หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที อีเอสเอประเมิ...

อีเอสเอประเมิน ปัจจุบันมี ขยะอวกาศราว 130 ล้านชิ้น ลอยเคว้งเต็มฟ้า

2.11.24 | 17:12 น.

ดาวเทียมจีนพลังงานตกแตกเป็นเสี่ยงๆ เพิ่มเป็นขยะในอวกาศ อีเอสเอประเมิน ปัจจุบันมีขยะอวกาศราว 130 ล้านชิ้น ลอยเคว้งเต็มฟ้า

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน นายวิมุติ วสะหลาย กรรมการฝ่ายวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา มีรายงานว่า ดาวเทียมอินเทลแซต 33 อี (Intelsat 33e) พลังงานตกอย่างไม่ทราบสาเหตุ หลังจากนั้นอีกไม่กี่ชั่วโมงก็มีการตรวจพบว่าดาวเทียมดวงนี้เริ่มแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 20 ชิ้น

ทั้งนี้ อินเทลแซต 33 อี เป็นดาวเทียมสื่อสาร มีวงโคจรอยู่สูงจากพื้นดิน 35,000 กิโลเมตรเหนือเส้นศูนย์สูตรบริเวณมหาสมุทรอินเดีย อุบัติเหตุครั้งนี้จึงส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ในยุโรป แอฟริกากลาง ตะวันออกกลาง เอเชีย และออสเตรเลีย

“ขณะนี้ยังไม่มีรายงานถึงสาเหตุการแตกของดาวเทียมดวงนี้ และทางอินเทลแซตเจ้าของดาวเทียมก็เริ่มดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุแล้ว โดยดาวเทียมอินเทลแซต 33 อี สร้างโดยบริษัทโบอิ้ง ขึ้นสู่ท้องฟ้าในเดือนสิงหาคม 2559 ดาวเทียมดวงนี้ส่ออาการไม่ค่อยดีตั้งแต่เริ่มเข้าประจำการเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับจรวดทรัสเตอร์หลักของดาวเทียม ทำให้ดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรช้ากว่ากำหนดถึงสามเดือน แม้หลังเข้าสู่วงโคจรแล้วก็ยังมีปัญหาเกี่ยวกับทรัสเตอร์อยู่ ทำให้ใช้พลังงานมากกว่าปกติ ส่งผลให้อายุงานของดาวเทียมสั้นลง 3.5 ปี” นายวิมุติกล่าว

ฝ่ายวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทยกล่าวว่า แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดก็คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นได้เพิ่มปริมาณของขยะอวกาศในวงโคจรเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งนับวันจะเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นทุกที เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีใช้อวกาศมากขึ้น สภาพแวดล้อมเหนือบรรยากาศของโลกจึงแออัดขึ้นทุกวัน

Advertisement

องค์การอวกาศยุโรป หรืออีเอสเอ ได้ประเมินว่า ปัจจุบันมีขยะอวกาศประมาณ 40,000 ชิ้นที่ใหญ่กว่า 10 เซนติเมตร ส่วนขยะชิ้นที่เล็กกว่า 1 เซนติเมตรอาจมีมากกว่า 130 ล้านชิ้น

ปัจจุบันมีสิ่งประดิษฐ์มนุษย์โคจรรอบโลกคิดเป็นน้ำหนักรวมกันราว 13,000 ตัน หนึ่งในสามของจำนวนนี้คือ ขยะอวกาศ ซึ่งส่วนใหญ่คือส่วนประกอบของจรวดที่ทิ้งไว้

นายวิมุติกล่าวว่า การติดตามและจำแนกขยะอวกาศเป็นเรื่องยากมาก โดยเฉพาะขยะที่เกิดกับดาวเทียมค้างฟ้าอย่างอินเทลแซตซึ่งมีระดับความสูงกว่า 30,000 กิโลเมตร ด้วยศักยภาพของเทคโนโลยีปัจจุบันติดตามได้เพียงชิ้นใหญ่เท่านั้น

“ปัญหาครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ดาวเทียมรีเซอร์ส-พี 1 ก็แตกออกในวงโคจรที่ระดับความสูง 470 กิโลเมตร สร้างขยะอวกาศที่ติดตามได้ไม่น้อยกว่า 100 ชิ้น และคาดว่ายังมีชิ้นเล็กที่ติดตามไม่ได้อีกเป็นจำนวนมาก ในเดือนกรกฎาคม ดาวเทียม 5 ดี-2 เอฟ 8 ที่ปลดระวางไปแล้วก็แตกออก ต่อมาในเดือนสิงหาคม จรวดตอนบนของจรวดลองมาร์ช 6 เอ ของจีน ก็แตกออกในอวกาศ สร้างขยะอวกาศที่ติดตามได้ไม่น้อยกว่า 283 ชิ้น และคาดว่ายังมีชิ้นเล็กที่ติดตามไม่ได้อีกนับแสนชิ้น” นายวิมุติกล่าว