คอลัมน์ TasteTested : เทียบสเปก แบบตัวต่อตัว ‘ไอโฟน17’ กับ ‘ไอโฟน 17 โปร’

10.11.25 | 13:08 น.

คอลัมน์ TasteTested : เทียบสเปก แบบตัวต่อตัว ‘ไอโฟน17’ กับ ‘ไอโฟน 17 โปร’

เปิดตัวกันไปแล้วระยะหนึ่ง สำหรับ ไอโฟน 17 ซีรีส์ใหม่ล่าสุด ที่มีทั้งหมด 4 รุ่น คือ ไอโฟน 17 , ไอโฟน 17 โปร และ ไอโฟน 17 โปรแม็กซ์ และรุ่น ไอโฟน 17 แอร์ แน่นอนว่า ความโดดเด่น ไม่ได้อยู่ที่รูปร่างหน้าตา เพราะดูแล้ว แทบจะไม่มีอะไรแปลกใหม่ ยกเว้นเสียแต่รุ่น “แอร์” ที่มีความบอบบางอย่างเหลือเชื่อ

ในส่วนของ ไอโฟน 17 นั้น จะใช้ ชิปประมวลผลเป็น A19 หน้าจอเครื่องจอ Super Retina XDR ขนาด 6.3 นิ้ว/129 Hz จะมีกรอบเป็นอะลูมิเนียม และมีปุ่มแอคชั่นอยูด้านข้าง ที่สามารถตั้งค่าได้ว่า อยากจะให้ปุ่มแอคชั่นทำงานอะไร ขณะที่หน้าจอจะเป็น Ceramic Shield 2 ที่ทนต่อการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า

สำหรับกล้องนั้น ในรุ่น 17 จะมีกล้องหลัง 2 กล้อง เป็นระบบกล้องฟิวชั่นคู่ 48MP โดยกล้องหลัก ฟิวชั่น 48MP ส่วนอีกตัวจะเป็นกล้องอัลตร้าไวด์ ฟิวชั่น 48 MP ซึ่งจากการทดสอบกล้องหลังนั้น ก็ต้องบอกว่า ได้คุณภาพที่ดีเยี่ยมเลย ให้ความคมชัด แต่เสียแค่ว่า ขาดเลนซูมแบบออพติคัล ทำให้การซูมระยะไกล ต้องพึ่งพาการซูมแบบดิจิทัลเอา ก็แน่นอนว่า อาจจะทำให้ภาพจากการซูมไกลมากออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่

โดยกล้องหน้านั้น ขนาด 18MP Center Stage คือเมื่อถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้า ภาพจะปรับเป็นแนวนอนให้ได้ เหมาะกับบรรดาครีเอเตอร์ทั้งหลาย สามารถถ่ายวิดีโอได้นิ่งเป็นพิเศา ถ่ายกล้องคู่ได้ และจัดให้อยู่ตรงกลางสำหรับวิดีโอคอลได้

Advertisement

ความสามารถในการทำน้ำ น้ำกระเด็นใส่ และฝุ่น อยู่ที่ะดับ IP68 คือ ทนความลึกในน้ำได้ไม่เกิน 6 เมตร ภายในเวลา 30 นาที

การชาร์จนั้นสามารถชาร์จไร้สายได้ในแบบ แม็กเซฟ สูงสุด 25 วัตต์ ด้วยอะแดปเอต์ขนาด 30 วัตต์ หรือสูงกว่า โดยแบตเตอรี่เมื่อชาร์จเต็ม ก็จะสามารถใช้งานได้วันกว่าๆ หรือราว 30 ชั่วโมง ก็เรียกว่า ใช้งานได้ทั้งวันโดยไม่ต้องชาร์จไฟเพิ่ม สำคัญที่สุดคือ รองรับ แอปเปิล อินเทลลิเจนซ์ ด้วย

ในส่วนของราคานั้น เริ่มต้นที่ 29,000 บาท ก็ขึ้นอยู่กับความจุของเครื่องว่าอยากได้ 256 หรือ 512 GB

ส่วนของ ไอโฟน 17 โปร นั้น จริงๆ ก็มีความคล้ายกับไอโฟน 17 อยู่มาก ก็เลยจะมาขอเล่าถึงเฉพาะในส่วนที่แตกต่างออกไป เริ่มจากชิป ที่ใช้เป็น A19 Pro หน้าจอที่มีขนาดเท่ากัน คือ 6.3 นิ้ว Super Retina XDR เหมือกนัน แต่ส่วนที่แตกต่าง คือ วัสดุจเป็นอะลูมิเนียมชิ้นเดียวและด้านหน้าจะเป็น Ceramic Shield 2 ที่ทนต่อการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า โดยรุ่นโปร จะเพิ่ม Ceramic Shield ที่ด้านหลังเข้ามาด้วย

ขณะที่กล้องหน้าจะเหมือนกันคือ 18MP Center Stage และฟีเจอร์ทำงานอื่นๆเหมือนกัน ที่ต่างกันคือ กล้องหลัง เพราะรุ่น โปร จะมีกล้อง 3 ตัว คือ กล้องหลัก ฟิวเจอร์ 48MP , อัลตร้าไวด์ ฟิวชั่น 48MP และ เทเลโฟโต้ ฟิวชั่น 48MP และมีตัวเลือกในการซูมออพติคัล ถึง 5 ระดับ ต่างจากรุ่น 17 ที่มีเพียง 3 ระดับ และรุ่นโปร ยังมี ProRAW ให้มาด้วย

ส่วนช่อยูเอสบี-ซี นั้น รองรับ USB3 ขณะที่รุ่น 17 รองรับเพียง USB3 ด้วยการที่เป็น USB3 ก็เลยช่วยทำให้การถ่ายโอนข้อมูลเร็วมากขึ้น ส่วนเรื่องการชาร์แบบไร้สาย ก็จะเหมือนกับรุ่น 17 นั่นเอง

สำหรับราคาเริ่มต้นของ ไอโฟน 17 โปร นั้น คือเริ่มที่ 43,900 บาท แล้วแต่ความจุ ที่เริ่มตั้งแต่ 256 , 512 GB และมากสุดคือ 1TB