Kintone เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ยุคดิจิทัล ด้วยโซลูชั่น AI

30.10.25 | 19:27 น.

Kintone เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ยุคดิจิทัล ด้วยโซลูชัน AI ปรับแต่งได้ตามความต้องการองค์กร

Kintone ผู้นำด้านแพลตฟอร์มการทำงานดิจิทัลบนคลาวด์ เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารมูลค่ากว่า 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นหนึ่งในกำลังหลักของเศรษฐกิจไทย หลังจากที่บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยจำนวนลูกค้าในประเทศไทยเพิ่มขึ้นกว่า 300% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568

นายน้ำยา วายุภาพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Kintone (Thailand) จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่อันดับที่ 12 ของโลก และอุตสาหกรรมอาหารยังคงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมนี้ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมาก ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน การจัดการข้อมูลอย่างแม่นยำ และการลดความซับซ้อนของกระบวนการต่าง ๆ

“นี่คือจุดที่เทคโนโลยีแบบไม่ต้องเขียนโค้ดเข้ามามีบทบาทสำคัญ เรารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมงานกับผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารหลายราย เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่ต้องใช้กระดาษแบบดั้งเดิมสู่ระบบดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรด้านไอทีหรือความเชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรม ความสำเร็จที่เราได้รับในประเทศไทยเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าโซลูชันของเราสามารถยกระดับประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการดำเนินงานได้อย่างแท้จริง เราไม่เพียงแค่ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พันธมิตรทางธุรกิจสามารถสร้างแอปพลิเคชันที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ พร้อมทั้งปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมตั้งแต่ระดับพื้นฐานขององค์กร”

นายชัยยะนันต์ ตั้งสัมพันธ์ ผู้จัดการสายการผลิต บริษัท เอราวัณฟูด จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะหนึ่งในผู้ส่งออกและผู้ผลิตอาหารชั้นนำของประเทศไทย เอราวัณฟูดมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการดำเนินงาน ระบบการทำงานแบบใช้เอกสารและการพึ่งพาโปรแกรม Excel กลายเป็นอุปสรรค โดยเฉพาะในเรื่องการติดตามสถานะงานและการจัดการข้อมูลของแต่ละแผนกที่กระจัดกระจาย เราจึงเลือกใช้ Kintone เป็นแพลตฟอร์มหลักในการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน จุดเด่นของแพลตฟอร์มนี้คือการเปิดโอกาสให้พนักงานทุกแผนกสามารถสร้างแอปพลิเคชันที่ปรับแต่งได้เอง เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน แนวทางการพัฒนาจากระดับปฏิบัติงานสู่ระดับองค์กรนี้ช่วยให้เรายกระดับประสิทธิภาพ เพิ่มความโปร่งใส และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่คล่องตัวมากยิ่งขึ้น”

Advertisement

นางสาวสุธีรา อาจเจริญ ที่ปรึกษาอาวุโสและผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ฟู้ดอินโนโพลิส กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มุ่งมั่นในการสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร เราต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่องในการบริหารจัดการฐานข้อมูลลูกค้า และการดูแลโครงการที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด เราจึงเลือกใช้ Kintone ในการรวมศูนย์การจัดการฐานข้อมูล การประสานงานโครงการ การติดตามกิจกรรม และการจัดทำรายงาน โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบไอทีแบบเดิมที่ซับซ้อน Kintone ช่วยให้เราปรับปรุงกระบวนการภายในให้เรียบง่ายขึ้น เพิ่มการเข้าถึงข้อมูล และสามารถให้บริการแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศอุตสาหกรรมอาหารได้ดียิ่งขึ้น

นาวสาวธีรดา หอสัจจกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เจดีฟู้ด ในฐานะหนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องปรุงรสของประเทศไทย ต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการเอกสารในกระบวนการขาย จัดซื้อ และจัดส่ง ซึ่งส่งผลให้เกิดความล่าช้าและข้อผิดพลาดเป็นครั้งคราว เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เราได้นำ Kintone มาใช้ในการเปลี่ยนระบบการจัดการเอกสารและเวิร์กโฟลว์สู่ระบบดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ช่วยให้การดำเนินงานของเรามีความคล่องตัวมากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่ประเทศไทยกำลังเร่งเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 Kintone ยังคงมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจในทุกระดับ ด้วยเป้าหมายในการให้บริการแก่องค์กรไทยไม่น้อยกว่า 500 แห่งภายในปี 2569 Kintone กำลังมีบทบาทสำคัญในการสร้างภูมิทัศน์ธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัว และพร้อมรับมือกับอนาคต โดยเปิดโอกาสให้ทีมงานสามารถแก้ไขปัญหาด้วยตนเองผ่านเครื่องมือแบบไม่ต้องเขียนโค้ดที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งใช้งานได้อย่างง่ายดาย