Builder.ai จากยูนิคอร์นสู่การยื่นล้มละลาย หลอกว่าใช้ AI แต่จริงๆใช้มนุษย์
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา ไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานว่า นาย ซาชิน เดฟ ดักกัล ผู้ก่อตั้ง Builder.ai บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีจากสหราชอาณาจักร ที่ยื่นล้มละลายไปเมื่อปี 2025 ออกมาประกาศว่า เขากำลังพิจารณาที่จะซื้อกิจการของบริษัท Builder.ai กลับคืนมาอีกครั้ง
ทั้งนี้ ดักกัล เคยดำรงตำแหน่งเป็นถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ ของบริษัท Builder.ai และปัจจุบันยังคงอยู่ในคณะกรรมการบริหารของบริษัท ได้ทำการติดต่อกับนักลงทุนหลายราย เพื่อสำรวจเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการซื้อกิจการ หรือทรัพย์สินของ Builder.ai ผ่านข้อตกลง “pre-packaged insolvency” ซึ่งเป็นกระบวนการล้มละลายในสหราชอาณาจักร ที่มีการตกลงขายธุรกิจล่วงหน้า ก่อนที่ผู้บริหารการล้มละลายจะได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งดักกัลประเมินว่า ข้อตกลงนี้จะต้องใช้เงินเริ่มต้นไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และต้องการเงินเพิ่มอีก 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อดำเนินธุรกิจต่อไป ก่อนที่จะต้องระดมทุนอีกครั้ง

ข่าวระบุว่า หน่วยงานหลักของ Builder.ai อยู่ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร โดยมีบริษัทสาขาในภูมิภาคต่างๆ เช่น ที่อินเดีย และสิงคโปร์ และบริษัทมีแผนที่จะยื่นฟ้องล้มละลายหลายคดีในเขตอำนาจศาลหลายแห่ง
โดยความพยายามใดๆที่จะซื้อสินทรัพย์ของบริษัทกลับคืนมา อาจมีความซับซ้อน เนื่องจาก Builder.ai ได้ให้คำมั่นสัญญาในทางทรัพย์สินทางปัญญาจำนวนมากกับกลุ่มผู้ให้กู้ เมื่อเดือนตุลาคมเอาไว้ โดยผู้ให้กู้เหล่านี้ มีส่วนทำให้ Builder.ai ล้มละลาย เนื่องจากบริษัทได้ผิดนัดชำระสินเชื่อมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานก่อนหน้านี้ว่า Builder.ai ล้มละลาย หลังจากมีการตรวจสอบพบหลักฐานเรื่องการขายที่อาจเป็นเท็จ และว่า อาจจะมีความพยายามร่วมกันเพื่อทำให้ดูมีรายได้เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ Builder.ai ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2016 อ้างว่า สามารถใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ เพื่อสร้างแอพพลิเคชั่น หรือเว็บไซต์ ได้ง่ายเหมือนกับการสั่งพิซซ่า โดยใช้แพลตฟอร์มเอไอ ที่เรียกว่า บิวล์เดอร์ สตูดิโอ และผู้ช่วยดิจิทัล ที่ชื่อว่า “นาตาชา” ที่จะมาช่วยคนทั่วไปที่ไม่มีความรู้ด้านโค้ดดิ้ง สามารถสร้างแอพพลิเคชั่นขึ้นมาได้ด้วยตนเองอย่างง่ายดาย ทำให้ผู้ใช้มีประสบการณ์แบบไร้รอยต่อที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของเอไอ
ข้อเสนอที่น่าสนใจของ Builder.ai ได้ดึงดูดนักลงทุนด้านเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกหลายราย รวมถึง Insight Partners และ หน่วยงานด้านปัญญาประดิษฐ์ ของ SoftBank ให้เข้ามาร่วมลงทุนกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึง ไมโครซอฟท์ และ QIA โดยการลงทุนจากหลายบริษัทเหล่านี้ทำให้ Builder.ai เคยมีมูลค่าประเมินขึ้นไปสูงถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ก่อนที่ในเดือนสิงหาคม 2019 วอลสตรีทเจอร์นัล จะรายงานว่า Builder.ai ที่อ้างว่า ใช้เอไอในการทำงาน ถูกพบว่า จริงๆแล้ว ใช้นักพัฒนาซอฟต์แวร์จากอินเดียในการทำงานในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ลูกค้า ไม่ได้ใช้เอไออย่างที่บริษัทอ้าง
ส่วน “นาตาชา” ผู้ช่วยอัจฉริยะ จริงๆก็ไม่ได้ใช้เอไอ แต่ใช้มนุษย์เป็นหลัก ที่เรียกว่าทีม “AI Washing”
อย่างไรก็ตาม Builder.ai ก็ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง ก่อนที่จะเริ่มมีปัญหาด้านการเงินในปี 2024 ที่มีการลดรายได้ลงเรื่อยๆ และเริ่มมีหนี้สินมากขึ้น และมีรายงานว่า บริษัทได้บิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับรายได้
ก่อนหน้านี้ ไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานว่า มีผู้ถือหุ้นบางรายได้ใส่เงิน 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยเหลือบริษัทที่กำลังเผชิญกับยอดเงินสดที่ลดลงและหนี้สินที่เพิ่มมากขึ้น ไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานด้วยว่า ดักกัลถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรมฟอกเงินในประเทศอินเดีย
หลังจากบริษัทเริ่มมีปัญหาเรื่องการเงินหนักขึ้น ดักกัลได้ลาออกจากการเป็นซีอีโอของ Builder.ai ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ยังคงอยู่ในบอร์ดของบริษัท และให้ แมนพรีต ราเทีย จาก จังเกิล เวนเจอร์ หนึ่งในนักลงทุนเข้ามาบริหารบริษัทแทน
และในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Builder.ai ได้ว่าจ้างบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลก 2 แห่ง ให้ทำการตรวจสอบทางการเงินย้อนหลัง 2 ปี หลังมีข้อกล่าวหาว่าบริษัทมีการบันทึกรายได้ที่ไม่ถูกต้อง มีการตบแต่งตัวเลข และมียอดขายที่อาจเป็นเท็จ ขณะที่มีการผิดชำระหนี้เงินกู้ มีการอายัดเงินกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้บริษัทขาดสภาพคล่องจนไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
กระทั่งวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ราเทีย ต้องแจ้งต่อพนักงานและนักลงทุนว่า บริษัทกำลังเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย

