หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที ผู้แทนสื่อมวล...

ผู้แทนสื่อมวลชนไทยเยี่ยมชม ‘ศูนย์ CAAIC หนานหนิง’ ศูนย์กลางความร่วมมือ AI จีน–อาเซียน

27.10.25 | 11:44 น.

ผู้แทนสื่อมวลชนไทยเยี่ยมชม ‘ศูนย์ CAAIC หนานหนิง’ ศูนย์กลางความร่วมมือ AI จีน–อาเซียน

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ที่ นครหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดโครงการ “มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้” ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 26 – 30 ตุลาคม ณ มณฑลกว่างซีจ้วง นำโดย นายชำนาญ ไชยศร อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพสื่อมวลชน พร้อมด้วย นายมงคล บางประภา ที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ นางสาวโสภิต หวังวิวัฒนา หัวหน้าโครงการฯ และตัวแทนผู้สื่อข่าวจากประเทศไทย เยี่ยมชมศูนย์นวัตกรรมและความร่วมมือด้าน AI จีน–อาเซียน (China-ASEAN Artificial Intelligence Collaborative Innovation Center : CAAIC)

ศูนย์นวัตกรรมและความร่วมมือด้าน AI จีน–อาเซียนแห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นตามนโยบายการพัฒนาศักยภาพด้าน AI ของประเทศจีน โดยนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีเป้าหมายการพัฒนาในอนาคต เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้าน AI กับทุกประเทศในอาเซียนตามมาตรฐานการความปลอดภัยทางข้อมูลของแต่ละประเทศ

โดยศูนย์ CAAIC ตั้งอยู่ที่นครหนานหนิง มณฑลกว่างซีจ้วง ภายใต้ยุทธศาสตร์สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 1.การเติบโต เนื่องด้วยนครหนานหนิงเป็นประตูสู่อาเซียน จึงมีบุคลากรที่มีความพร้อมต่อการสร้างพันธมิตรกับประเทศอาเซียน ทั้งด้านภาษาและวัฒนธรรม 2.ความรวดเร็ว ด้วยทำเลที่ตั้งของเมืองที่ติดกับประเทศอาเซียน จึงเป็นต้นทุนที่ดีในการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว 3.บริการดี ภายใต้ระบบการจัดการข้อมูลด้าน AI ที่มีความพร้อม จึงทำให้ศูนย์ CAAIC สามารถให้บริการด้านเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 4.ความประหยัด ซึ่งเป็นผลดีจากต้นทุนทำเลที่ตั้งที่ใกล้กับประเทศอาเซียนที่สุดของประเทศจีน ทำให้สามารถลดต้นทุนและเวลาการส่งต่อข้อมูล เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี AI ได้อย่างมาก

Advertisement

โดยปัจจุบันศูนย์ CAAIC ได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2568 พร้อมทั้งเปิดสาขาย่อยนอกประเทศเป็นแห่งแรกที่ประเทศลาว และอยู่ระหว่างการดำเนินการเปิดสาขาย่อยที่ประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียในลำดับต่อไป

การบริหารจัดการข้อมูลด้านเทคโนโลยี AI ที่เมืองหนานหนิง ใช้ระบบรับและส่งข้อมูลผ่านสายสายไฟเบอร์ออฟติกที่มีความเร็วสูง มีเสถียรภาพ และสามารถส่งข้อมูลได้ในระยะไกล โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มณฑลชิงไห่ เป็นพลังประมวลผลระดับประเทศ และเตรียมขยายไปยังศูนย์ข้อมูลในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางตุ้ง เพื่อรองรับการใช้งาน AI ในระดับอาเซียน โดยมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลต่ำกว่า 6 มิลลิวินาที ช่วยให้บริการต่าง ๆ เช่น รถยนต์ไร้คนขับ การแพทย์ทางไกล และการสื่อสารด้วย AI สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ศูนย์ CAAIC ยังพัฒนาเทคโนโลยี AI ครอบคลุมหลายด้าน เช่น ระบบจราจรอัจฉริยะ การเกษตรแม่นยำสูง การศึกษาออนไลน์ข้ามพรมแดน และบริการแพทย์ทางไกลในพื้นที่ชนบท โดยทั้งหมดใช้เทคโนโลยี AI ของจีนที่มีต้นทุนการประมวลผลต่ำกว่าประเทศตะวันตก แต่ยังคงรองรับการใช้งานร่วมกับระบบมาตรฐานสากล

การเยี่ยมชมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ CAAIC ในฐานะ “สะพานเทคโนโลยี” ระหว่างจีนกับอาเซียน ที่ไม่เพียงส่งเสริมความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนภูมิภาคเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน