเทศไทยยังมีวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง ในการให้ความสำคัญ ด้านการพัฒนาบุคลากรไปพร้อมๆกับการขับเคลื่อนสังคม เรามีโครงการต่างๆ ส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความยั่งยืน ในองค์กร อาทิเช่น โครงการ Women in Leadership Lab (WILL) หรือ โครงการ TRAILBLAZER เป็นต้น โดยมุ่งสนับสนุนด้านความหลากหลายภายในองค์กร ส่งผลให้ดัชนีการวัดค่าความหลากหลายของเราเพิ่มขึ้น 14 คะแนนเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ขณะที่กลยุทธ์ด้านผลกระทบด้านความยั่งยืน (Sustainable Impact) ซึ่งเรามีโคงการครอบคลุมในด้านต่างๆ อาทิเช่น โครงการพัฒนาการศึกษาของเอชพี เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางดิจิทัล ต่อภาคการศึกษาในชุมชนกับโครงการ “HP Digital Rise” ในปี 2024 เพื่อช่วยพัฒนาทักษะด้าน ICT ส่งเสริมการเข้าถึงทรัพยากรดิจิทัล สื่อการเรียนการสอนต่างๆ ให้แก่นักเรียนในชุมชน โดย โครงการนี้ยังนำไปสู่การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ICT ภายในโรงเรียน ช่วยส่งเสริมนวัตกรรม ผ่านแนวคิด STEAM เพื่อสนับสนุนให้นักเรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล

บริษัทเอชพี ประเทศไทย ได้มอบเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์ ICT ให้แก่โรงเรียนต่าง ๆ ไปแล้วกว่า 13 แห่ง ซึ่งช่วยให้นักเรียนและคณะครูกว่า 2,025 คน ได้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีผ่านอุปกรณ์ไอที โดยยังมีกลุ่มพนักงานจิตอาสา สมัครเข้าร่วมสนับสนุนโครงการต่าง ๆ นับเป็นชั่วโมงรวมจิตอาสามากกว่า 2,000 ชั่วโมงจิตรอาสา

๐ ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงในปัจจุบันต่อภาคธุรกิจของประเทศไทย เมื่อมองย้อนไปใน 10 ปี ที่ผ่านมา และ รวมไปถึงบทบาทที่มีต่อกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี

โดยส่วนตัวดิฉันเอง ตั้งแต่เริ่มทำงานที่เอชพี ไม่ได้รู้สึกถึงความแตกต่างมากนัก เพราะเอชพีเป็นองค์กรที่เปิดกว้างและให้โอกาสโดยวัดจากความสามารถเป็นหลัก จนมาถึงในตอนที่ดิฉันได้รับโอกาสขึ้นมาบริหารองค์กร แต่ถ้าให้พูดถึงภาพรวม ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บทบาทของผู้หญิงในภาคธุรกิจไทยมีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก จากผลสำรวจของ Grant Thornton ปัจจุบันผู้หญิงไทยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงถึง 41% โดยมี ผู้บริหารงานในตำแหน่ง CEO หรือกรรมการผู้จัดการที่เป็นผู้หญิง อยู่ที่ 42% ในบริษัทไทย ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นเป็นประเทศที่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง มากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก จะเห็นได้ว่า ผู้หญิงมีบทบาทในระดับผู้นำองค์กรเพิ่มมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญของการบริหารองค์กรในภาคธุรกิจต่างๆ ที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางเพศและการยอมรับความแตกต่างมากขึ้น

หากจะเจาะลงไปในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่ถือว่ามีความท้าทายเป็นอย่างมากนั้น ดิฉันคิดว่า ผู้หญิงได้รับบทบาทที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งการได้รับการสนับสนุนให้เกิดความเสมอภาคอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเอชพีเองมีโครงการด้านความหลากหลายและการมีส่วนร่วมต่างๆ (Diversity and Inclusion program) ที่น่าสนใจหลายโครงการ เช่น โครงการ TRAILBLAZER เปิดโอกาสให้บุคคลากรที่มีความสามารถได้พัฒนาทักษะความเป็นผู้นำภายในเวลา 6 เดือน โดยที่ผู้ร่วมโครงการจะได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับตนเอง เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่อไป

๐ “ความต่างของสถานะทางเพศ” มีความสำคัญ หรือ มีผลต่อประสิทธิผลของการทำงานหรือไม่ อย่างไร

สำหรับเอชพี ประเทศไทย เรายึดมั่นในความหลากหลายในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ เราเชื่อว่าความหลากหลายจะช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมต่างๆ ความต่างในอัตลักษณ์ของแต่ละคนจึงไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จ เรามุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนในองค์กร สามารถเป็นตัวของตัวเองในที่ทำงานได้ และใช้ประโยชน์จากมุมมองและประสบการณ์ที่หลากหลายเพื่อนำเราไปสู่การพัฒนาและความสำเร็จร่วมกัน

๐ ความคิดเห็น เรื่องบทบาทและการพัฒนาของผู้หญิงไทย ทั้งในเรื่อง “ครอบครัว” และ “งาน” ในยุคปัจจุบัน ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ปัจจุบันนี้ ผู้หญิงไทยมีความสามารถในอาชีพการงานอย่างโดดเด่น และในขณะเดียวกันก็สามารถรักษาบทบาทในการดูแลครอบครัวได้อย่างดีเยี่ยม แน่นอนว่าการทำงานในองค์กรที่มีความเข้าใจ และเคารพในภาระหน้าที่ของเรา ทั้งยังมีระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น ก็จะยิ่งช่วยทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทางด้านเอชพีเอง เรานำรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ สนับสนุนให้ทุกคนสามารถทำงานได้จากทุกที่ (Work from Anywhere) ซึ่งมันจะเป็นเรื่องง่าย เมื่อเรามีผลิตภัณฑ์และโซลูชัน ที่จะช่วยให้เราทำงานสำเร็จได้ในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริดในทุกวันนี้

นอกจากความพร้อมด้านระบบและอุปกรณ์ต่างๆแล้ว เรายังมุ่งสร้างวัฒนธรรม ส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันภายในองค์กรของเรา ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของพนักงานผ่านโครงการพัฒนาผู้นำ และสนับสนุนให้พนักงานหญิงมีโอกาสเติบโตและก้าวหน้าในการทำงาน เพราะดิฉันเชื่อในการสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานทุกคนรู้สึกมีคุณค่าและได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในบริษัท เอชพี ประเทศไทย ทั้งยังมีนโยบายส่งเสริมสุขภาวะ ความเป็นอยู่ที่ดี ด้วยโครงการ Well Beyond ให้กับพนักงานทุกคน โดยเราได้จัดให้มีกิจกรรม Wellness Therapy และ Sports Day ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ให้กับพนักงานทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนพนักงานอย่างสม่ำเสมอ

๐ หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกบุคคลากร ของเอชพี มีเกณฑ์เกี่ยวกับสถานะทางเพศ ด้วยหรือไม่ หากนับสัดส่วนระหว่างบุคคลากร หญิงและชาย นับเป็นเท่าไหร่ในองค์กร

เป้าหมายหลักของ HP ทั่วโลก คือการบรรลุความเท่าเทียมทางเพศ โดยมีสัดส่วนหญิงและชาย 50/50 ในการเป็นผู้นำของบริษัท และเพิ่มสัดส่วนผู้หญิงในสายงานวิศวกรรมให้มากกว่า 30%ภายในปี 2573 ในส่วนของเอชพี ประเทศไทยเองนั้น ก็มีความต้องการขับเคลื่อนความหลากหลาย ความเสมอภาค และการไม่แบ่งแยกในองค์กร ค่านิยมเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จที่เอชพีมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ทีมงานเอชพี ประเทศไทย เรามีสัดส่วนพนักงานชายและหญิงที่ใกล้เคียงกัน ในการทำงาน เราให้ความสำคัญกับความสามารถและทักษะเป็นหลัก โดยในการคัดเลือกบุคลากรร่วมงานกับเอชพีนั้น ผู้สมัครทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน และปราศจากการเลือกปฏิบัติในแง่เพศสภาพหรืออัตลักษณ์ทางเพศแต่อย่างใด เราเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานที่สนับสนุนและเชิดชูความสามารถของคนทำงานอย่างแท้จริง

ในด้านการจ้างงาน เรามีกระบวนการที่ช่วยลดอคติและเพิ่มความหลากหลาย โดยผู้จัดการฝ่ายบุคคลทุกคนต้องผ่านการฝึกอบรมด้านการจ้างงานอย่างเท่าเทียมเพื่อให้มีความเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน นอกจากนั้น พนักงานระดับผู้จัดการขึ้นไป ที่ต้องการจ้างงานทุกคน จะต้องผ่านการฝึกอบรมด้านความหลากหลายก่อนที่จะสามารถขอเพิ่มพนักงานใหม่ได้ เราได้ใช้เครื่องมือตรวจสอบคำบรรยายลักษณะงาน (Job Description) ให้มีความเป็นกลางทางเพศ และใช้คำที่เหมาะสม และในระหว่างการสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่สรรหาจะทำงานร่วมกับผู้จัดการฝ่ายจ้างงาน เพื่อให้เกิดการสัมภาษณ์ที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงการมีผู้สัมภาษณ์ที่มีภูมิหลัง เพศ วัฒนธรรม เชื้อชาติ และอายุที่แตกต่างกัน

๐ ต่อการเป็นผู้นำหญิง ในองค์กรคุณคิดว่ามีผลต่อการปกครองหรือการทำงานกับผู้ใต้บังคับบัญชาหรือไม่

ดิฉันเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นเพศใด หากมีแนวทางการบริหารจัดการบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้อย่างราบรื่น โดยดิฉันยึดมั่นในหลักการของความเห็นอกเห็นใจ (empathy) ความใส่ใจ และทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน ภายใต้หลักการที่ว่าเพศสภาพไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จ ดิฉันมุ่งมั่นที่จะสร้างความไว้วางใจและความเคารพซึ่งกันและกัน ภายใต้นโยบาย open door ในองค์กรสามารถเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ให้คุณค่ากับการทำงานของสมาชิกในทีม

เราสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานให้พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ รับฟังความคิดเห็น บนความเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อสามารถเติบโต และทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแบ่งปันความรู้ ช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกันเสมอ สไตล์การบริหารงานที่มุ่งสร้างการยอมรับความแตกต่างหลากหลายนี้ ไม่เพียงแต่ส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียวกันภายในทีม แต่ยังช่วยนำพาทีมไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน

ในฐานะผู้นำ การได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม แต่ยังสนับสนุนความเท่าเทียมทางดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยยกระดับชีวิตของผู้คนนั้นถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ดิฉันภูมิใจที่เอชพีไม่เพียงร่วมสร้างอนาคตแห่งเทคโนโลยี แต่เรายังสร้างความ เปลี่ยนแปลงที่มีความหมายต่อชุมชนที่เรามีโอกาสร่วมธุรกิจอีกด้วย